| เรื่องเด่นรอบแดนทักษิณ |
|
|
กระบี่-สสจ.กระบี่ ยังมึน 2 นักท่องเที่ยวตายบนเกาะพีพี จัดทีมลงเกาะ สุ่มตรวจตัวอย่างอาหารไม่พบสิ่งผิดปกติ รอผลพิสูจน์จากสถาบันนิติเวช และสำนักระบาดวิทยา คาดรู้ผลเร็วๆนี้จากกรณีนักท่องเที่ยวเสียชีวิต 2 ราย ที่เกาะพีพี คือ น.ส.จิลล์ เซนต์ ออนจี วัย 27 ปี ชาวอเมริกา และอีกราย ชื่อ น.ส.จูเลีย มิเชลล์ เบิร์กไฮม์ อายุ 22 ปี ชาวนอร์เวย์ เหตุเกิดในระหว่างวันที่ 3-4 พ.ค. 52ที่ผ่านมา ซึ่งความคืบหน้าในเรื่องนี้ ทางนายแพทย์บัญชา ค้าของ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า อาการของนักท่องเที่ยวทั้ง 2 คนที่เสียชีวิตนั้นมีอาการท้องร่วงรุนแรง จนทำให้ขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรุนแรง จนถึงแก่ชีวิต หลังได้รับรายงานตนก็ได้นำทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังบนเกาะพีพี ตั้งแต่ในช่วง1-2เดือนที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบดูว่ามีผู้ป่วยรายใดมีอาการในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ผลปรากฎว่าก็ไม่พบแม้แต่รายเดียว และจากข้อมูลที่ทางสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีผู้ป่วยที่รอดชีวิตอีก 1 รายนั้น ทราบชื่อคือนางสาวคารีน่า พบว่าได้ไปดื่มคอกเทลที่บาร์เบียร์แห่งหนึ่งบนเกาะพีพี หรือคอกเทลบัดเจด แต่เท่าที่ตรวจสอบอาหารและเครื่องดื่มที่ร้านดังกล่าว ปรากฎว่า ไม่มีอาหารในลักษณะเข้าข่ายต้องสงสัย ทั้งเหล้า เบียร์ หรืออื่นๆ ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่บรรจุสำเร็จรูป มีขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไป ไม่ได้ผสมเอง รวมทั้งน้ำแข็งได้มาตรฐานสาธารณสุข นอกจากนั้นก็ยังได้ไปดูร้านจำหน่ายเครื่องดื่มอีก2-3 ร้าน บนเกาะพีพี ก็ไม่พบว่ามีอาหารหรือเครื่องดื่มที่เข้าข่ายต้องสงสัย ซึ่งข้อแตกต่างก็คือ ผู้เสียชีวิตทั้ง2ราย เกิดอาการคนละเวลา และทั้งสองไม่ได้กินอาหารที่ซ้ำกัน ซึ่งรายที่เป็นชาวอเมริกาก็ไม่มีประวัติการดื่มคอกเทล เพียงแต่พักโรงแรมเดียวกันเท่านั้น นายแพทย์บัญชา กล่าวอีกว่า ในกรณีที่มีการสันนิษฐานว่าอาหารเป็นพิษนั้น โดยหลักการแล้วผู้ป่วยก็จะต้องมีอาการท้องร่วงด้วย แต่ผู้ป่วยทั้งสองไม่มีอาการดังกล่าวเพียงแต่อาเจียน คาดว่าผู้ป่วยอาจจะได้รับสารอะไรบางอย่างเข้าสูร่างกาย แต่โดยทางใดนั้นยังไม่สามารถระบุได้ ทั้งนี้ทางสาธารณสุข มีข้อจำกัดอยู่ว่า ผู้ป่วยที่รอดชีวิตเดินทางออกจากพื้นที่ไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามได้เก็บตัวอย่างเลือดและน้ำจากกระเพาะอาหารที่พบในที่พัก ส่งไปยังสำนักระบาดวิทยา เพื่อค้นหาสาเหตุของการเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ทราบว่าศพทั้งสองยังอยู่ที่สถาบันนินิเวชวิทยา ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องติดตามผลต่อไป พัทลุง – นักเรียนโรงเรียนบ้านเจ๊ะเก ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส วอนขอห้องเรียนหลังต้องนั่งเรียนใต้อาคารและในเต็นท์มานานกว่า 2 ปี หลังถูกคนร้ายลอบวางเพลิง เมื่อเดือนกันยายน ปี 2550วันนี้ (14 พ.ต.) ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการเรียนการสอนภายในโรงเรียนบ้านเจ๊ะเก หมู่ 2 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งถูกลอบวางเพลิงจากกลุ่มก่อความไม่สงบเมื่อเดือนกันยายน ปี 2550 ทำให้อาคารเรียนแบบ ป.1 ก. อาคารไม้ชั้นเดียว ขนาด 8 ห้องเรียน ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งอาคารเรียน 5 ห้องเรียน แยกเป็น ชั้น ป. 5/1 และ ชั้น ป.5/2 รวม 2 ห้องเรียน ต้องเรียนกันในเต้นท์ที่กางบริเวณสนามหน้าโรงเรียน ส่วนนักเรียนชั้น ป.4, ชั้น ป.6/1 และชั้น ป.6/2 อีก 3 ห้องเรียนต้องนั่งเรียนใต้ถุนอาคารเรียนอีกหลัง ซึ่งนักเรียนเหล่านี้ต้องนั่งเรียนในลักษณะดังกล่าวมานานถึง 2 ปีแล้ว ในวันเปิดภาคเรียนใหม่นี้ พบว่า บริเวณสนามโรงเรียนที่ทางโรงเรียนได้กางเต้นท์ขึ้น 2 หลัง เพื่อใช้เป็นอาคารเรียนชั่วคราวให้กับนักเรียนชั้น ป.5/1 และชั้น ป.5/2 นั้นมีน้ำท่วมขังเนื่องจากในช่วงคืนที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้นักเรียนไม่สามารถเข้าไปนั่งเรียนในเต้นท์ดังกล่าวได้ โดยทางเจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุดพัฒนาสันติ 38-4 ซึ่งเฝ้าดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับโรงเรียนได้มาช่วยกันขนย้ายโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่ดัดแปลงเป็นโต๊ะเรียนและย้ายเต้นท์ออกจากจุดที่มีน้ำท่วมขัง ไปวางไว้ในที่สูง เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าไปนั่งเรียนกันในเต้นท์ได้ตามปกติ ด้าน ด.ญ.โชเฟีย อาแวกือจิ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6/1 กล่าวว่า นับจากอาคารเรียนถูกคนร้ายเผาเสียหายทำให้ตนและเพื่อนนักเรียนต้องทนนั่งเรียนกันในเต้นท์ที่กางบริเวณสนาม บางวันที่ฝนตกก็ต้องเปียกฝน ส่วนช่วงหน้าร้อนก็ร้อน ทุกคนต้องนั่งเรียนลักษณะนี้มากนานกว่า 2 ปีแล้ว หากเป็นไปได้พวกหนูอยากได้ห้องเรียนเหมือนก่อน จะได้นั่งเรียนเหมือนโรงเรียนอื่นๆบ้าง ตรัง – สาธารณสุขจังหวัดตรังยืนยันสามารถควมคุมโรคชิกุนคุนยาได้ หลังพบผู้ป่วยในจังหวัดตรังเพียง 220 คนเท่านั้น พร้อมประชาชนมีความตื่นตัวในการป้องกันตัวเองวันนี้ (14 พ.ค.) ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง นายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน 9 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่จากสถานีอานามัย และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ ทั้ง 10 อำเภอ ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยา หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าโรคไข้ญี่ปุ่น ที่กำลังแพร่ระบาดในหลายพื้นที่จังหวัดตรัง ซึ่งจากการรายงานการแพร่ระบาดของโรค ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง วันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา พบว่า ในพื้นที่จังหวัดตรังมีผู้ป่วยด้วยโรคชิคุนกุนยาแล้ว จำนวน 220 ราย ทั้งนี้ มีการระบาดของโรคในพื้นที่ 9 อำเภอ พบมากที่สุด คือ พื้นที่อำเภอเมือง อำเภอย่านตาขาว อำเภอนาโยง อำเภอปะเหลียน อำเภอห้วยยอด อำเภอวังวิเศษ อำเภอสิเกา และอำเภอหาดสำราญ ตามลำดับ ซึ่งกลุ่มผู้ป่วยที่พบมากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 35-44 ปี รองลงมาอายุ 10-14 ปี อายุ 25-34 ปี และอายุ 45-54 ปี แต่ยังไม่มีการรายงานผู้เสียชีวิต ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า ในพื้นที่จังหวัดตรังพบผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยานับ 1,000 รายนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากอาการของโรคชิคุนกุนยา มีความใกล้เคียงกับอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ หรือไข้เลือดออกสายพันธ์แดงกี่ โดยที่อาการของโรคชิคุนกุนยา คือ ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเฉียบพลัน มีผื่นหนาขึ้นตามตัว โดยเฉพาะบริเวณหลังและแขน ขา ร่วมกับการปวดข้อต่างๆ เช่น ข้อมือ ข้อนิ้ว ข้อเท้า ซึ่งการวินิจฉัยโรคต้องตรวจอย่างละเอียด ดังนั้น ทำให้ประชาชนที่มีอาการเบื้องต้นดังกล่าว ที่มีความนิยมหาซื้อยากินเองตามร้านขายยาต่างๆ จึงได้รับการวินิจฉัยจากร้านยาว่า ป่วยเป็นโรคชิคุนกุนยา จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิด และคิดว่าตนเองป่วยเป็นโรคชิคุนกุนยา จนกลายเป็นจำนวนผู้ป่วยมีมากหลายร้อยคนในแต่ละหมู่บ้าน นายแพทย์วิฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการป้องกันที่ดีที่สุด คือ กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลาย โดยทุกคนจะต้องช่วยกันด้วยการกำจัดลูกน้ำยุงลาย ทุก 7 วัน และป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัด ด้วยการทายากันยุง นอนกางมุ้ง โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง จะมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกให้ความรู้แก่ประชาชนแบบเคาะประตูบ้าน พร้อมกับการฉีดพ่นหมอกควันเพื่อทำลายยุงตัวแก่ให้หมดไป พร้อมกับจะมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ ออกให้ความรู้ ความเข้าใจโรค แก่ร้านขายยาทุกแห่ง พร้อมย้ำการจ่ายยา ที่ไม่ส่งผลอันตรายแก่ผู้ป่วย โดยเฉพาะยาที่มีส่วนผสมของเสตรอย์ส และตัวยาแอฟไพริน ที่ผู้ป่วยไม่ควรรับประทาน เพราะอาจส่งผลแก่ชีวิตได้ นอกจากนี้ พบว่าประชาชนชาวตรังส่วนใหญ่เริ่มตื่นตัว ในการป้องกันโรคชิคุนกุนยา ด้วยการหาซื้อโลชั่น และยากันยุงเป็นจำนวนเพิ่มขึ้น หลังจากมีการระบาดของโรคชิคุนกุนยา ที่มียุงลายเป็นพาหะ นายทวีป บุรพเกียรติ เภสัชกรประจำร้ายขายยาแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครตรัง กล่าวว่า ในช่วงนี้มีประชาชนมาซื้อยาลดไข้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งยาที่ประชาชนมาหาซื้อส่วนใหญ่ จะเป็นแก้หวัด หรืออาการของไข้หวัดธรรมดา แต่หากพบผู้ป่วยที่มีอาการค่อนข้างหนัก จะมีการแนะนำให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลมากกว่าการซื้อยารับประทานเอง แต่ส่วนใหญ่ช่วงนี้ประชาชนจะหาซื้อยากันยุง หรือ โลชั่นกันยุงมากกว่า ซึ่งถือเป็นการตื่นตัวในการป้องกันโรคของประชาชน หลังจากกระแสข่าวโรคชิคุนกุนยามีการแพร่ระบาดอย่างหนักในช่วงนี้ สุราษฎร์ธานี - ชาวอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมตัวปลูกต้นไม้อนุรักษ์ป่าต้นน้ำคลองสระ พร้อมเปิดน้ำตกภูรินทร์ ที่สวยงาม และคงสภาพความสมบูรณ์ของผืนป่า เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ (14 พ.ค.) นายเฉลิมพล พลวัน ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายไพศาล ตรีธัญญา นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ นำข้าราชการ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน ประชาชนพร้อมด้วยนักเรียนกว่า 300 คน พื้นที่ตำบลคลองสระ อำเภอกาญจนดิษฐ์ ร่วมกันปลูกต้นกล้าไม้ตะเคียนทอง ต้นขี้เหล็ก จำนวน 1,999 ต้น บริเวณรอบน้ำตกภูรินทร์ หมู่ 5 บ้านสวนปรางค์ ตำบลคลองสระ อำเภอกาญจนดิษฐ์ เนื้อที่ 40ไร่ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ป่าต้นน้ำคลองสระ และเป็นการลดภาวะโลกร้อน พร้อมจัดเวรยามป้องกันการลักลอบตัดไม้ของแก๊งมอดไม้ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไม้ซุงเถื่อนถึง 115 ท่อน ในพื้นที่ตำบลคลองสระ พร้อมทำการเปิดน้ำตกภูรินทร์ ที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ มีลักษณะลดลั่นเป็นชั้นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร พร้อมมีถ้ำน้ำลอดระยะทางยาวกว่า 200 เมตร เต็มไปหินงอกหินย้อยที่สวยงามรอการมาเยือนของนักท่องเที่ยว ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของอำภอกาญจนดิษฐ์อีกแห่งหนึ่งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ กระบี่ -คนชราโวย อบต.เหนือคลอง ทำได้แม้แต่คนชราก็ไม่เว้น ลายเซ็นผีโผล่รับแทนของชำร่วยผ้าโสร่งและยาสามัญประจำบ้านผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายวรรลภ กุลมาศ อายุ 68 ปี และนางเสี้ย กุลมาศ สองสามีภรรยา เป็นชาวบ้าน หมู่ที่ 1 ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ว่า ตามที่ อบต.เหนือคลองได้มีการจัดโครงการรดน้ำขอพรผู้สูงอายุเนื่องในวันสงกรานต์ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ประจำปี พ.ศ.2552 โดยมีการจัดงานขึ้นเมื่อวันที่ 23 เม.ย.52 ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลเหนือคลอง ภายในงานนอกจากทำพิธีรดน้ำขอพร ผู้สูงอายุ อบต.เหนือคลอง ยังได้มีการแจกผ้าโสร่งและยาสามัญประจำบ้าน ให้กับคนชราที่เข้าร่วมงานด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนชรา ซึ่งมีคนชราเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก นายวรรลภ และนางเสี้ย สองสามีภรรยาได้กล่าวอย่างน่าสงสารว่า ตนทั้งสองไม่ได้เข้าร่วมงานโครงการรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ตามที่ อบต.เหนือคลองจัดขึ้น เนื่องจากติดภารกิจ และเมื่อประมาณ วันที่ 12 พ.ค.52 สมาชิก อบต.เหนือคลอง หมู่ที่ 1 ได้มาสอบถามว่าได้รับของชำร่วยที่ทาง อบต.แจกหรือไม่ เนื่องจากมีลายมือชื่อ เซ็นรับของชำร่วยแทนไปแล้ว ซึ่งก็ได้ตอบ สมาชิก อบต.ไปว่ายังไม่ได้รับ และเกิดความสงสัยว่าในเมื่อไม่ไปร่วมงาน ทำไมมีการเซ็นโผล่รับแทน จึงขอดูลายเซ็นตามรายชื่อที่มีการเซ็นรับของชำร่วยจาก อบต.ซึ่งปรากฎว่า ลายเซ็นที่มีการเซ็นรับเป็นลายเซ็นปลอมทั้งสองชื่อ จึงมีความรู้สึกว่าเกิดอะไรขึ้น แม้แต่กับคนชราก็ยังทำได้ไม่เว้น “การที่ออกมาเรียกร้องผ่านสื่อไม่ใช่ว่าอยากจะได้ของชำร่วยที่ อบต.เหนือคลอง แจก แต่อยากจะบอกว่าการกระทำที่เกิดขึ้นถือเป็นความเสื่อมเสียที่ไม่น่าจะให้อภัย เพราะแค่ของชำร่วยเล็กๆน้อยยังมีการโกงปลอมลายเซ็นรับแทน แล้วโครงการอื่นๆ ที่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องจะไม่มีการโกงกันหรือ จึงขอฝากผ่านไปยังนายก อบต.ในฐานะที่กุมบังเหียน อบต.เหนือคลอง อย่าคิดทำแบบนี้อีก” ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ทำการ อบต.เหนือคลอง เพื่อขอสัมภาษณ์ นายประสิทธิ์ ไกรบุตร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเหนือคลอง พบว่านายกนั่งทำงานอยู่ภายในห้อง จึงได้เข้าไปติดต่อหน้าห้องเพื่อขอสัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่มีการปลอมลายเซ็นรับของชำร่วยคนชรา เมื่อหน้าห้องรายงานให้นายกทราบ ผู้สื่อข่าวก็ได้รับคำตอบว่านายกไม่ว่าง และพยายามขอสัมภาษณ์เพื่อให้ทางนายกได้ชี้แจง แต่ก็ถูกปฏิเสธจากนายก บอกเพียงว่าไม่ว่าง ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ นายวรรลภ กุลมาศ เป็นบุคคลที่ประชาชนชาวอิสลามในจังหวัดกระบี่ ให้ความเคารพนับถือและมีตำแหน่งเป็นถึงรองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกระบี่ เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เป็นโต๊ะครูสอนศาสนา และโต๊ะอิหม่าม มีลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก ซึ่งการปลอมลายเซ็นที่เกิดขึ้นถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่อาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของท่านได้ ระนอง - ตำรวจระนองล่อซื้อยาบ้า จับ “เจ๊ดา ซอย 14” พร้อมยาบ้า 40 เม็ดวันนี้ (14 พ.ค.52 ) พ.ต.ต.เดชศักดิ์ เชิดชูศักดิ์ สว.สป.กะเปอร์ ทำหน้าที่หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดตรวจภูธรจังหวัดระนอง ( หน.ชปส.ภ.จว.ระอง) สืบทราบว่า นางสานิตยา คงปาน หรือ” เจ๊ต ซอย 14” อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขี่ 50/40 หมู่ 4 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง ลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้นักเรียน นักศึกษา กลุ่มวัยรุ่นเที่ยวกลางคืน ผู้ใช้แรงงานในพื้นที่เมืองระนอง ดังนั้น จึงวางแผนส่งสายเข้าล่อซื้อยาบ้า จำนวน 2 เม็ด ราคา 800 บาท โดยนัดหมายส่งมอบกันที่บรเวณหน้าบ้านนางสาวนิตยา เมื่อถึงเวลานัด นางสาวนิตยา เดินออกจากบ้าน นำยาบ้ามาส่งให้สายหลังจากส่งมอกันเรียบร้อยแล้ว พ.ต.ต.เดชศักดิ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่ขับรถไปจดดักซุ่มอยู่ ก่อนแสงตัวเข้าจับกุมพร้อมของกลางยาบ้า 2 เม็ด ธนบัตรล่อซื้อโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จึงยึดไว้เพื่อประกอบคดี จากนั้นนางสาวนิตยา ไดนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเอายาบ้าอีก จำนวน 40 เม็ด ซึ่งบรรจุในหลอดกาแฟใสปิดหัวท้ายหอหุ้มด้วยดินน้ำมันที่นำไปซุกซ่อนไว้ใต้โคนต้นมะพร้าวยู่ภายในบริเวณบ้านักอาศัย จากการสอบสวนนงสาวนิตยา ให้การรับสารภาพว่า โดยซื้อยาบ้าต่อมาจากนายเอ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง และที่พักอาศัย ในราคาเม็ดละ 300 บาท ติดต่อซื้อขายทางโทรศัพท์ แล้วนำไปขายต่อให้กับลูกค้าได้กำไรอีกต่อในนเขตพื้นที่ อ.เมืองระนอง ในราคาเม็ดละ 400 บาท ทำมานานแล้วเป็นที่รู้จักของวัยรุ่นและลูกค้าเสพยาบ้าในนาม “เจ๊ตา ซอย 14 จากนั้นเจ้าหน้ที่ได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองระนอง ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษ ประเท 1 ยาบ้า ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย |
SME-TV ออนไลน์ Live by FM 101.0
กดปุ่ม "ลำโพง" เพื่อเปิดเสียง TV ออนไลน์ หรือ คลิ๊กเปิดหน้าเพจใหม่
Tourist Radio Krabi FM 101.0 PJs
เวบบอร์ดกระทู้ล่าสุด
The Radio Schedule and Price List
| ผังรายการวิทยุ เดือน กันยายน 2553 |
| อัตราโฆษณา(Advertising Price) |
Tourist Radio Krabi
| Home (หน้าแรก) |
| เสนอราคา |
| Contact (ติดต่อเรา) |
| เวบบอร์ด |
| Sitemap |
| webMail |
Photo Gallery
| Krabi Photos (รูปภาพสวยๆในกระบี่) |
Krabi Post Today
| Krabi Post Today (กระบี่โพสต์ทูเดย์) |
| Previous News (อ่านข่าวย้อนหลัง) |
Tourist Infomation
สภาผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงจังหวัดกระบี่
แผนที่เรดิโอกระบี่
คลิ๊กดูแผนที่ Touristradio Krabi FM 101.0 MHz ทัวร์ริสเรดิโอกระบี่ ใน Google Map
Who's Online
เรามี 11 บุคคลทั่วไป ออนไลน์Web Stat







![]() | Today | 270 |
![]() | Yesterday | 129 |
![]() | This week | 797 |
![]() | Last week | 925 |
![]() | This month | 1325 |
![]() | Last month | 4030 |
![]() | All | 255826 |
Online (20 minutes ago): 13
Your IP: 38.107.191.95
,
Now is: 2010-09-09 15:31
Your IP: 38.107.191.95
,
Now is: 2010-09-09 15:31












































