|
 |
 |
|
ตร.กระบี่ ฝึกซ้อมแผนต่อต้านการก่อการร้ายสากล
|
ทะเลภูเก็ตคลั่งกลืนเด็กพม่าหายไปอีกคน
|
 |
 |
|
หนุ่มพิการเมียทิ้งคว้า9มม.ปลิดชีพ
|
ทล.ไล่จับ 2 หนุ่มขนกระท่อม 200 กก.ส่ง 3 จชต.
|
 |
 |
|
ชาวสตูลแห่ขอเลขเด็ด ฝนตกใต้ต้นสะตอ
|
ทร. ส่งเรือช่วยนักท่องเที่ยว 7 คนที่เรืออับปาง
|
ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ฝึกซ้อมแผนต่อต้านการก่อการร้ายสากล สร้างความมั่นใจประชาชนและนักท่องเที่ยว

ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ฝึกซ้อมแผนต่อต้านการก่อการร้ายสากล พร้อมรับมือทุกสถานการณ์สร้างความมั่นใจประชาชนและนักท่องเที่ยว
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 8 มิถุนายน 2552 ที่โรงแรมเฮาร์ดี้ รีเล็กซิ่ง โฮเต็ล อ.เมือง จ.กระบี่ นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ ปลัดจังหวัดกระบี่ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมทบทวนแผนปฏิบัติการต่อต้านก่อการร้ายสากล ของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ในการเข้าร่วมซ้อมแผนแก้ปัญหาการก่อการร้าย ที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายน 2552 ที่ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยมีพล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ นายธรรมศักดิ์ ภูพันธ์วิวัฒน์ รองนายกอบจ.กระบี่ นางอัมพวัน วรรณโก ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.ภว.จ.กระบี่ กล่าวว่า การดำเนินการฝึกซ้อมทบทวนชุดปฏิบัติการพิเศษฯ เป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการซ้อมแผนต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งจะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 8-18 มิถุนายน 2552 ซึ่งมีการฝึกทบทวนภาคทฤษฎีเป็นเวลา 3 วัน และภาคปฏิบัติเป็นเวลา 6 วัน ทั้งนี้ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจ ชุดปฏิบัติการพิเศษได้มีความรู้ความสามารถ และมีทักษะในการแก้ปัญหาการก่อการร้าย ทั้งด้านยุทธศาสตร์และยุทธวิธี และสามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่นเมื่อเกิดเหตุการณ์ และสามารถประสานการปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการฝึกซ้อมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนวิทยากรครูฝึกจาก ชุดนเรศวร 261 จำนวน 5 นาย ชุดตรวจค้นเก็บกู้วัตถุระเบิด จากกองกำกับการ ตชด.ที่ 42 จำนวน 5 นาย และหน่วยบิน สุราษฎร์ธานี จำนวน 3 นาย พร้อมเฮลิคอปเตอร์ 1 เครื่อง
สำหรับเจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมการฝึกอบรมทบทวนชุดปฏิบัติการพิเศษในครั้งนี้ มีจำนวน 40 นาย ประกอบด้วย ข้าราชการตำรวจ จากกลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.กระบี่ 16 นาย ตำรวจจากกองกำกับการพิเศษ ศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 จำนวน 15 นาย ตำรวจสายตรวจ จากสภ.เมืองกระบี่ จำนวน 5 นาย ตำรวจสายตรวจ สภ.เหนือคลอง จำนวน 5 นาย และนอกจากนี้ ยังมีตำรวจชั้นสัญญาบัตรจาก สถานีตำรวจต่างๆในจังหวัดกระบี่ อีกจำนวน10 นาย เข้าร่วมสังเกตุการณ์
-----------------------------------------------------------------------------
ทะเลภูเก็ตคลั่งกลืนเด็กพม่าหายไปอีกคน

ภูเก็ต - ทะเลภูเก็ตยังเดือด คลื่นซัดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจมไป 5 คนในที่หาดสุรินทร์ 3 คน หาดรายัน 2 คน เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเอาไว้ได้ 4 คน หายไป 1 คน คาดว่าเสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมจังหวัดภูเก็ต ได้ระดมกำลังออกช่วยเหลือและค้นหานักท่องเที่ยวจำนวน 5 รายที่ประสบเหตุถูกคลื่นซัดจมทะเลและลากออกจากฝั่งขณะลงเล่นน้ำทะเลที่บริเวณหาดสุรินทร์ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากคลื่นลมแรง และสามารถช่วยนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งมาได้เพียง 4 คนเท่านั้น จากที่ลงเล่นน้ำทั้งหมด 5 คน ที่หาดสุรินทร์ 3 คน และหาดรายันอีก 2 คน โดยที่หาดสุรินทร์เด็กหญิงจีจี้ อายุ 12 ปี ชาวพม่า ที่หนีแม่ออกมาเล่นน้ำกับนักท่องเที่ยวนั้นได้ถูกคลื่นซัดจมหายไปกลางทะเลต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวโดยไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้ เพราะในช่วงดังกลางนั้นคลื่นลมแรงมาก เจ้าหน้าที่ได้นำเรือยางออกค้นหาอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง ไม่พบร่างของเด็กหญิงชาวพม่า แม่คือนางตา ที่ทำงานก่อสร้างอยู่ห่างจากหาดสุรินทร์ประมาณ 800 เมตร ได้ร่ำไห้และขอให้เจ้าหน้าที่ออกค้นหาต่อทั้งบนบกและในทะเล แต่สุดท้ายเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงค้นหาไม่พบ จึ่งมั่นใจว่าลูกสาวได้จมน้ำเสียชีวิตแล้ว จึ่งนำธูป 9 ดอกมาจุดเพื่อของให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้พบศพลูกสาวโดยเร็วเพื่อจะได้ไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป ส่วนนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันทั้ง 2 รายนั้น เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือเอาไว้ได้และนำส่งโรงพยาบาลถลางทำการรักษาเบื้องต้นแล้วไม่มีอันตรายๆ ใด นอกจากอ่อนเพลีย ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาจากภาคกลาง นำครอบครัวมาพักผ่อนที่หาดรายัน ห่างจากหาดสุรินทร์ประมาณ 5-6 กิโลเมตรนั้น ปล่อยน้องบีมและน้องซี (นามสมมติ) ลงเล่นน้ำทะเลปรากฎว่าถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัดจนจมและลากออกนอกฝั่ง แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ สามารถช่วยเหลือชีวิตเอาไว้ได้ทั้ง 2 คน และพ้นขีดอันตรายแล้ว ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลถลาง สำหรับเด็กหญิงจีจี้ นับเป็นรายล่าสุดที่จมน้ำทะเลเสียชีวิตจากการลงเล่นน้ำทะเลที่ชายหาดชื่อดังในจังหวัดภูเก็ต เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน คือวันที่ 5 มิถุนายน 2 รายที่หาดกะตะ วันที่ 6 มิถุนายน 1 ราย และในวันนี้อีก 1 ราย สาเหตุเพราะคลื่นลมแรง เป็นบางช่วงทำและไม่มีเจ้าหน้าที่บีชการ์ดคอยช่วยเหลืออีกประการหนึ่งตามชายหาดต่างๆ นั้นไม่มีอุปกรณ์ การช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวเหมื่อนที่ทำการซ้อมแผนช่วยเหลือกันไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกล่าวว่า การซ้อมแผนนั้นมีอุปกรณ์ครบแต่เวลาเกิดเหตุจริงอุปกรณ์ที่ซ้อมนั้นไม่มีเคยสักชิ้นหนึ่งเก็บกลับกรุงเทพฯ หมด เวลาเกิดเหตุจริงในขณะนี้นักท่องเที่ยวและประชาชนจมน้ำทะเลเสียชีวิตรายวัน เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความสามารถลงไปช่วยเหลือเอง หรือยืมเรือประชาชนในพื้นที่เท่านั้น
-----------------------------------------------------------------------------
หนุ่มพิการเมียทิ้งคว้า9 มม.ปลิดชีพ

นครศรีธรรมราช : หนุ่มพิการขาเดินไม่ได้ ยิงตัวตายลาโลก หลังเมียทิ้ง เพราะคิดว่าผู้ตายเป็นคนฆ่าลูกเลี้ยง ทำให้คิดมากคว้าปืนปลิดชีพ ที่ ต.เขาโร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช...
เมื่อเวลา 16.30 น.วันนี้ (6 มิ.ย.) พ.ต.ท.ประพันธ์ เดชารัตน์ สารวัตรเวร สภ.กระปาง ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 11 ต.เขาโร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมดัวยเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งทุ่งสง
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ไม่มีเลขที่บ้าน ภายในห้องโถงพบศพ นายสมคิด พงค์อินท์ อายุ 37 ปี นอนหงายจมกองเลือด แต่งกายใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาว หนุ่งกางเกงกีฬาขาสั้นสีเหลือง มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่หน้าอกด้านซ้าย ด้วยอาวุธปืน 9 มม. ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนอีก 14 นัด
สอบสวนทราบว่า เมื่อหลายปีก่อน นายสมคิด ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณสะเอว ทำให้ขาทั้งสองข้างพิการใช้เดินไม่ได้ ต่อมาเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ลูกเลี้ยงนายสมคิดถูกยิงเสียชีวิต ทางญาติภรรยานายสมคิดหาว่านายสมคิดเป็นผู้ลงมือฆ่าลูกเลี้ยง เมื่อเผาลูก นางยินดีก็ทิ้งนายสมคิดไป โดยไม่กลับมาดูแล ทำให้นายสมคิด คิดมากจึงตัดสินใจเอาปืนขนาด 9 มม.มาปลิดชีพตัวเอง และยังเขียนจดหมายลานางยินดีไว้ด้วย
-----------------------------------------------------------------------------
ทล.ไล่จับ 2 หนุ่มขนกระท่อม 200 กก.ส่งขาย 3 จชต.

พัทลุง - ทางหลวงจังหวัดพัทลุงขับรถไล่จับสองหนุ่มขนใบกระท่อมสดกว่า 200 กก.เพื่อนำไปขายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในราคา กก.ละ 700 บาท วันนี้ (8 มิ.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงตู้ยามเขาเจียก อ.เมืองพัทลุง นำโดย พ.ต.ต.จักรพันธ์ จันวนา สว.ทล.2 กก.7 พร้อมตำรวจทางหลวงตั้งด่านตรวจรถหน้าตู้ยามบนถนนเอเชีย พบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิซูบิชิสีน้ำเงินสลับสีบรอน หมายเลขทะเบียน กพ-2083 สงขลา วิ่งมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อพบด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง รถคันดังกล่าวได้วิ่งออกนอกเส้นทาง และขับรถย้อนศรหนีการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ใช้รถวิทยุของตำรวจทางหลวงขับรถไล่ตามเพื่อบังคับให้รถหยุด พร้อมทั้งแจ้งให้ด่านตรวจต่างๆ บนถนนเอเชียนำรถออกไปปิดถนนและตั้งด่านสกัดจัด แต่รถคันดังกล่าวยังพยายามหลบหนี ขับรถส่ายไปส่ายมาเพื่อปิดทางไม่ให้เจ้าหน้าที่แซงขึ้นหน้า และขับวิ่งแหกด่านตำรวจที่บริเวณสี่แยกบ้านนาโหนด อ.เมืองพัทลุง แหกด่านสามแยกท่านางพรหม อ.เขาชัยสน ด่านตำรวจ สภ.บางแก้ว และด่านตำรวจ สภ.ป่าบอน เมื่อไปถึงที่บริเวณตู้ยามทางหลวงประจำ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งห่างจากจุดตรวจทางหลวงเขาเจียกประมาณ 65 กม. ด.ต.นิธิโรจน์ กฤติยาเรืองกิตติ์ ได้ใช้อาวุธปืนยิงสกัดที่ล้อหน้าและยางล้อหลังจนยางระเบิด ทำให้รถของผู้ต้องหาเสียหลักพุ่งชนบ้านของนายปิยะ บัวเงิน เลขที่ 123 หมู่ที่ 8 ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ได้รับความเสียหาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ 2 คน ทราบชื่อเป็นนายอดุลย์ เลาะดีเยาะ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 1 ต.เปี่ยน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เป็นคนขับรถ และนายอะซือมิง แวจิ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/1 หมู่ 3 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อ จ.สงขลา ตรวจค้นภายในรถยนต์กระบะตรงเบาะที่นั่งด้านหลังและภายในกระบะหลังที่มีผ้าใบคลุมอย่างมิดชิด พบกระสอบบรรจุใบกระท่อมสดจำนวน 20 กระสอบรวมน้ำหนัก 203 กก. จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้เช่ารถยนต์กระบันดังกล่าวในราคา 5,000 บาท และนำไปรับซื้อใบกระท่วมจากผู้ค้าใบกระท่วมที่ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ในราคากิโลกรัมละ 400 บาท เพื่อที่จะนำไปขายต่อให้ผู้ซื้อใน 3 จังหวัดชายแดน ในราคากิโลกรัมละ 700 บาท แต่เมื่อขับรถมาถึงที่หน้าตู้ยามตำรวจทางหลวงเขาเจียก พบว่ามีการตั้งด่านตรวจรถจึงได้ขับรถหลบหนีเพื่อมุ่งหน้าไปจังหวัดสงขลา แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ยิงยางรถระเบิดจนถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว
-----------------------------------------------------------------------------
ชาวสตูลแห่ขอเลขเด็ด ฝนตกใต้ต้นสะตอ

สตูล – ประชาชนในจังหวัดสตูลกว่า 100 คนต่างแห่มาดูเม็ดฝนที่โปรยลงมาบริเวณใต้ต้นสะตอ โดยบางส่วนได้นำธูปเทียนมากราบไหว้ขอพร ขอเลขเด็ดกันอย่างเนืองแน่น วันนี้ (8 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.สตูล ประชาชนกว่า 100 คนต่างแห่มาดูเม็ดฝนที่โปรยลงมาบริเวณใต้ต้นสะตอ ห่างจากสำนักสงฆ์เขาเจ๊ะโป 200 เมตร ม.1 ต.บ้านควน อ.เมือง จ.สตูล โดยบริเวณดังกล่าวเต็มไปด้วยชาวบ้านที่มายืนสัมผัสเม็ดฝนที่โปรยลงมา และมีการนำผ้ายางมากางรองรับน้ำฝน บ้างก็ใช้ใบบอน ใช้มือรองรับน้ำฝน ในส่วนผู้ที่ศรัทธาก็นำธูปเทียนมากราบไหว้ขอพร ขอเลขเด็ดกันอย่างเนืองแน่น นายสิริ อายุ 38 ปี (สงวนนามสกุล) ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า ต้นไม้มีน้ำไหลลงมาดูแปลกมาก และหาดูยากแล้ว ปกติฝนจะตกจากฟ้า จากความเชื่อคงเป็นฝนจากเทวดาให้มา ตกเป็นจุดเป็นหย่อม ชาวบ้านเรียกว่า “ฝนบก” เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล ครั้งนี้ที่ต้นไม้มีน้ำฝนตกลงมาไม่เคยพบที่ไหนมาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต และเมื่อก่อนเคยเป็นสามเณร และอยากพบฝนที่ตกไม่เป็นธรรมชาติจึงได้อธิษฐานไว้ และในวันนี้ก็เป็นจริงคุ้มกับการที่เกิดมา และฝันว่ามีคนให้มาที่ตรงนี้ แล้วพอมาถึงได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์ ในกรณีนี้ตนเชื่อว่ามีจริงเพราะบวชเรียนมา และประชาชนมากันเยอะมาก เพราะคนแถวนี้มาดูและได้พบว่าต้นไม้มีความมหัศจรรย์จริง และบางคนรองน้ำตามความเชื่อนำไปดื่มอาจจะรักษาความเจ็บปวดหายได้ และบางคนนำผ้าสามสีมาผูกติดเพื่อขอหวยบ้าง ขอพร เชื่อว่าต้นไม้ต้นนี้มีเทวดาอารักษ์
-----------------------------------------------------------------------------
ทัพเรือส่งเรือช่วยเหลือนักท่องเที่ยว 7 คน หลังเรืออับปางใกล้เกาะกระ

หาดใหญ่ – กองทัพเรือภาดที่ 2 สงขลา ส่งเรือ ต.213 ออกไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจำนวน 7 คน ที่ประสบอุบัติเหตุเรือล่มกลางทะเลอ่าวไทย ขณะที่ได้จ้างเรือประมงขนาดเล็กที่ดัดแปลงเป็นเรือท่องเที่ยว โดยให้นักท่องเที่ยวเช่าไปตกปลา วันนี้ (8 มิ.ย.) ทัพเรือภาคที่ 2 สงขลานำเรือ ต.213 ออกไปทำการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจำนวน 7 คน ที่ประสบอุบัติเหตุเรือล่มกลางทะเลอ่าวไทย หลังได้รับการประสานจากเรือประมงชื่อ โชคพีระ ว่า มีเรือท่องเที่ยวขนาดเล็กชื่อ รอนแรมทัวร์ จมลงบริเวณแลต 8 องศา 02 ลิปดาเหนือ ลอง 100 องศา 19 ลิปดาตะวันออก ทางทิศใต้ของเกาะกระ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.คืนที่ผ่านมา เนื่องจากคลื่นลมแรง เบื้องต้นทราบว่า ได้รับบาดเจ็บ 1 คน อีก 6 คน ปลอดภัย และขณะนี้ทั้งหมดได้รับการช่วยเหลือและอยู่บนเรือโชคพีระ พลเรือโท กัมปนาท ภู่เจริญยศ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เรือ ต.213 นำเรือออกไปรับนักท่องเที่ยวทั้งหมด โดยนัดหมายกับเรือโชคพีระที่จุดนัดพบกลางทะเลเพื่อนำกลับเข้าฝั่ง โดยคาดว่าจะเดินทางถึงท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลาในช่วงค่ำของวันนี้ สำหรับเรือรอนแรมทัวร์ที่ประสบอุบัติเหตุเป็นเรือประมงขนาดเล็กที่ดัดแปลงเป็นเรือท่องเที่ยวโดยให้นักท่องเที่ยวเช่าไปตกปลาบริเวณเกาะหนูเกาะแมว จ.สงขลา โดยนักท่องเที่ยวทั้งหมดได้ออกจากท่าเทียบเรือประมงสงขลาตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวานนี้ แต่ในคืนเกิดเหตุได้ออกไปไกลจนเกือบถึงเกาะกระ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเจอคลื่นลมแรงทำให้เรืออับปางลง เพราะมีขนาดเล็กไม่สามารถต้านแทนแรงคลื่นลมได้
-----------------------------------------------------------------------------
|