| เรื่องเด่นรอบแดนทักษิณ |
|
|
![]() นายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า เป็นห่วงเรื่องการท่องเที่ยวเกาะพีพีกรณีที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ 2 คนได้เสียชีวิตที่เกาะพีพี “ ผมได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุด้วยตนเอง พร้อมด้วยทางฝ่ายตำหน้าที่ตำรวจและนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ให้ทำการเก็บหลักฐานต่างๆ ทั้งหมด ทั้งอาหาร น้ำดื่มในห้องพัก สภาพแวดล้อมในห้องพัก ทั้ง 2 ห้อง รมทั้งเลือดของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน และ ตัวอย่างอาหารที่ได้อาเจียนออกมา ให้ทางสำนักระบาดวิทยาได้ทำการตรวจอย่างละเอียด เพื่อหาข้อสรุปให้ได้ว่า นักท่องเที่ยวทั้ง 2 ราย นี้เสียชีวิตเนื่องจากอะไร เราเป็นห่วงภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวบนเกาะพีพี ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จัก แต่ว่าขณะนี้สื่อของต่างชาติ ทั้งสหรัฐอเมริกา และนอราเวย์ ได้แพร่ข่าวออกไปทั่วโลก ย่อมกระทบต่อการท่องเที่ยว ของพีพี อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จะต้องให้ความจริงออกมาให้เร็วที่สุด นายศิวะ ได้กล่าวอีกว่า ตนกำลังให้สำนักระบาดวิทยาทำการตรวจสารอาหารทะเล ที่ผู้เสียชีวิตทานเข้าไป เพราะบางคนแพ้สารอาหารทะเลบางชนิด ส่งผลกระทบให้เสียชีวิต แต่บางคน เมื่อทานเข้าไปไม้แพ้ ก็ไม่มีอาการอะไร นักท่องเที่ยวทั้ง 2 คน น่าจะรับสารอาหารที่ตนเองแพ้เข้าไป ทางด้าน พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ได้กล่าวเพิ่มอีกว่า ทางฝ่ายตำรวจได้เก็บหลักฐานทั้งหมด และสืบหลังจากที่ได้เกิดเหตุ ซึ่งทราบว่า Miss jill st onge ชาวอเมริกัน อายุ 26 ปี และ Miss Julie Mrchelle Berghim ชาวนอรเวย์ อายุ 23 ปี ไม่ได้มาคณะทัวร์ เดียวกัน ต่างคนต่างมา แต่มาพักห้องพักติดกัน และไม่ได้รับประทานอาหารที่เดียวกัน แต่เสียชีวิตด้วยอาการเหมือนกันทั้ง 2 คน และในโรงแรมเก้สเอาส์ ที่ทั้ง 2 คนพัก ก็ไม่ได้จำหน่ายอาหาร หรือเครื่องดื่มอะไรเลย เพราะฉะนั้นถ้าเกิดจากอาหารเป็นพิษ จะต้องสืบให้ทราบว่า นักท่องเที่ยวทั้ง 2 คน นี้ไปรับประธานอาหารที่ไหน ไปที่เดียวกันหรือไม่ ขณะนี้ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ และจากการตรวจในห้องพักเพื่อหาสารพิษ จากยากันยุง หรือสารพิษต่างๆ ก็ไม่พบ ขณะนี้รอผลจากการตรวจของสถาบันนิติเวชวิทยาและจากสำนักระบาดวิทยาอยู่ แต่ถึงอย่างไรก็สามารถยืนยันได้ว่าไม่ใช้เป็นการฆาตกรรมอย่างแน่นอน ตร.กระบี่รวบแก๊งค้ายาบ้าได้ผู้ต้องหา 2 รายของกลางกว่า 200 เม็ด-ยาไอซ์ 1 ถุงวันนี้ (15 พ.ค.) เมื่อเวลา 08.30 น.ที่ห้องสืบสวน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ พ.ต.อ.สมโภช โพธิ์ทอง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมบัติ แสวงสุข รองผกก.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.กระบี่ และเจ้าหน้าที่ แถลงผลการจับกุมตัว นายสมหมาย แก่นเพชร อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/1 ม.3 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ และนายกมล สมุหเสนิโต อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 ม.4 ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง พร้อมของกลางยาบ้าบรรจุหลอดกาแฟ จำนวน 219 เม็ด, ยาไอซ์บรรจุถุงพลาสติก จำนวน 1 ถุง พร้อมอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ ที่มีการดัดแปลงจากหลอดไฟฟ้า จำนวน 1 ชุด และบารากู จำนวน 1 ชุด ถูกดัดแปลงเป็นอุปกรณ์เสพยาบ้า นอกจากนั้นยังมีหลอดกาแฟอีกจำนวนหนึ่ง สมุดบัญชีธนาคาร 1 เล่ม และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ทั้งนี้ ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.กระบี่ ได้นำกำลังออกปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยนำกำลังเข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 41/1 ม.3 ต.หนองทะเล พบนายสมหมาย ตรวจค้นพบของกลางยาบ้าจำนวน 219 เม็ด ส่วนอีกรายคือ นายกมล เจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 45/7 หมู่บ้านแก้ววิลล่า ถ.อิสรานุสรน์ ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ พร้อมของกลางยาไอซ์ และอุปกรณ์การเสพ นายกมลให้การว่า ซื้อบารากูมาจากตะวันออกกลาง เมื่อยาสำหรับสูบหมดก็นำมาดัดแปลง เพื่อใช้เสพยาบ้า ส่วนหลอดไฟนั้นดัดแปลงขึ้นมาเพื่อเสพยาไอซ์ จึงนำตัวส่งเจ้าพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป “นายช้างเล่าให้ผมกับเพื่อน ๆ ร่วมงานฟังว่า ตอนนั้น จู่ ๆ เห็นกลุ่มควันสีขาวหนามาก พวยพุ่งออกมาจากขุมเหมือง หรือหลุมที่ขุดไว้ลึกประมาณ 50 เมตร นายช้าง นึกว่ารถที่ใช้ในเหมืองคงมีปัญหาหม้อน้ำแตก จึงเอาโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อโนเกีย ไม่ทราบรุ่น มาถ่ายคลิปไว้เล่น ๆ ความยาว 42 วินาที พอเอาออกมาดูตอนหลัง เล่นเอาตกใจแทบช็อก เพราะเห็นเป็นคลิปภาพผู้หญิงรูปร่างสูงมาก ๆ ถึงหลายสิบเมตร ตอนนั้นแม้ตกใจมาก แต่ นายช้างก็ไม่แน่ใจ เลยตั้งจิตอธิษฐานบอกว่า หากคลิปที่ถ่ายไว้ได้เป็นภาพจริง ๆ ก็ขอให้ถ่ายคลิปติดอีกครั้งเป็นรอบที่ 2 ปรากฏว่าก็ถ่ายติดเหมือนเดิม ความยาวคลิป 15 วินาที แต่คราวนี้ผู้หญิงในคลิปพยายามเดินเข้ามาหานายช้าง” ผจก.เหมืองเล่าต่อว่า หลังจากนั้นตนกับคนงานคนอื่น ๆ อีก 7-8 คน เห็นคลิป ตกใจกันเป็นแถว ครั้งแรกนายช้างไม่อยากให้ดู เพราะมีความเชื่อว่า ผู้หญิงที่เห็นเป็น “เปรต” ใครเห็นแล้วไปเล่าให้คนอื่นฟังจะประสบเคราะห์ร้ายโชคร้าย แต่ตนได้ขอดูและให้ช่วยส่งคลิปต่อเข้ามาโทรศัพท์มือถือของตนเก็บไว้ โดยบอกว่าหากจะมีเคราะห์ ตนจะขอรับเคราะห์นั้นไว้เอง นายช้างจึงยอมส่งคลิปต่อมาให้ หลังจากวันนั้นนายช้างก็ไม่สบายจับไข้อยู่ 1-2 วัน ไม่ยอมมาทำงาน ก่อนจะหายตัวไปในที่สุด ตอนนี้ไม่รู้หายตัวไปไหน คาดว่าคงจะกลัวประสบเคราะห์กรรม จึงหนีหายไป “เหมืองแห่งนี้มีเนื้อที่ราว 300 ไร่ ทำสัมปทานขุดเหมืองมาแล้ว 30 ปี ทุกเดือน จะมีการทำบุญเซ่นไหว้ตลอด เพราะมีคนเฒ่า คนแก่บอกว่าเหมืองแห่งนี้มีอาถรรพณ์ ผมอยาก ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกล้องฯ หรือด้านโทรศัพท์ มือถือ มาตรวจสอบให้หน่อยว่าเป็นอะไรกันแน่ เพราะตอนนี้ลูกน้องในเหมืองก็ผวาไปตาม ๆ กัน” นายชูเกียรติกล่าว ขณะที่ นายอาทิตย์ มติธรรม เจ้าของสวนสละชื่อ “อาทิตย์” ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน เปิดเผยว่า คนเฒ่าคนแก่บอกว่าบริเวณเหมืองมีอาถรรพณ์ หรือเจ้าที่แรง เคยมีคนเห็นดวงไฟ ลอยขึ้นมาจากขุมเหมืองบ่อย ๆ ตามความเชื่อของคนใต้หรือคนพื้นที่ เวลาประมาณ 18.30 น. เป็นช่วงพลบค่ำหรือโพล้เพล้ ยิ่งวันนั้นเป็นวันพระใหญ่ เป็นไปได้ว่าอาจมีดวงวิญญาณมาขอส่วนบุญ เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ตนเชื่อ ส่วนใครจะไม่เชื่อก็ได้. หาดใหญ่ – เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าบุกจับคนงานก่อสร้างบ้านจัดสรรตามหมายจับของศาลสงขลา หลังก่อเหตุล่อลวงเด็กหญิง 8 ขวบไปข่มขืน ได้โดยที่ผู้ต้องหากำลังพี้กัญชาอยู่ในบ้านที่กำลังก่อสร้างวันนี้ (14 พ.ค.) ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา บุกเข้าจับกุม นายบัวภา หรือ เขียว ไชยรินทร์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141 หมู่7 ต.โนนทอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี คาไซ้งานก่อสร้างภายในหมู่บ้านจัดสรรเบญจสิริ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ ตามหมายจับของศาล จ.สงขลา ลงวันที่ 14 พฤษภาคม หลังก่อเหตุกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 8 ขวบ โดยระหว่างการเข้าจับกุม นายบัวภา กำลังนั่งพี้กัญชาอยู่ในบ้านที่กำลังก่อสร้างซึ่งตำรวจจับกุมได้อย่างง่ายดายเพราะกำลังเคลิ้มด้วยฤทธิ์ของกัญชา พร้อมของกลางบ้องกันชา กัญชาแห้ง ใบกระท่อม เขียงและมีดหั่นกัญชา จึงโดนข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองอีก1 ข้อหา ทั้งนี้เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา นางวิภาพร คัมโคมโพธิ์ ซึ่งเป็นคนงานก่อสร้างและเป็นแม่ของเด็กหญิงเคราะห์ร้ายได้เข้าแจ้งความกับตำรวจว่าลูกสาวถูก นายบัวภา หลอกล่อให้ไปดูทีวีภายในห้องพักในแคมป์คนงานก่อสร้างก่อนที่จะลงมือข่มขืน 1 ครั้งและลูกสาวมาฟ้อง อย่างไรก็ตามในเบื้องต้น นายบัวภา ยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา สตูล – หน่วยสืบสวนปราบปรามสตูลจับน้ำมันเถื่อนกว่า 10,000 ลิตร ขณะที่ลอยลำจำหน่ายน้ำมันให้กับเรือประมง รับที่บริเวณระหว่างเกาะตะง่าห์กับเกาะตะรุเตา รับลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศวันนี้ (14 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่จังหวัดสตูล หลังรัฐบาลมีนโยบายเร่งรัดปราบปรามสินค้าลักลอบหนีภาษี เพื่อความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีรวมทั้งปกป้องสังคมและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายต่างเร่งตรวจสอบติดตามขบวนการลักลอบทำสิ่งผิดกฎหมาย ล่าสุด นายก่อจรูญ แก้วยวน หัวหน้าหน่วยสืบสวนปราบปรามสตูล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนายสมโชค ชูช่วย อายุ 31 ปี ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล, นายสุรเชษฐ สามี อายุ 22 ปี ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล และนายธีรพงศ์ นพสุวรรณ อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 681 ม.3 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล พร้อมเรือประมงไม่มีชื่อจำนวน 1 ลำ ขนาด 20 ฟุต หมายเลขทะเบียน KF5032 สีฟ้า-ส้ม มูลค่าประมาณ 2.5 ล้านบาท บรรจุน้ำมันดีเซลลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศจำนวน 10,000 ลิตร ในขณะกำลังล่องเรือรอจำหน่ายจ่ายน้ำมันให้กับเรือประมง ที่บริเวณระหว่างเกาะตะง่าห์กับเกาะตะรุเตา อ.เมือง จ.สตูล โดยผู้ต้องหาให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ได้รับน้ำมันดังกล่าวจากฝั่งประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีราคาถูกกว่ามาจำหน่ายให้กับเรือประมงในพื้นที่ ทั้งนี้จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบว่าบริเวณมิตเตอร์จ่ายน้ำมัน พบว่า ได้จ่ายไปแล้วมากกว่า 2 แสนลิตร โดยลักษณะการเก็บน้ำมันเพื่อหลบสายตาเจ้าหน้าที่นั้นได้มีการเก็บไว้ภายในเก๋งเรือมองด้วยตาเปล่าจะดูไม่ออก และจะมีการถ่ายน้ำมันผ่านทางสายยางไปยังเรืออีกลำ สำหรับราคาน้ำมันดีเซลในประเทศจะมีราคาต่างกับน้ำมันประเทศเพื่อนบ้านอยู่ประมาณ 7-8 บาท เจ้าหน้าที่จึงควบคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางดังกล่าวส่งด่านศุลกากรสตูลดำเนินคดีในข้อหาฐานลักลอบหนีศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร ด้าน นายก่อจรูญ แก้วยวน หัวหน้าหน่วยสืบสวนปราบปรามสตูล กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดสตูลถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ มีขบวนการลักลอบขนขนสินค้าหนีภาษี เหล้า บุหรี่ และน้ำมันเถื่อนมีมากขึ้น โดยทางหน่วยก็ต้องทำงานกันมากขึ้น และเป็นงานที่ยากพอสมควร ทั้งสภาพพื้นที่ ภูมิประเทศ และมวลชน ซึ่งที่มีความแตกต่างทางศาสนาจึงเป็นการเข้าหายาก รวมทั้งการหาข่าว สำหรับการสังเกตลักษณะการขนสินค้าทางเรือนั้นก็สามารถสังเกตได้และสามารถเข้าจับกุมได้ แต่หากมีการลักลอบมาทางบก หรือทางรถก็อาจจะมีการบิดบังอำพรางสายตาเจ้าหน้าที่ได้ พัทลุง – ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง พร้อมกำลังตำรวจและฝ่ายปกครอง กว่า 100 นายเข้าตรวจค้นพื้นที่ อ.กงหรา จ.พัทลุง พบต้นกระท่อมจำนวน 70 ต้นอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งแต่ละต้นจะไม่มีใบ มีเพียงลำต้นยืนโด่ คาดว่ากลุ่มผู้เสพ และกลุ่มผู้ค้าคงจะทราบข่าวล่วงหน้าว่าจะมีการตัดก่อนวันนี้ (15 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า นายวิญญู ทองสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อส.กว่า 100 นาย ลงพื้นที่ตัดโค่นพืชกระท่อมที่หมู่ที่ 5 ตำบลชะรัด อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง ตามนโยบายรัฐบาล 5 รั้วป้องกันยาเสพติด โดยเป้าหมายการตัดโค่นพืชกระท่อมในพื้นที่อำเภอกงหราในครั้งนี้ จำนวนทั้งหมด 70 ต้น ในตำบลชะรัด และตำบลคลองเฉลิม ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าพืชกระท่อมที่ตัดโค่น แต่ละต้น จะมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี สูงประมาณ 15 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 10-18 เซนติเมตร ซึ่งแต่ละต้นจะ ไม่มีใบ มีเพียงลำต้นยืนโด่ คาดว่ากลุ่มผู้เสพ และกลุ่มผู้ค้า คงจะทราบข่าวล่วงหน้าว่าจะมีการตัดโด่น จึงได้เก็บใบกระท่อมไปขายก่อนหน้านี้ สำหรับใบพืชกระท่อมในพื้นที่จังหวัดพัทลุงจะมีการชื้อขายกันในราคากิโลกรัมละ 120 บาท หากนำไปส่งขายใน 3 จังหวัดชายแดนใต้จะได้ในราคาที่สูงถึงกิโลกรัมละ 200 บาท โดยกลุ่มวัยรุ่นจะนำมาต้มน้ำผสมเป็นสูตร 4 คูณ 100 นายวิญญู ทองสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า การลงพื้นที่ตัดโค่นพืชกระท่อมที่อำเภอกงหราในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ที่จะร่วมป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามนโยบาย 5 รั้วป้องกันยาเสพติด โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอกงหรา ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งผลิตพืชกระท่อมมากอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพัทลุง ซึ่งหลังจากนี้ไป จะดำเนินการตัดโค่นพืชกระท่อม รวมทั้งกวาดล้างยาเสพติดชนิดอื่นๆ ต่อไปในทุกพื้นที่ |
SME-TV ออนไลน์ Live by FM 101.0
กดปุ่ม "ลำโพง" เพื่อเปิดเสียง TV ออนไลน์ หรือ คลิ๊กเปิดหน้าเพจใหม่
Tourist Radio Krabi FM 101.0 PJs
เวบบอร์ดกระทู้ล่าสุด
The Radio Schedule and Price List
| ผังรายการวิทยุ เดือน กันยายน 2553 |
| อัตราโฆษณา(Advertising Price) |
Tourist Radio Krabi
| Home (หน้าแรก) |
| เสนอราคา |
| Contact (ติดต่อเรา) |
| เวบบอร์ด |
| Sitemap |
| webMail |
Photo Gallery
| Krabi Photos (รูปภาพสวยๆในกระบี่) |
Krabi Post Today
| Krabi Post Today (กระบี่โพสต์ทูเดย์) |
| Previous News (อ่านข่าวย้อนหลัง) |
Tourist Infomation
สภาผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงจังหวัดกระบี่
แผนที่เรดิโอกระบี่
คลิ๊กดูแผนที่ Touristradio Krabi FM 101.0 MHz ทัวร์ริสเรดิโอกระบี่ ใน Google Map
Who's Online
เรามี 13 บุคคลทั่วไป ออนไลน์Web Stat







![]() | Today | 272 |
![]() | Yesterday | 129 |
![]() | This week | 799 |
![]() | Last week | 925 |
![]() | This month | 1327 |
![]() | Last month | 4030 |
![]() | All | 255828 |
Online (20 minutes ago): 13
Your IP: 38.107.191.98
,
Now is: 2010-09-09 15:35
Your IP: 38.107.191.98
,
Now is: 2010-09-09 15:35











































