ข่าวเด่นวันนี้

101Banner-2010-2

สถานีวิทยุ ออนไลน์ ฟังเพลงสดๆจากทุกสถานีโดยตรง Radio Online Live

101Radio_Onair Logo 94 fm 1.1 WorldMusic-2

เอฟ.เอ็ม101 MHz กระบี่

เอฟ.เอ็ม 94.0 MHz กระบี่

World Music Radio

Lungsuan-01

2CityRadio.GIF

วิทยุเสียงจะนะ

เอฟ.เอ็ม95.00 MHz หลังสวน

92.75 MHz ๒มุมเมือง

เสียงจะนะ FM 98.50 MHz

โฆษณาสินค้ากับเราวันนี้Hot Merchandise

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

ประชาสัมพันธ์อย่างมีคุณภาพ

เรื่องเด่นรอบแดนทักษิณ พิมพ์ อีเมล
 Taksin_1.jpg  Taksin_2.jpg
สสจ.กระบี่มึน 2 นักท่องเที่ยวตายที่เกาะพีพี  นร.ใต้วอนขอห้องเรียนหลังอาคารเรียนถูกเผา
 Taksin_3.jpg  Taksin_4.jpg
 สาธารณสุขตรังยันควบคุมโรค "ชิกุนคุนยา" ได้  สุราษฎร์ฯ เร่งปลูกป่าฟื้นฟูป่าต้นน้ำคลองสระ
 Taksin_5.jpg  Taksin_6.jpg
 คนชราโวยอบต.เหนือคลองมีผีโผล่รับยาแทน   ตร.ระนองจับ เจ๊ดาซอย14”รวมยาบ้า14เม็ด
   สสจ.กระบี่มึน 2 นักท่องเที่ยวตายที่เกาะพีพีTaksin_1.jpgกระบี่-สสจ.กระบี่ ยังมึน 2 นักท่องเที่ยวตายบนเกาะพีพี จัดทีมลงเกาะ สุ่มตรวจตัวอย่างอาหารไม่พบสิ่งผิดปกติ รอผลพิสูจน์จากสถาบันนิติเวช และสำนักระบาดวิทยา คาดรู้ผลเร็วๆนี้
       

       จากกรณีนักท่องเที่ยวเสียชีวิต 2 ราย ที่เกาะพีพี คือ น.ส.จิลล์ เซนต์ ออนจี วัย 27 ปี ชาวอเมริกา และอีกราย ชื่อ น.ส.จูเลีย มิเชลล์ เบิร์กไฮม์ อายุ 22 ปี ชาวนอร์เวย์ เหตุเกิดในระหว่างวันที่ 3-4 พ.ค. 52ที่ผ่านมา ซึ่งความคืบหน้าในเรื่องนี้ ทางนายแพทย์บัญชา ค้าของ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า อาการของนักท่องเที่ยวทั้ง 2 คนที่เสียชีวิตนั้นมีอาการท้องร่วงรุนแรง จนทำให้ขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรุนแรง จนถึงแก่ชีวิต หลังได้รับรายงานตนก็ได้นำทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังบนเกาะพีพี ตั้งแต่ในช่วง1-2เดือนที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบดูว่ามีผู้ป่วยรายใดมีอาการในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ผลปรากฎว่าก็ไม่พบแม้แต่รายเดียว
       
       และจากข้อมูลที่ทางสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีผู้ป่วยที่รอดชีวิตอีก 1 รายนั้น ทราบชื่อคือนางสาวคารีน่า พบว่าได้ไปดื่มคอกเทลที่บาร์เบียร์แห่งหนึ่งบนเกาะพีพี หรือคอกเทลบัดเจด แต่เท่าที่ตรวจสอบอาหารและเครื่องดื่มที่ร้านดังกล่าว ปรากฎว่า ไม่มีอาหารในลักษณะเข้าข่ายต้องสงสัย ทั้งเหล้า เบียร์ หรืออื่นๆ ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่บรรจุสำเร็จรูป มีขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไป ไม่ได้ผสมเอง รวมทั้งน้ำแข็งได้มาตรฐานสาธารณสุข
       
       นอกจากนั้นก็ยังได้ไปดูร้านจำหน่ายเครื่องดื่มอีก2-3 ร้าน บนเกาะพีพี ก็ไม่พบว่ามีอาหารหรือเครื่องดื่มที่เข้าข่ายต้องสงสัย ซึ่งข้อแตกต่างก็คือ ผู้เสียชีวิตทั้ง2ราย เกิดอาการคนละเวลา และทั้งสองไม่ได้กินอาหารที่ซ้ำกัน ซึ่งรายที่เป็นชาวอเมริกาก็ไม่มีประวัติการดื่มคอกเทล เพียงแต่พักโรงแรมเดียวกันเท่านั้น
       
       นายแพทย์บัญชา กล่าวอีกว่า ในกรณีที่มีการสันนิษฐานว่าอาหารเป็นพิษนั้น โดยหลักการแล้วผู้ป่วยก็จะต้องมีอาการท้องร่วงด้วย แต่ผู้ป่วยทั้งสองไม่มีอาการดังกล่าวเพียงแต่อาเจียน คาดว่าผู้ป่วยอาจจะได้รับสารอะไรบางอย่างเข้าสูร่างกาย แต่โดยทางใดนั้นยังไม่สามารถระบุได้ ทั้งนี้ทางสาธารณสุข มีข้อจำกัดอยู่ว่า ผู้ป่วยที่รอดชีวิตเดินทางออกจากพื้นที่ไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามได้เก็บตัวอย่างเลือดและน้ำจากกระเพาะอาหารที่พบในที่พัก ส่งไปยังสำนักระบาดวิทยา เพื่อค้นหาสาเหตุของการเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ทราบว่าศพทั้งสองยังอยู่ที่สถาบันนินิเวชวิทยา ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องติดตามผลต่อไป
-----------------------------------------------------------------------------นร.ใต้วอนขอห้องเรียนหลังทนเรียนใต้อาคาร-ในเต็นท์นานกว่า 2 ปีหลังอาคารเรียนถูกเผาTaksin_2.jpgพัทลุงนักเรียนโรงเรียนบ้านเจ๊ะเก ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส วอนขอห้องเรียนหลังต้องนั่งเรียนใต้อาคารและในเต็นท์มานานกว่า 2 ปี หลังถูกคนร้ายลอบวางเพลิง เมื่อเดือนกันยายน ปี 2550
       
       วันนี้ (14 พ.ต.) ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการเรียนการสอนภายในโรงเรียนบ้านเจ๊ะเก หมู่ 2 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งถูกลอบวางเพลิงจากกลุ่มก่อความไม่สงบเมื่อเดือนกันยายน ปี 2550 ทำให้อาคารเรียนแบบ ป.1 ก. อาคารไม้ชั้นเดียว ขนาด 8 ห้องเรียน ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งอาคารเรียน 5 ห้องเรียน แยกเป็น ชั้น ป. 5/1 และ ชั้น ป.5/2 รวม 2 ห้องเรียน ต้องเรียนกันในเต้นท์ที่กางบริเวณสนามหน้าโรงเรียน ส่วนนักเรียนชั้น ป.4, ชั้น ป.6/1 และชั้น ป.6/2 อีก 3 ห้องเรียนต้องนั่งเรียนใต้ถุนอาคารเรียนอีกหลัง
       
       ซึ่งนักเรียนเหล่านี้ต้องนั่งเรียนในลักษณะดังกล่าวมานานถึง 2 ปีแล้ว ในวันเปิดภาคเรียนใหม่นี้ พบว่า บริเวณสนามโรงเรียนที่ทางโรงเรียนได้กางเต้นท์ขึ้น 2 หลัง เพื่อใช้เป็นอาคารเรียนชั่วคราวให้กับนักเรียนชั้น ป.5/1 และชั้น ป.5/2 นั้นมีน้ำท่วมขังเนื่องจากในช่วงคืนที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้นักเรียนไม่สามารถเข้าไปนั่งเรียนในเต้นท์ดังกล่าวได้ โดยทางเจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุดพัฒนาสันติ 38-4 ซึ่งเฝ้าดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับโรงเรียนได้มาช่วยกันขนย้ายโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่ดัดแปลงเป็นโต๊ะเรียนและย้ายเต้นท์ออกจากจุดที่มีน้ำท่วมขัง ไปวางไว้ในที่สูง เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าไปนั่งเรียนกันในเต้นท์ได้ตามปกติ
       
       ด้าน ด.ญ.โชเฟีย อาแวกือจิ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6/1 กล่าวว่า นับจากอาคารเรียนถูกคนร้ายเผาเสียหายทำให้ตนและเพื่อนนักเรียนต้องทนนั่งเรียนกันในเต้นท์ที่กางบริเวณสนาม บางวันที่ฝนตกก็ต้องเปียกฝน ส่วนช่วงหน้าร้อนก็ร้อน ทุกคนต้องนั่งเรียนลักษณะนี้มากนานกว่า 2 ปีแล้ว หากเป็นไปได้พวกหนูอยากได้ห้องเรียนเหมือนก่อน จะได้นั่งเรียนเหมือนโรงเรียนอื่นๆบ้าง
-----------------------------------------------------------------------------สาธารณสุขตรังยันควบคุมโรค "ชิกุนคุนยา" ได้Taksin_3.jpgตรัง สาธารณสุขจังหวัดตรังยืนยันสามารถควมคุมโรคชิกุนคุนยาได้ หลังพบผู้ป่วยในจังหวัดตรังเพียง 220 คนเท่านั้น พร้อมประชาชนมีความตื่นตัวในการป้องกันตัวเอง
       
       วันนี้ (14 พ.ค.) ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง นายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน 9 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่จากสถานีอานามัย และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ ทั้ง 10 อำเภอ ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยา หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าโรคไข้ญี่ปุ่น ที่กำลังแพร่ระบาดในหลายพื้นที่จังหวัดตรัง ซึ่งจากการรายงานการแพร่ระบาดของโรค ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง วันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา พบว่า ในพื้นที่จังหวัดตรังมีผู้ป่วยด้วยโรคชิคุนกุนยาแล้ว จำนวน 220 ราย
       
       ทั้งนี้ มีการระบาดของโรคในพื้นที่ 9 อำเภอ พบมากที่สุด คือ พื้นที่อำเภอเมือง อำเภอย่านตาขาว อำเภอนาโยง อำเภอปะเหลียน อำเภอห้วยยอด อำเภอวังวิเศษ อำเภอสิเกา และอำเภอหาดสำราญ ตามลำดับ ซึ่งกลุ่มผู้ป่วยที่พบมากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 35-44 ปี รองลงมาอายุ 10-14 ปี อายุ 25-34 ปี และอายุ 45-54 ปี แต่ยังไม่มีการรายงานผู้เสียชีวิต ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า ในพื้นที่จังหวัดตรังพบผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยานับ 1,000 รายนั้น ไม่เป็นความจริง
       
       เนื่องจากอาการของโรคชิคุนกุนยา มีความใกล้เคียงกับอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ หรือไข้เลือดออกสายพันธ์แดงกี่ โดยที่อาการของโรคชิคุนกุนยา คือ ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเฉียบพลัน มีผื่นหนาขึ้นตามตัว โดยเฉพาะบริเวณหลังและแขน ขา ร่วมกับการปวดข้อต่างๆ เช่น ข้อมือ ข้อนิ้ว ข้อเท้า ซึ่งการวินิจฉัยโรคต้องตรวจอย่างละเอียด ดังนั้น ทำให้ประชาชนที่มีอาการเบื้องต้นดังกล่าว ที่มีความนิยมหาซื้อยากินเองตามร้านขายยาต่างๆ จึงได้รับการวินิจฉัยจากร้านยาว่า ป่วยเป็นโรคชิคุนกุนยา จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิด และคิดว่าตนเองป่วยเป็นโรคชิคุนกุนยา จนกลายเป็นจำนวนผู้ป่วยมีมากหลายร้อยคนในแต่ละหมู่บ้าน
       
       นายแพทย์วิฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการป้องกันที่ดีที่สุด คือ กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลาย โดยทุกคนจะต้องช่วยกันด้วยการกำจัดลูกน้ำยุงลาย ทุก 7 วัน และป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัด ด้วยการทายากันยุง นอนกางมุ้ง โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง จะมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกให้ความรู้แก่ประชาชนแบบเคาะประตูบ้าน พร้อมกับการฉีดพ่นหมอกควันเพื่อทำลายยุงตัวแก่ให้หมดไป พร้อมกับจะมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ ออกให้ความรู้ ความเข้าใจโรค แก่ร้านขายยาทุกแห่ง พร้อมย้ำการจ่ายยา ที่ไม่ส่งผลอันตรายแก่ผู้ป่วย โดยเฉพาะยาที่มีส่วนผสมของเสตรอย์ส และตัวยาแอฟไพริน ที่ผู้ป่วยไม่ควรรับประทาน เพราะอาจส่งผลแก่ชีวิตได้
       
       นอกจากนี้ พบว่าประชาชนชาวตรังส่วนใหญ่เริ่มตื่นตัว ในการป้องกันโรคชิคุนกุนยา ด้วยการหาซื้อโลชั่น และยากันยุงเป็นจำนวนเพิ่มขึ้น หลังจากมีการระบาดของโรคชิคุนกุนยา ที่มียุงลายเป็นพาหะ นายทวีป บุรพเกียรติ เภสัชกรประจำร้ายขายยาแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครตรัง กล่าวว่า ในช่วงนี้มีประชาชนมาซื้อยาลดไข้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งยาที่ประชาชนมาหาซื้อส่วนใหญ่ จะเป็นแก้หวัด หรืออาการของไข้หวัดธรรมดา แต่หากพบผู้ป่วยที่มีอาการค่อนข้างหนัก จะมีการแนะนำให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลมากกว่าการซื้อยารับประทานเอง แต่ส่วนใหญ่ช่วงนี้ประชาชนจะหาซื้อยากันยุง หรือ โลชั่นกันยุงมากกว่า ซึ่งถือเป็นการตื่นตัวในการป้องกันโรคของประชาชน หลังจากกระแสข่าวโรคชิคุนกุนยามีการแพร่ระบาดอย่างหนักในช่วงนี้
-----------------------------------------------------------------------------ชาวสุราษฎร์ฯ เร่งปลูกป่าฟื้นฟูป่าต้นน้ำคลองสระTaksin_4.jpgสุราษฎร์ธานี - ชาวอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมตัวปลูกต้นไม้อนุรักษ์ป่าต้นน้ำคลองสระ พร้อมเปิดน้ำตกภูรินทร์ ที่สวยงาม และคงสภาพความสมบูรณ์ของผืนป่า เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่
       
       เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ (14 พ.ค.) นายเฉลิมพล พลวัน ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายไพศาล ตรีธัญญา นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ นำข้าราชการ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน ประชาชนพร้อมด้วยนักเรียนกว่า 300 คน พื้นที่ตำบลคลองสระ อำเภอกาญจนดิษฐ์ ร่วมกันปลูกต้นกล้าไม้ตะเคียนทอง ต้นขี้เหล็ก จำนวน 1,999 ต้น
       
       บริเวณรอบน้ำตกภูรินทร์ หมู่ 5 บ้านสวนปรางค์ ตำบลคลองสระ อำเภอกาญจนดิษฐ์ เนื้อที่ 40ไร่ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ป่าต้นน้ำคลองสระ และเป็นการลดภาวะโลกร้อน พร้อมจัดเวรยามป้องกันการลักลอบตัดไม้ของแก๊งมอดไม้ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไม้ซุงเถื่อนถึง 115 ท่อน ในพื้นที่ตำบลคลองสระ
       
       พร้อมทำการเปิดน้ำตกภูรินทร์ ที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ มีลักษณะลดลั่นเป็นชั้นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร พร้อมมีถ้ำน้ำลอดระยะทางยาวกว่า 200 เมตร เต็มไปหินงอกหินย้อยที่สวยงามรอการมาเยือนของนักท่องเที่ยว ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของอำภอกาญจนดิษฐ์อีกแห่งหนึ่งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่
-----------------------------------------------------------------------------คนชราโวย อบต.เหนือคลองมีลายเซ็นผีโผล่รับโสร่ง-ยาแทนTaksin_5.jpgกระบี่ -คนชราโวย อบต.เหนือคลอง ทำได้แม้แต่คนชราก็ไม่เว้น ลายเซ็นผีโผล่รับแทนของชำร่วยผ้าโสร่งและยาสามัญประจำบ้าน
       

       ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายวรรลภ กุลมาศ อายุ 68 ปี และนางเสี้ย กุลมาศ สองสามีภรรยา เป็นชาวบ้าน หมู่ที่ 1 ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ว่า ตามที่ อบต.เหนือคลองได้มีการจัดโครงการรดน้ำขอพรผู้สูงอายุเนื่องในวันสงกรานต์ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ประจำปี พ.ศ.2552 โดยมีการจัดงานขึ้นเมื่อวันที่ 23 เม.ย.52 ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลเหนือคลอง ภายในงานนอกจากทำพิธีรดน้ำขอพร ผู้สูงอายุ อบต.เหนือคลอง ยังได้มีการแจกผ้าโสร่งและยาสามัญประจำบ้าน ให้กับคนชราที่เข้าร่วมงานด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนชรา ซึ่งมีคนชราเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
       
       นายวรรลภ และนางเสี้ย สองสามีภรรยาได้กล่าวอย่างน่าสงสารว่า ตนทั้งสองไม่ได้เข้าร่วมงานโครงการรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ตามที่ อบต.เหนือคลองจัดขึ้น เนื่องจากติดภารกิจ และเมื่อประมาณ วันที่ 12 พ.ค.52 สมาชิก อบต.เหนือคลอง หมู่ที่ 1 ได้มาสอบถามว่าได้รับของชำร่วยที่ทาง อบต.แจกหรือไม่ เนื่องจากมีลายมือชื่อ เซ็นรับของชำร่วยแทนไปแล้ว ซึ่งก็ได้ตอบ สมาชิก อบต.ไปว่ายังไม่ได้รับ และเกิดความสงสัยว่าในเมื่อไม่ไปร่วมงาน ทำไมมีการเซ็นโผล่รับแทน จึงขอดูลายเซ็นตามรายชื่อที่มีการเซ็นรับของชำร่วยจาก อบต.ซึ่งปรากฎว่า ลายเซ็นที่มีการเซ็นรับเป็นลายเซ็นปลอมทั้งสองชื่อ จึงมีความรู้สึกว่าเกิดอะไรขึ้น แม้แต่กับคนชราก็ยังทำได้ไม่เว้น
       
       “การที่ออกมาเรียกร้องผ่านสื่อไม่ใช่ว่าอยากจะได้ของชำร่วยที่ อบต.เหนือคลอง แจก แต่อยากจะบอกว่าการกระทำที่เกิดขึ้นถือเป็นความเสื่อมเสียที่ไม่น่าจะให้อภัย เพราะแค่ของชำร่วยเล็กๆน้อยยังมีการโกงปลอมลายเซ็นรับแทน แล้วโครงการอื่นๆ ที่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องจะไม่มีการโกงกันหรือ จึงขอฝากผ่านไปยังนายก อบต.ในฐานะที่กุมบังเหียน อบต.เหนือคลอง อย่าคิดทำแบบนี้อีก
       
       ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ทำการ อบต.เหนือคลอง เพื่อขอสัมภาษณ์ นายประสิทธิ์ ไกรบุตร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเหนือคลอง พบว่านายกนั่งทำงานอยู่ภายในห้อง จึงได้เข้าไปติดต่อหน้าห้องเพื่อขอสัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่มีการปลอมลายเซ็นรับของชำร่วยคนชรา เมื่อหน้าห้องรายงานให้นายกทราบ ผู้สื่อข่าวก็ได้รับคำตอบว่านายกไม่ว่าง และพยายามขอสัมภาษณ์เพื่อให้ทางนายกได้ชี้แจง แต่ก็ถูกปฏิเสธจากนายก บอกเพียงว่าไม่ว่าง
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ นายวรรลภ กุลมาศ เป็นบุคคลที่ประชาชนชาวอิสลามในจังหวัดกระบี่ ให้ความเคารพนับถือและมีตำแหน่งเป็นถึงรองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกระบี่ เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เป็นโต๊ะครูสอนศาสนา และโต๊ะอิหม่าม มีลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก ซึ่งการปลอมลายเซ็นที่เกิดขึ้นถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่อาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของท่านได้
----------------------------------------------------------------------------- ตร.ระนองจับ เจ๊ดาซอย14”พร้อมยาบ้า14เม็ดTaksin_6.jpgระนอง - ตำรวจระนองล่อซื้อยาบ้า จับ เจ๊ดา ซอย 14” พร้อมยาบ้า 40 เม็ด
       
       วันนี้ (14 พ.ค.52 ) พ.ต.ต.เดชศักดิ์ เชิดชูศักดิ์ สว.สป.กะเปอร์ ทำหน้าที่หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดตรวจภูธรจังหวัดระนอง ( หน.ชปส.ภ.จว.ระอง) สืบทราบว่า นางสานิตยา คงปาน หรือเจ๊ต ซอย 14” อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขี่ 50/40 หมู่ 4 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง ลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้นักเรียน นักศึกษา กลุ่มวัยรุ่นเที่ยวกลางคืน ผู้ใช้แรงงานในพื้นที่เมืองระนอง ดังนั้น จึงวางแผนส่งสายเข้าล่อซื้อยาบ้า จำนวน 2 เม็ด ราคา 800 บาท
       
       โดยนัดหมายส่งมอบกันที่บรเวณหน้าบ้านนางสาวนิตยา เมื่อถึงเวลานัด นางสาวนิตยา เดินออกจากบ้าน นำยาบ้ามาส่งให้สายหลังจากส่งมอกันเรียบร้อยแล้ว พ.ต.ต.เดชศักดิ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่ขับรถไปจดดักซุ่มอยู่ ก่อนแสงตัวเข้าจับกุมพร้อมของกลางยาบ้า 2 เม็ด ธนบัตรล่อซื้อโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จึงยึดไว้เพื่อประกอบคดี
       
       จากนั้นนางสาวนิตยา ไดนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเอายาบ้าอีก จำนวน 40 เม็ด ซึ่งบรรจุในหลอดกาแฟใสปิดหัวท้ายหอหุ้มด้วยดินน้ำมันที่นำไปซุกซ่อนไว้ใต้โคนต้นมะพร้าวยู่ภายในบริเวณบ้านักอาศัย
       
       จากการสอบสวนนงสาวนิตยา ให้การรับสารภาพว่า โดยซื้อยาบ้าต่อมาจากนายเอ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง และที่พักอาศัย ในราคาเม็ดละ 300 บาท ติดต่อซื้อขายทางโทรศัพท์ แล้วนำไปขายต่อให้กับลูกค้าได้กำไรอีกต่อในนเขตพื้นที่ อ.เมืองระนอง ในราคาเม็ดละ 400 บาท ทำมานานแล้วเป็นที่รู้จักของวัยรุ่นและลูกค้าเสพยาบ้าในนาม เจ๊ตา ซอย 14 จากนั้นเจ้าหน้ที่ได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองระนอง ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษ ประเท 1 ยาบ้า ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
-----------------------------------------------------------------------------
 

โฆษณากับเราวันนี้

ติดต่อโฆษณากับเรา
075 612 366 , 081 089 8381 

Banner 2010

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities.

Why should I upgrade to Internet Explorer 7? Microsoft has redesigned Internet Explorer from the ground up, with better security, new capabilities, and a whole new interface. Many changes resulted from the feedback of millions of users who tested prerelease versions of the new browser. The most compelling reason to upgrade is the improved security. The Internet of today is not the Internet of five years ago. There are dangers that simply didn't exist back in 2001, when Internet Explorer 6 was released to the world. Internet Explorer 7 makes surfing the web fundamentally safer by offering greater protection against viruses, spyware, and other online risks.

Get free downloads for Internet Explorer 7, including recommended updates as they become available. To download Internet Explorer 7 in the language of your choice, please visit the Internet Explorer 7 worldwide page.