|
 |
| เอกชนท่องเที่ยวโอด หวัดมรณะ |
 |
|
ไทยดันภูเก็ตศูนย์
กลางท่องเที่ยว IMT-GT
|
เอกชนท่องเที่ยวโอด หวัดมรณะพ่นพิษวูบ
วันที่ (21พ.ค.) น.ส.มัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวถึงการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการนำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ พบว่า ขณะนี้ทัวร์คนไทยที่จะไปเที่ยวประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการยกเลิกการเดินทางทั้งหมด ส่วนประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกงมีการเลื่อนการเดินทางอย่างไม่มีกำหนด และยังมีการทยอยยกเลิก และเลื่อนการเดินทางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคนี้ธุรกิจการท่องเที่ยวในต่างประเทศสูญเสียนักท่องเที่ยวไปแล้วถึงร้อยละ 60 ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และนักท่องเที่ยวคนไทยที่นิยมการท่องเที่ยวภายในประเทศหายไปร้อยละ 60 เช่นกัน นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวฯ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องการให้กระทรวงสาธารณสุขและสนามบินสุวรรณภูมิดำเนินการ คือการปรับปรุงมาตรการในการเฝ้าระวังโรค เนื่องจากเมื่อเร็วๆ นี้ตนเดินทางกลับจากประเทศไต้หวันเจ้าหน้าที่บนเครื่องบินแจกใบตรวจสอบโรคให้กรอกจากนั้นเดินผ่านเครื่องตรวจอุณหภูมิหรือเทอร์โมสแกนกลับไม่มีเจ้าหน้าที่นั่งประจำเครื่อง และเมื่อเดินเข้ามาถึงส่วนของตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)เจ้าหน้าที่ไม่ได้สนใจที่จะตรวจสอบใบตรวจสอบโรคว่าผู้เดินทางเข้ามาป่วยหรือไม่ กลับนำทิ้งถังขยะ และเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาเดินทางกลับจากประเทศลาว เจ้าหน้าที่บนเครื่องไม่ได้แจกใบตรวจสอบโรค กระทั่งถึงตม.เจ้าหน้าที่ไม่ให้ผ่านต้องกลับไปกรอกใบตรวจสอบโรคหากเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเกิดความยุ่งยากมากซึ่งการดำเนินการของ ตม.อย่างปัจจุบันเป็นการกระทำที่ติดลบในสายตาต่างชาติจึงอยากให้มีการบริหารจัดการ การเฝ้าระวังโรคให้ดีและเข้มงวดกว่านี้
............................
_____________________________________
ไทยดันภูเก็ตศูนย์กลางท่องเที่ยว IMT-GT เสนอที่ประชุมสภาธุรกิจสามฝ่ายที่ภูเก็ต
ไทยเตรียมดันให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและศูนย์กลางฝึกอบรมแรงงานด้านซอฟแวร์ในกรอบความร่วมมือ IMT-GT ในการประชุมสภาธุรกิจร่วมสามฝ่าย 27-28 พ.ค.นี้ที่ภูเก็ต เพราะเห็นว่าภูเก็ตมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูงกว่าทุกจังหวัดในภาคใต้ คาดอินโดฯ-มาเลเซียไม่ขัดข้อง วันที่ (21 พ.ค.) ที่โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายธนารักษ์ พงษ์เภตรา ประธานสภาธุรกิจชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย นางอรอนงค์ สุวรรณาคาร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต นายสรธรรม จินดา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมแถลงข่าว การจัดประชุมสภาธรุกิจร่วมสามฝ่าย ครั้งที่ 27 ว่า สภาธุรกิจชายแดนภาคใต้ ได้กำหนดการจัดประชุมสภาธุรกิจร่วมสามฝ่าย ครั้งที่ 27 ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซียในกรอบความร่วมมือ IMT-GT ( Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle Joint Business Council Meeting) ขึ้นระหว่างวันที่ 27-28 พฤษภาคม 2552 นี้ ที่โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยมีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเป็นประธาน ซึ่งจะมีภาคเอกชนทั้งสามประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมประมาณ 350 คน โดยการประชุมในครั้งนี้มีประเด็นหลักที่เป็นจุดเน้น 3 เรื่องด้วยกัน คือ การประชุมร่วมของผู้แทนภาคเอกชนและที่เกี่ยวข้องสามประเทศ การเจรจาคู่ค้าทางธุรกิจ หรือ Business Macthing ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2552 และการจัดการท่องเที่ยว หรือ Package Tour แก่ผู้เข้าร่วมประชุมต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 29-30 พฤษภาคม 2552 นี้ นายธนารักษ์กล่าวต่อว่า การที่ทางสภาธุรกิจชายแดนใต้เลือกจังหวัดภูเก็ตเป็นสถานที่ในการจัดการประชุมร่วมสามฝ่ายนั้น เพราะในการประชุมครั้งนี้ทางสภาฯต้องการที่จะผลักดันให้จังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวใน IMT-GT และต้องการที่จะผลักดันให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางในการฝึกอบรมด้านซอฟต์แวร์ในภูมิภาค IMT-GT เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตมีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวสูงมาก ที่จะผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของ IMT-GT และปัจจุบันภูเก็ตก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งมีศักยภาพสูงกว่าหาดใหญ่มาก จากเดิมที่มีการผลักดันให้หาดใหญ่เป็นศูนย์กลาง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ทางสภาฯจึงมองว่าภูเก็ตน่าที่จะมีศักยภาพมากกว่า ทั้งในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ การเป็นศูนย์กลางในการดูแลสุขภาพ ฯลฯ ส่วนการเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมแรงงานด้านไอทีนั้น ในภาคใต้คิดว่าภูเก็ตมีความพร้อมมากที่สุด เพราะภูเก็ตมีสำนักงานชอฟแวร์แห่งชาติตั้งอยู่ด้วย และในอีก 2 ปีข้างหน้าการเคลื่อนไหวด้านแรงงานในกลุ่มประเทศอาเซียนก็จะมีอิสระแรงงานในกลุ่มสามารถเดินทางไปทำงานในประเทศกลุ่มเดียวกันได้อย่างเสรี นายธนารักษ์ยังกล่าวถึงความคาดหวังที่ทางประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซียจจะเป็นด้วยกันฝ่ายไทยที่ต้องการผลักดันให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวใน IMT-GT ว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะอินโดนีเซียเองก็ต้องการที่จะให้ผู้นำด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว และในส่วนของมาเลเซียเองก็ไม่น่าที่จะมีปัญหาอะไร เพราะขณะนี้ทางสายการบินของมาเลเซียได้บินมาภูเก็ตทั้งจากกัวลาลัมเปอร์และปีนังอยู่แล้ว ซึ่งความเป็นไปได้ที่ทั้งสองประเทศจะเห็นด้วยมีสูงมาก นอกจากเรื่องการผลักดันให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวใน IMT-GT แล้ว ยังจะมีหารือกันในเรื่องของสินค้าทางการเกษตรร่วมกันว่าจะเป็นเรื่องยางพารา ไม้ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และอีกหลายเรื่องที่จะเกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสามประเทศ และคาดว่าจะมีการนำเสนอคณะทำงานด้านพลังงานเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากไทยต้องอาศัยพลังงานจากอินโดนีเซียอีกมาก ซึ่งผลที่ได้จากการประชุมจะมีการนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการผลักดันต่อไป โดยในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้จะมีการประชุมรัฐมนตรี IMT-GT ที่เมืองมะละกา ประเทศมาเลเซียซึ่งจะได้มีการการนำเสนอประเด็นต่างๆ ที่ภาคเอกชนเห็นร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้นต่อไป สำหรับความร่วมมือในกรอบ IMT-GT นั้นมี 6 ด้านด้วยกัน คือ สาขาโครงสร้างพื้นฐาน สาขาการค้าและการลงทุน สาขาการท่องเที่ยว สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สาขาเกษตรและอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม และสาขาผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาล
............................
_____________________________________
60% |