|
 |
 |
|
มือยิง ม.6 มอบตัวแล้วอีก2 คน ยังหนีอีก 1
|
แก๊งทวงหนี้จ๋อยถูกชาวบ้านรุมล้อมกรอบแจ้งตร.จับ
|
|
|
|
จับคนงานสวนปาล์มขนใบกระท่อมลงชายแดนใต้
|
ปชช.แห่ร่วมโครงการชุบสารเคมีป้องกันยุงลาย
|
 |
 |
|
|
มือยิง ม.

เมื่อเวลา11.00 น.วันที่ 3 มิถุนายน 2552 ที่สถานีตำรวจภูธร เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ นายประสบโชค มรกต กำนันตำบลเขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่ ได้นำตัวนายอภิรักษ์ แซ่เอี้ยว อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/1 ม. 1 ต.เขาดิน อ.เขาพนม นายประไพ ยอดเลี่ยน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 167 ม.1 ต.เขาดิน และนักเรียน ชั้นม.4 อีก 1 คน อายุ 17 ปี เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.เอกวัฒน์ โพธิ์เย็นญาติ ผกก.สภ.เขาพนม หลังตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันมีเครื่องกระสุนและอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และพยายามฆ่าผู้อื่น
ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้ร่วมกับเด็กชั้น ม.4 คู่อริของนายวรพล และนายไกรสิทธิ์ ด้วงวงษ์ อายุ23 ปี ซึ่งเข้ามอบตัวสู้คดีก่อนหน้านี้ ได้ยกพวกบุกเข้า ไปในห้องเรียนชั้นม.6/1 ของโรงเรียนเขาดินประชานุกูล ต.เขาดิน จากนั้นนายอภิรักษ์ฯ 1 ในผู้ต้องหา ก็ได้ใช้อาวุธปืนจ่อยิงนายวรพล อัคคีสุวรรณ อายุ18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนเขาดินประชานุกูลเข้าที่กลางหลังจนได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนพากันหลบหนี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดของนายวรพล ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกระบี่ เพื่อรอทำการผ่าตัดกระสุนที่ฝังอยู่ที่ด้านแผ่นหลังออก
โดยนายอภิรักษ์ 1 ในผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่า ก่อนที่จะบุกเข้าไปยิงนายวรพล ในโรงเรียน ขณะที่อยู่ที่บ้านทางหลานชาย คือนายพรหมมินทร์ มาบอกว่าถูกรุ่นพี่ม.6 รังแก และสู้รุ่นพี่ไม่ได้ ที่สำคัญเคยมีเรื่องกันมาหลายครั้งแล้ว จึงเกิดความโมโห ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ จึงได้ชักชวนพรรคพวกหวังเข้ารุมทำร้ายนายวรพล และได้นำอาวุธปืนติดตัวไปด้วย เมื่อเห็นนายวรพล ก็ได้ชักปืนยิงทันที ซึ่งหลังก่อเหตุได้พาอาวุธปืนไปทิ้งก่อนหลบหนีไปอยู่กับญาติที่อำเภอท่งสง จ.นครศรีธรรมราช กระทั่งญาติได้ขอร้องให้เข้ามามอบตัวกล่าว
พ.ต.อ.เอกวัฒน์ กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า ประเด็นที่แท้จริง ที่ทำให้ถึงขั้นลงมือยิงกันในโรงเรียนนั้น ไม่ใช่ขัดแย้งเรื่องเล่นฟุตบอลตามที่ได้สันนิฐานไว้เบื้องต้น ซึ่ง 1 ในผู้ต้องหาที่เป็นนักเรียนสารภาพว่าสาเหตุที่เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งมาจากเรื่องแย่งจีบผู้หญิง ที่นักเรียนหญิงชั้น ม.6 มาหลงรักคู่กรณีชั้น ม.4 จนบางหมางกันและมีเรื่องทะเลาะกันมาหลายครั้ง จนกระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว
อย่างไรก็ตามยังมีผู้ต้องหาที่เหลืออีก 1 คน ที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ ยังคงหลบหนีอยู่ ทราบชื่อเพียงชื่อเล่นคือ นายเบิร์ด บ้านอยู่หมู่ที่1 ต.เขาดิน อ.เขาพนม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป
-----------------------------------------------------------------------------
แก๊งทวงหนี้จ๋อยถูกชาวบ้านรุมล้อมกรอบแจ้ง ตร.จับ

ภูเก็ต.จับแก๊งทวงหนี้ร้อยละ 20 ต่อเดือน แต่เก็บเงินเป็นรายวัน ชาวบ้านสุดทนรุมล้อมกรอบ ก่อนโทรเรียกตํารวจจับดําเนินคดี พบมีลูกค้าทั่วเกาะภูเก็ต เนื่องจากเป็นเครือข่ายใหญ่เงินทุนจาก กทม...
เมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ (4 มิ.ย.) ตำรวจ สภ.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ร่วมกันจับกุมแก๊งทวงหนี้ ได้ผู้ต้องหา 6 คน ประกอบด้วย นายไพฑูรย์ ทองคำเจริญ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/4 ม. 2 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี นายสมศักดิ์ จันทร์ศร อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/8 ม. 2 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี นายวันชัย จิระลักษณ์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่195/5 ม. 12 ต.ทับช้าง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี นายอมรศักดิ์ ศรีคำ อายุ 20 อยู่บ้านเลขที่ 127 ม. 4 ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี นายสมรักษ์ หนูทองดี อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52/1 ม. 3 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช และนายวิชัย จุ้ยเจริญ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/2 ต.โพธิ์พระยา อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พร้อมของกลางรายชื่อลูกหนี้และจำนวนเงินที่ต้องชำระในแต่ละวัน จำนวน 35 รายชื่อ เงินสดจำนวน 11,000 บาท
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน เดินทางไปเก็บเบี้ยดอกรายวัน ซึ่งคิดอัตราร้อยละ 20 ต่อเดือน ที่หมู่บ้านไทยใหม่ ม. 2 ต.ราไวย์ ซึ่งมีลูกค้าที่ยืมเงินไปจำนวน 35 คน ขณะเดินเก็บดอกเบี้ยรายวันอยู่นั้น ได้มีลูกหนี้และชาวบ้านจำนวนมากเข้ามาล้อมกรอบ และจะไม่ยอมจ่ายดอกเบี้ยอีก พร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจับกุม
พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งหมด 6 คน เป็นแค่คนกลาง ไม่ใช่เจ้าของเงินที่แท้จริง ส่วนนายทุนใหญ่นั้นทราบว่าอยู่ที่กรุงเทพฯ จะโอนเงินผ่านธนาคารมาให้กลุ่มผู้ต้องหานำไปปล่อยให้ชาวบ้าน ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนๆ ละ 5,000 บาท และทราบว่า แก๊งทวงหนี้เครือข่ายนายทุนใหญ่รายนี้ ได้ปล่อยกู้ร้อยละ 20 ทั่วเกาะภูเก็ต มีลูกค้าหลายร้อยคน
-----------------------------------------------------------------------------
จับคนงานสวนปาล์มขนใบกระท่อมลงชายแดนใต้

หาดใหญ่ - เจ้าหน้าที่จับคนงานสวนปาล์ม ซุกซ้อนใบกระท่อมในกระเป๋าเดินทาง และในถุงพลาสติก จำนวน 8 กก.เตรียมนำไปส่งจำหน่ายให้กับกลุ่มวัยรุ่นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ วันนี้ (4 มิ.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น. นายศักดินา ทองวงศ์ ผอ.สำนักงานสถานีขนส่งผู้โดยสารเทศบาลนครหาดใหญ่ ส.อ.เนียน บุญจันทร์ สารวัตรทหาร มทบ.42 และอส.อ.หาดใหญ่ ร่วมกันจับกุม นายซาการียา มะมิง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 ม.2 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา พร้อมของกลางใบกระท่อมสดจำนวน 8 กก.ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง และในถุงพลาสติก พร้อมน้ำใบกระท่อมอีก1 ขวดลิตร ขณะเตรียมขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งหาดใหญ่ สอบสวนรับสารภาพว่ามีอาชีพเป็นคนงานสวนปาล์มอยู่ที่ จ.กระบี่ โดยใบกระท่อมทั้งหมดซื้อมาจาก จ.กระบี่ และเตรียมนำไปส่งจำหน่ายให้กับกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านของตัวเอง เพื่อเป็นส่วนผสมของยาเสพติดโดยทำมาหลายครั้งเนื่องจากรายได้ดีและมีเท่าไรก็ไม่พอขาย
-----------------------------------------------------------------------------
ปชช.แห่ร่วมโครงการชุบสารเคมีป้องกันยุงลาย

ตรัง - สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ออกชุบน้ำยาสารเคมีป้องกันยุงกัดกับมุ้ง และเสื้อผ้าชุดทำงานให้แก่ชาวบ้าน แก้โรคชิคุนกุนยาระบาดอย่างหนัก วันนี้ (4 มิ.ย.) เมื่อเวลา 06.00 น.ที่ศาลาประชาคมอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตรัง ได้ดำเนินโครงการตรวจคัดครองสุขภาพให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง ประจำปีงบประมาณ 2552 ขึ้น ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ซึ่งได้มีการนำน้ำยาสารเคมีไปชุบมุ้ง และเสื้อผ้าชุดทำงานให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงลายสวนกัดอันเป็นเหตุให้ได้รับเชื้อโรคชิคุนกุนยาที่ขณะนี้กำลังระบาดอย่างหนักอยู่ในพื้นที่จังหวัดตรัง ทั้งนี้ ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดสำราญ นำมุ้งที่ใช้สำหรับกางนอนในบ้าน และเสื้อผ้าชุดทำงานมาร่วมกิจกรรมกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา ต่างนำเสื้อผ้าที่ไว้สำหรับสวมใส่ขณะออกกรีดยางพารามาชุบน้ำยาเคมี เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัดกันเป็นจำนวนนับ 1,000 คน เพราะต่างก็รู้สึกกังวลต่อการระบาดของโรคชิคุนกุนยาในขณะนี้ และสภาพชนบทของภาคใต้ก็มีความเสี่ยงต่อการกระจายของเชื้อ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นสวนยางพารา นายธีระศักดิ์ มักคุ้น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง กล่าวว่า หากยุงลายสวนไปเกาะตามมุ้ง หรือเสื้อผ้าที่ได้รับการชุบน้ำยาเคมีชนิดนี้ไปแล้ว ก็จะทำให้ยุงลายเกิดอาการอ่อนเพลีย กินอาหารไม่ได้ จนเป็นอัมพาต และตายในที่สุด ถือเป็นการตัดวงจรชีวิตของยุงลายอย่างได้ผล ซึ่งน้ำยาดังกล่าวนี้จะติดเสื้อผ้าและมุ้งได้นาน 3-4 เดือน แต่ไม่เป็นอันตรายหรือส่งผลข้างเคียงต่อผู้คน สำหรับตัวเลขของผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อโรคชิคุนกุนยา เฉพาะในอำเภอหาดสำราญ มีประมาณ 10 รายเท่านั้น จึงถือเป็นการนำร่องในการป้องกันโรคด้วยวิธีนี้ หลังจากนั้น ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ก็จะเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. เพื่อมาซักซ้อมการใช้น้ำยาเคมีชนิดดังกล่าว จากนั้นจะให้ อสม.แต่ละพื้นที่นำน้ำยาเคมีตัวนี้ไปชุบมุ้ง และเสื้อผ้าให้กับประชาชนให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดตรังต่อไป อย่างไรก็ตาม ก็จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการฉีดพ่นหมอกควัน และฉีดพ่นสารเคมีชนิดละอองฝอย รวมทั้งการรณรงค์ให้ประชาชนป้องกันมิให้ถูกยุงกัด และร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายอย่างเข้มข้นต่อไป
-----------------------------------------------------------------------------
6 มอบตัวแล้ว พร้อมพวกอีก2 คน แต่ยังหลบหนีอีก 1 ราย |