ข่าวเด่นวันนี้

101Banner-2010

สถานีวิทยุ ออนไลน์ ฟังเพลงสดๆจากทุกสถานีโดยตรง Radio Online Live

101Radio_Onair Logo_Design_d.onweb WorldMusic-2

เอฟ.เอ็ม101 MHz กระบี่

เอฟ.เอ็ม 94.0 MHz กระบี่

World Music Radio

Lungsuan-01

MusicForYou

วิทยุเสียงจะนะ

เอฟ.เอ็ม95.00 MHz หลังสวน

Music For You

วิทยุเสียงจะนะ FM 98.50 MHz

โฆษณาสินค้ากับเราวันนี้Hot Merchandise

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

มีเงิน 30 บาท ก็เป็นเจ้าของได้

คลิ๊กดูรายละเอียด

เปาไวท์

อ่าวนาง ทราเวล แอนด์ ทัวร์ คลิ๊กดูรายละเอียด

มหาราชผ้าม่าน ถนน.มหาราช

เปา ไวท์ คลิ๊กดูรายละเอียด

กระบี่ เพ้นท์

สมาท พูล คลิ๊ก !!!! ดูรายละเอียด

Qwood คลิ๊ก !!!



เพชรเกษม วิศวกรรม

ประชาสัมพันธ์อย่างมีคุณภาพ

ท่องเที่ยวทั่วไทยวันนี้ พิมพ์ อีเมล
 TAT_1.jpg

   เมืองเก่าภูเก็ต เมื่อ

"อาเขต" มี"อาณาเขต" 

 

 บรรยากาศย้อนยุคใน

  "เพลินวาน" หัวหิน

เมืองเก่าภูเก็ต เมื่อ"อาเขต" มี"อาณาเขต"TAT_1.jpgคืนนั้น "ซอยรมณีย์" ในย่านเก่าแห่งภูเก็ต คึกคัก คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มารอชมการบรรเลงเพลงแจ๊ซกันอย่างในจดใจจ่อ เนื่องจากเป็นคืนพิเศษที่ 1 เดือนมีครั้ง คือในทุกค่ำคืนวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน ซอยรมณีย์จะปิดถนนให้คนดนตรีมา ร้อง เล่น เต้น บรรเลงเพลงสดๆกันอย่างเมามัน
       
       ธีมหลักของงานคือดนตรีแจ๊ซอันเร่าร้อนและอ่อนหวาน ตามจังหวะ ท่วงทำนอง และอารมณ์ของนักดนตรีที่ร่ายเพลงบรรเลงออกมา ส่วนธีมหลักของผมคือไปนั่งดริงก์ ฟังแจ๊ซ เหล่าสาว และดูตึก”!!!
       

       ตึกที่ซอยรมณีย์และในย่านเมืองเก่า สวยเฉียบ ด้วยสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส อันงดงามเป็นเอกลักษณ์ จนผมถูกเสน่ห์มัดใจให้กลับมาเดินเที่ยวอีกครั้งในสายวันรุ่งขึ้น
       
     TAT_1.1.jpg  เมืองเก่าภูเก็ตได้ชื่อว่าเป็นย่านตึกชิโน-โปรตุกีสที่สวยที่สุดในเมืองไทย ตึกเก่าเหล่านี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึง รัชกาลที่ 7 เจริญรุ่งเรืองสุดขีดในสมัยพระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี(คอซิมบี้ ณ ระนอง) ก่อนที่จะเสื่อมสภาพและถูกแทนที่ด้วยอาคารรูปแบบใหม่ที่ดูแข็งทื่อ แปลกแยก ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จนหลายคนทนไม่ได้ มองว่าถ้าไม่อนุรักษ์ปรับปรุง คุณค่าทางประวัติศาสตร์และเสน่ห์ของอาคารชิโน-โปรตุกีสที่สวยที่สุดในเมืองไทยอาจสูญหายไปจากเมืองไทย นั่นจึงเกิดโครงการอนุรักษ์อาคารในย่านเมืองเก่าขึ้นมาในราวปี 2540
มาถึงวันนี้ สภาพอาคารเก่าที่ภูเก็ตดูดีสวยงามขึ้นมาก จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของภูเก็ต
       
       ย่านท่องเที่ยวเมืองเก่าในภูเก็ตครอบคลุมถนนหลายสายหลายช่วง ผมโชคดีที่มีคนให้หนังสือคู่มือชมเมืองเก่าภูเก็ตมา จึงใช้หนังสือเล่มนี้เป็นไกด์บุ๊กเดินลุยถั่วไปตามตึกรามบ้านเรือนเด่นๆบนถนนแต่ละสาย แบบไม่ได้เจาะจงไปตามทางที่หนังสือกำหนด หากแต่ไปตามเส้นทางที่สะดวกเดิน
       
       เริ่มจากจุดออกสตาร์ทบนถนนถลาง ณ สวน 72 พรรษา ที่มีรูปปั้น พญามังกรทะเลฮ่ายเหล็งอ๋อง ตั้งตระหง่าน ติดกันเป็นที่ตั้งของอาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ทาสีใหม่ ส้มอิฐ-ขาว-เขียว ดูสดใส จากจุดนี้หากเดินไปทางถนนมนตรีจะเจอกับตึกเก่าที่ทำการไปรษณีย์ชั้นเดียว แต่ดูเท่มาก ปัจจุบันเขาจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรภูเก็ต
       
       จากพญามังกรผมเดินออกซ้ายผ่านถนนภูเก็ตไปถนนพังงา ตรงสี่แยกธนาคารชาร์เตอร์ บรรยากาศเมืองเก่าช่วงนี้ต้อนรับด้วยธนาคารนครหลวงไทย(สแตนดาร์ตชาร์เตอร์เดิม)กับซุ้มโค้งสวยงามสอดรับไปกับมุมถนน ฝั่งตรงข้ามเป็น ศูนย์รวมข่าวพรหมเทพอันโดดเด่นไปด้วยหอนาฬิกาสูง
       
       จากนั้นเดินชมตึกแถวเก่าที่มีการตกแต่งซุ้มหน้าต่างลวดลายปูนปั้นศิลปะนีโอคลาสสิคและอาร์ตเดโค ก่อนไปชมโรงแรมออนออน โรงแรมแห่งแรกในภูเก็ตที่ผมอยากมาพักมาก แต่ไม่เคยจองได้ซ้ากกะที
------------------------------------------------------------------------บรรยากาศย้อนยุคใน "เพลินวาน" หัวหินTAT_2.jpgหัวหิน ถิ่นตากอากาศคลาสสิค ที่อวลเสน่ห์อยู่ไม่เสื่อมคลาย หลายคนที่ไปหัวหินจึงถวิลหาในบรรยากาศย้อนยุค วันวาน เพื่อซึมซับกับเสน่ห์ความคลาสสิคแห่งหัวหิน ซึ่งวันนี้นักท่องเที่ยวสามารถย้อนเวลากลับไปพบกับอดีตคลาสสิคของหัวหิน ได้ที่ "เพลินวาน" ที่จำลองบรรยากาศย้อนยุคมาให้เพลิดเพลินกัน
       
       "เพลินวาน" เป็นเหมือนศูนย์การค้าย้อนยุคแบบครบวงจร แม้ภายนอกจะดูไม่เหมือนศูนย์การค้า แต่กลับไปดูคล้ายโกดังหรือโรงไม้เสียมากกว่า แต่เมื่อเดินเข้ามาภายในแล้วก็จะเหมือนหลุดเข้ามาอีกยุคหนึ่งที่มีบรรยากาศแตกต่างไปจากศูนย์การค้าอื่นๆอย่างสิ้นเชิง ด้วยภาพของร้านค้าในเรือนแถวไม้สองชั้น ซึ่งก็มีอยู่หลากหลายร้านด้วยกัน เริ่มกันที่ชั้นล่าง ที่ "ห้องเสื้อไฉไล" ห้องเสื้อเล็กๆ แต่มีเสื้อผ้าสไตล์เฉี่ยวไฉไลสมชื่อร้าน ทั้งแฟชั่นของคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง เน้นเป็นแบบใส่สบายๆ เดินเล่นชายทะเล หากใครถูกใจเสื้อผ้าชิ้นไหนก็เลือกซื้อกันได้
       
       "ของเล่นเพลินวาน" ที่เมื่อเข้ามาอยู่ในร้านแล้วจะให้ความรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนเก่าที่ห่างหายกันไปนาน ของเล่นแต่ละชิ้นนั้นเตือนให้หลายๆคนนึกถึงความสนุกสนานในวัยเด็ก ในยุคที่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีเกมออนไลน์ไม่มีสิ่งบันเทิงทันสมัยมากมายนัก มีแต่ตุ๊กตุ่น ตุ๊กตากระดาษ ตุ๊กตาไขลาน ของเล่นสังกะสี ฯลฯ ให้เราได้ใช้จินตนาการร่วมเล่นกันอย่างสนุกสนาน นอกจากนนี้ยังมีขนมต่างๆ ที่คุ้นหน้าคุ้นตาสมัยเมื่อเราเป็นเด็ก มีโปสการ์ดสวยๆให้เขียนหย่อนใส่ตู้ไปรษณีย์ได้ทันที
       
       ส่วนที่ร้าน "กาแฟโบราณ" และ "แกงร้อนเพลินวาน" ก็เป็นสถานที่อิ่มอร่อยในบรรยากาศของร้านกาแฟเก่าๆ และร้านข้าวแกงที่เสิร์ฟความอร่อยมาในจานและถ้วยสังกะสี แบบที่ไม่ได้เห็นกันมานานแล้ว
       
       ขึ้นมาที่ชั้นบน ก็จะได้พบกับ "เพลินวานไอศกรีม" ร้านไอศกรีมหวานแหวว เหมาะสำหรับคู่รักจะมานั่งจู๋จี๋ หรือกลุ่มเพื่อนซี้จะมานั่งเม้าท์กันพร้อมกับอร่อยไปกับไอศกรีมหวานเย็นหลากหลายรส รวมไปถึงไอศรีมผัด และน้ำจรวดหลากรสชาติ และร้าน "ขนมเพลินวาน" ก็เป็นอีกหนึ่งมุมน่านั่งเช่นเดียวกัน
       
       แต่หากใครที่ชอบการสังสรรค์ด้วยสุรา ที่นี่ก็มี "ร้านเหล้าเพลินสำราญ" ให้นั่งกันมีสุราให้ร่ำกันทั้งเหล้าไทย เหล้านอก รวมไปถึง ยาดอง ก็มีให้ลิ้มลอง ทั้งม้ากระทืบโรง โด่ไม่รู้ล้ม เสือ 11 ตัว ส่วนสรรพคุณของยาดองแต่ละตัวจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นก็ไปอ่านเอาได้ที่ข้างโหล
       
       ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนแรกของ "เพลินวาน" ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัส แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะยังจะต้องมีเฟส 2 และเฟส 3 ตามมาในเร็วๆนี้ โดยจะเป็นร้านค้าจิปาถะ และการฉายหนังกางแปลง รวมไปถึงโรงแรมที่พักในสไตล์ของ "เพลินวาน" แต่จะเป็นอย่างไรนั้นต้องอดใจรอก้าวต่อไปของ "เพลินวาน" ในช่วงเดือนกันยายนศกนี้
       
       มนต์เสน่ห์ของเมืองหัวหินที่ไม่เคยเสื่อมคลาย บวกกับเสน่ห์ของวันวานที่สัมผัสได้ที่ "เพลินวาน" เชื่อแน่ว่าจะทำให้ผู้ที่มาเยือนได้ประทับใจไม่รู้ลืม
              
"เพลินวาน" ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณซอยหัวหิน 38 อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใกล้เขตพระราชวังไกลกังวล เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00-23.00 น.
       
เลยโรงแรมเก่าแห่งแรกไปเป็น ศาลเจ้าแสงธรรม กับบรรยากาศแบบจีนๆ แล้วเส้นทางพาไปบรรจบกับถนนเยาวราช ที่ในคู่มือถ้าไปซ้ายทางวงเวียนสุริยเดชเข้าถนนระนอง ก็จะเจอตลาดสด ตึกเก่าการบินไทย และศาลเจ้าปุดจ้อ แต่ผมเลือกไปทางขวาแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนกระบี่ ถนนช่วงนี้มีกลุ่มตึกเก่า 2 ชั้น 3 ชั้นให้ชมกัน และมีดาวเด่นอย่าง พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว อดีตโรงเรียนภูเก็ตไทยหัว ปัจจุบันจัดแสดงภาพถ่ายเรื่องราวเมืองภูเก็ต อาคารหลังนี้มี 2 ชั้น งดงามไปทรวดทรงอันสมส่วน โค้งซุ้มประตู หน้าต่าง ลวดลายปูนปั้นประดับต่างๆ
       
       
จากไทยหัวผมลุยถั่วต่อไปยัง อังมอเหลา หรือคฤหาสน์ อันเป็นบ้านของคฤหบดี ที่มีคฤหาสน์พระพิทักษ์ชินประชาอันใหญ่โต กว้างขวางและงดงามไปด้วยองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ลงตัว ทั้งรูปทรงอาคาร หลังคา เส้นสายลายประดับ และสีสัน
       
       
เลยอาคารหรูหลังนี้ไปเป็นบ้านชินประชา ที่ผู้สืบทอดรุ่นหลังๆได้อนุรักษ์ไว้ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว และเครื่องเรือนแบบดั้งเดิม โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมกัน
       
       
ผมเคยมาเยือนที่บ้านหลังนี้ 2 หน เดินดูในส่วนจัดแสดงจนทั่ว พร้อมๆกับได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเจ้าของบ้าน แต่การมาเดินในครั้งนี้ บ้านชินประชาเปลี๊ยนไป๋ เพราะที่หน้าบ้านกำลังมีการก่อสร้างตึกแถวใหม่ในสไตล์เก่าคือชิโน-โปรตุกีส เพื่อเป็นอาคารพาณิชย์ ทำให้มองเห็นบ้านชินประชาไม่ถนัด แต่เมื่อสร้างเสร็จเท่าที่เห็นจะเปิดมุมมองบ้านเก่าเฉพาะทางด้านหน้า โดยมองผ่าน 2 ตึกใหม่เข้าไป ไม่สามารถมองเห็นบ้านชินประชาได้ถนัดถนี่ตาเหมือนแต่ก่อน ก็อย่างว่าแหละ เมื่อเวลายังไม่หยุดเดิน สรรพสิ่งต่างๆมันย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาหลังเดินเที่ยวมาได้พักใหญ่ ขาเริ่มเมื่อย ท้องเริ่มหิว ผมจึงไปพักกินโลบะ(อาหารพื้นเมือง)เจ้าดังที่ร้านเยื้องๆกับ ศาลเจ้าแม่ย่านาง และที่ตั้งของสมาคมเพอรานากัน
       
       
เมื่อเติมพลังจนอิ่มแปล้ ผมย้อนกลับมาทางเก่าบนถนนดีบุก ก่อนไปเลี้ยวซ้ายตรงทางแยกเข้าถนนสตูลแล้วเลี้ยวขวาที่แยกหน้าเข้าถนนดีบุก เพื่อใช้เวลาดื่มด่ำกับอาคารเก่าแถวนี้ เริ่มจาก บ้านหลวงอำนาจนรารักษ์อีกหนึ่งอังมอเหลาอันสวยงาม สร้างโดยช่างจากปีนัง จากนั้นเดินไปชม อาคารตึกแถวย่านบ้านพักอาศัยของอดีตนายเมืองเก่า ที่มีให้ชมกันทั้ง 2 ฟากฝั่งถนน เป็นอาคารแบบชิโน-โปรตุกีส ที่มีการทาสีภายนอกใหม่ดูงดงามมาก แต่เสียอย่างเดียว มีสายไฟห้อยระโยงรยางค์ดูรุงรังไปหน่อย จนผมอดนึกถึงคำพูดของเพื่อนชาวภูเก็ตคนหนึ่งไม่ได้
       
       
มันบอกว่า ที่ทางการไม่ยอมซ่อนสายไฟลงดิน คงกลัวเวลาถ่ายรูปออกมาแล้วไม่รู้ว่านี่คือเมืองไทย เพราะถ้าตึกแถวนี้ปราศจากสายไฟ บางทีคนเห็นภาพถ่ายอาจนึกว่าที่นี่เป็น มาเก๊า ปีนัง สิงคโปร์ หรือตึกแถวทางยุโรป
       
       
เขาเก็บสายไฟไว้ให้รู้ว่านี่คือเมืองไทยน่ะ เพื่อนคนนี้มันบอก
       
       
นับว่าหมอนี่ ตลกร้ายไม่เบา
       
       
เรื่องนี้เอาเป็นว่าอนาคตถ้าเขาซ่อนสายไฟลงดิน(จริง) ตามที่เคย(คิด)มีโครงการมานาน เราคงได้เห็นอาคารชิโน-โปรตุกีส โฉมใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมเป็นแน่แท้ ส่วนตอนนี้ก็ดูของเดิมในอารมณ์ไทยๆไปก่อน ซึ่งบนถนนดีบุกยังมีอาคารเก่าให้ชมกันอีกเพียบ เพียงแต่ว่าใครที่มาเดินคงต้องสอดส่ายสายตาชื่นชมกันเอาเอง ส่วนผมเมื่อชมจนเมื่อยขา(อีกครั้ง)ก็ไปแวะพักที่ วัดมงคลนิมิตร หรือวัดกลาง อันร่มรื่น ในนี้ยังมีอาคารเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีสให้ชมกันอีกอย่างหอสมุดและกุฏิ ที่สวยงามไม่เบา  จากนั้นก็มาถึงช่วงท้ายของทริป ซึ่งผมออกเดินจากวัดกลางแดนธรรมเข้าสู่แดนบันเทิง ซอยรมณีย์ ที่มีการตกแต่ง ทาสี ปรับปรุง อาคารอย่างดี แถมยังมีการเก็บสายไฟซ่อนไว้ข้างๆตึก ทำให้มองแล้ว ไม่เกิดทัศนอุจาดกวนสายตาแต่อย่างใด
       
       
ซอยรมณีย์ ในอดีตเป็นย่านเริงรมย์ของชาวเหมือง ปัจจุบันเป็นย่านเริงรมย์ของวัยรุ่น นักท่องเที่ยว ซึ่งพอตกเย็นบรรยากาศที่นี่จากบรรยากาศเงียบเหงาในยามกลางวันจะเปลี่ยนเป็นคึกคักขึ้นมาทันที
       
       
จากซอยรมณีย์ ผมเดินตุปัดตุเป๋มานั่งพักในช่องทางเดินที่หน้าบ้าน(ตึก)พักอาศัยหลังหนึ่ง ที่อยู่ริมซอยฝั่งตรงข้าม
       
       
บ้านหลังนี้ผมว่ามันแปลกแฮะ เพราะเขาไม่กั้นช่องทางเดินหน้าบ้านทางฝั่งซอย แต่เปิดโล่งให้เราเดินเข้าไป(แอบ)นั่งพักหลบแดดได้ ก่อนจะไปเจอโค้งปิดตันของบ้านข้างๆ
       
       
สำหรับช่องทางเดินหน้าบ้านแบบนี้ นักวิชาการผู้รอบรู้ชาวภูเก็ตท่านหนึ่งบอกกับผมว่า คนจีนเขาเรียกว่าหง่อกากี่ หรือที่ฝรั่งเรียก “Arcade” ส่วนคนไทยเรียกอาเขต เป็นช่องทางเดินมีหลังคาคลุมเพื่อให้อากาศถ่ายเท และให้ผู้ที่เดินใต้อาเขตใช้กันแดดกันฝนเวลาไปเดินไปในอาคารชิโน-โปรตุกีส
       
       “
อาคารชิโน-โปรตุกีส มีอาเขต เป็นองค์ประกอบสำคัญ มันเป็นสมบัติสาธารณะ ให้ใครต่อใครเดินผ่าน ฝนตกไม่เปียก แดดจ้าก็ไม่ร้อน ให้ร่มเงา แต่วันนี้อาคาร บ้านเรือน แทบทั้งหมด กั้นเขตเป็นของตัวเอง แบ่งเป็นพื้นที่ของใครของมัน ทำให้อาเขตในอาคารชิโน-โปรตุกีสได้หายไป กลายเป็นพื้นที่มีอาณาเขตแทน พร้อมๆกับน้ำใจที่หดหายไปด้วย
       
       
นักวิชาการคนนั้นตัดพ้อ ซึ่งขณะที่ผมยืนหลบแดดอยู่ในอาเขตแล้วนึกถึงคำกล่าวของนักวิชาการท่านนี้แล้ว มันทำให้ผมอดตื่นเต้นไม่ได้ว่า
       
       
นี่เรากำลังยืนอยู่บนพื้นที่ ที่หายืนไม่ได้ง่ายๆในเมืองๆไทยเชียวนะ จะบอกให้
       
            -----------------------------------------------------------
 

โฆษณากับเราวันนี้

ติดต่อโฆษณากับเรา
085 692 3320 /  081 089 8381 

Banner 2010

J_V-1-Giff

Baanrao_Gif

Morseng1Banner

BoonsiamHotel53

Smartpool_Giff2010

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities.

Why should I upgrade to Internet Explorer 7? Microsoft has redesigned Internet Explorer from the ground up, with better security, new capabilities, and a whole new interface. Many changes resulted from the feedback of millions of users who tested prerelease versions of the new browser. The most compelling reason to upgrade is the improved security. The Internet of today is not the Internet of five years ago. There are dangers that simply didn't exist back in 2001, when Internet Explorer 6 was released to the world. Internet Explorer 7 makes surfing the web fundamentally safer by offering greater protection against viruses, spyware, and other online risks.

Get free downloads for Internet Explorer 7, including recommended updates as they become available. To download Internet Explorer 7 in the language of your choice, please visit the Internet Explorer 7 worldwide page.