|
 |
|
รองปลัดชี้ ICT
COPได้มาตรฐาน
|
 |
|
ซันระบุคนนิยม
โอเพนซอร์สมากขึ้น
|
รองปลัดชี้
ออกโรงโต้กระแสข่าว ใช้ซอฟต์แวร์ไทยไร้มาตรฐาน ระบุเหตุที่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ประเทศไทย เพราะกลัวต่างชาติรู้ความเคลื่อนไหว ย้ำไทยไม่ควรเปิดเผยความลับ เพราะเป็นความมั่นคงของประเทศ ส่วน TOR ยังไม่ได้รับรายงาน... ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกระแสข่าว การจัดตั้งโครงการศูนย์ประสานความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT COP ใช้ซอฟต์แวร์ในประเทศไทย และกลัวว่ามาตรฐานของระบบจะไม่เป็นที่ยอมรับระดับสากล จากงบประมาณลงทุนจำนวน 46 ล้านบาท ล่าสุด นายอังสุมาล ศุนาลัย รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าววานนี้ (21 พ.ค.) ว่า โครงการ ICT COP ใช้ซอฟต์แวร์หลายส่วน แต่ส่วนที่ใช้ซอฟต์แวร์ไทย คือการสืบค้นเพื่อเข้าถึงข้อมูล เนื่องจากยังไม่แน่ใจเรื่องการเก็บหลักฐานต่างๆ ของซอฟต์แวร์ต่างประเทศ เพราะมีรายละเอียดเรื่องกฎหมายค่อนข้างมาก ขณะเดียวกัน ไม่ควรปิดเผยข้อมูลความลับต่างประเทศรู้ เพราะเป็นกระบวนการรักษาความมั่นคงของประเทศ "ส่วนที่ใช้ซอฟต์แวร์ของคนไทยอยู่ขณะนี้ ยืนยันว่ามีมาตรฐานกลาง เป็นอินเตอร์เนชัลแนลสแตนดาส ที่เกิดจากการดำเนินงานระหว่างภาคเอกชน กับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ขณะเดียวกัน ไม่สมควรจะบอกให้ต่างชาติรู้ว่า จุดไหนมีระบบอะไรบ้าง เพราะเป็นกระบวนการป้องกันประเทศที่ไม่ควรเปิดเผย" รองปลัดไอซีที กล่าว
นายอังสุมาล กล่าวต่อว่า งบประมาณโครงการจำนวน 46 ล้านบาท มีเรื่องของฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนงบประมาณซอฟต์แวร์ที่ใช้ไปยังไม่ได้สรุปผลทั้งหมด เพราะเริ่มเป็นเฟส โดยอยู่ระหว่างเจรจา อีกทั้ง ไม่แน่ใจเรื่องงบที่ใช้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดนำตัวซอฟต์แวร์ออกมาทดลองใช้กับระบบส่วนอื่นของโครงการ เพื่อหาจุดบกพร่องและปรับเปลี่ยนใช้งานต่อไป โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือน มิ.ย.52 รองปลัดไอซีที กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ความพร้อมของ ICT COP เกินครึ่งแล้ว เพราะทดลองระบบต้นแบบไปแล้ว เหลือเพียงต่อยอดวงจรในส่วนการจัดทำมาตฐานข้อมูลร่วมกัน และต้องนำมาปรับใช้กับส่วนอื่นภายใต้มาตรฐานที่กำหนดออกไป สำหรับแนวโน้มการนำซอฟต์แวร์ต่างประเทศมาใช้ในระบบอื่น คงต้องชะลอก่อน เพราะต้องดูเรื่องระบบความปลอดภัยอีกหลายเรื่อง อีกทั้งรายละเอียดข้อกำหนดสำหรับการจัดซื้อ จัดจ้าง หรือTOR นั้นก็ยังไม่ได้รับรายงานด้วย
............................
_____________________________________
ซันระบุคนนิยมโอเพนซอร์สมากขึ้น ผนึกซอฟต์แวร์ปาร์กจัด Open Jive 2009
ซันไมโคร เผยมีแนวโน้มใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมากขึ้น ระบุในปี 2020 ทั่วโลกผู้ใช้ 40 % ของซอฟต์แวร์ทั้งหมด ผนึกซอฟต์แวร์ปาร์กจัด Open Jive Challenge 2009 หนุนเยาวชนไทยพัฒนาซอฟต์แวร์ โอเพนซอร์สเน้นหนัก Java นางรัมภา มนูญศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันไมโครซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการนำซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมาใช้ภาคส่วนธุรกิจมากขึ้น จากเดิมจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยในกลุ่มธุรกิจที่เริ่มมีการนำมาใช้งาน ได้แก่ กลุ่มธนาคาร บริษัทโทรคมนาคม และภาครัฐมากยิ่งขึ้น และคาดว่าในปี 2020 จะมีการใช้งานโอเพ่นซอร์สทั่วโลกประมาณ 40% ทั้งนี้ การกระตุ้นให้มีการเอาต์ซอร์สให้แผร่หลายจะต้องมีการพัฒนาบุคคลากรที่สามารถใช้งานให้มีจำนวนมากขึ้น เมื่อมีจำนวนบุคคลากรมากขึ้นก็จะเกิดนวัตกรรม เอาต์ซอร์สสำหรับภาคธุรกิจมากขึ้นตาม โดยล่าสุด ซันไมโครได้จัดการแข่งขัน Open Jive Challenge 2009 ร่วมกับเขตอุตสาหกรรมประเทศไทย หรือซอฟต์แวร์ปาร์ก เฟิร์ส ลอจิก และ อีลิเซีย เทคโนโลยี โดยกิจกรรมดังกล่าว เป็นการส่งเสริมทีมนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ในไทย แข่งขันพัฒนาโซลูชันเว็บ 2.0 โอเพนซอร์สที่ประยุกต์ใช้งานได้จริงเพื่อหาทีมชนะเลิศระดับประเทศไปเป็นตัวแทนการแข่งขันในระดับภูมิภาคต่อไป “Open Jive แสดงถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ของซันที่มีต่อซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส และความตั้งใจอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนภาคการศึกษาของไทยให้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมด้านไอทีทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” รัมภากล่าว“ สุวิภา วรรณสาธพ ผู้อำนวยการ ซอฟต์แวร์ปาร์ก กล่าวเสริมว่า แนวทางการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ได้รับการกล่าวขวัญมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมาคือ Social Network ซึ่งแนวทางนี้เติบโตขึ้นพร้อมกันทั่วโลกและคนไทยก็มีศักยภาพในการแข่งขันทัดเทียมกับตลาดโลก ดังนั้นบทบาทหน้าที่ของซอฟต์แวร์ปาร์กคือจะต้องสร้างเวทีเพื่อทำให้เกิดคนและผลงานทางด้านนี้ให้ตลาดโลกยอมรับ นอกจากนั้น Social Network ส่วนใหญ่ได้รับการพัฒนามาจากโปรแกรม โอเพนซอร์ส สอดคล้องกับทิศทางการสนับสนุนของซอฟต์แวร์ปาร์กที่ต้องการเน้นให้คนไทยพึ่งพาซอฟต์แวร์อิสระเป็นหนึ่งทางเลือกของการพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย การแข่งขันในครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้บรรดานักพัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ในระดับมหาวิทยาลัยได้มีโอกาสพบรู้จักกัน และร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานแอปพลิเคชันใหม่ๆ ที่กำลังได้รับความนิยมจากทั่วโลก และสร้างผลงานที่ท้าทายอนาคตต่อไป
............................
_____________________________________
ICT COPได้มาตรฐานซอฟต์แวร์ไทย |