ข่าวเด่นวันนี้

101Banner-2010-2

สถานีวิทยุ ออนไลน์ ฟังเพลงสดๆจากทุกสถานีโดยตรง Radio Online Live

101Radio_Onair Logo 94 fm 1.1 WorldMusic-2

เอฟ.เอ็ม101 MHz กระบี่

เอฟ.เอ็ม 94.0 MHz กระบี่

World Music Radio

Lungsuan-01

2CityRadio.GIF

วิทยุเสียงจะนะ

เอฟ.เอ็ม95.00 MHz หลังสวน

92.75 MHz ๒มุมเมือง

เสียงจะนะ FM 98.50 MHz

โฆษณาสินค้ากับเราวันนี้Hot Merchandise

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

ประชาสัมพันธ์อย่างมีคุณภาพ

เรื่องเด่นรอบแดนทักษิณ พิมพ์ อีเมล
 taksin 1.jpg  taksin 2.jpg
ดช.แย่งปืนเล่นกับน้าชายเกิดปืนลั่นใส่ดับ  อบจ.กระบี่เตรียมฟาดแข้ง“อบจ.กระบี่คัพ 
 taksin 3.jpg  taksin 4.jpg
เจ้าของเรือ“พีพีแฟมิลี่อัดยับรัฐไม่แยแส  เมืองคอน2ชายฉกรรจ์ใช้อาวุธสงครามยิงขู่
 taksin 5.jpg  taksin 6.jpg
 ชาวชุมพรนับพันคนแห่จับหอยหลอด  DSIรวบแรงงานต่างด้าวชาวโรฮิงญากันตัง
เด็กชายวัย 6ขวบ แย่งปืนเล่นกับน้าชายวัย12ขวบ เกิดปืนลั่นใส่ดับtaksin 1.jpgเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.เทพพิชัย แก้วประสิทธิ์ สารวัตรเวร สภ.เกาะลันตา จ.กระบี่ รับแจ้งเหตุเด็กถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส และญาตินำตัวส่งร.พ.กระบี่ แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่ร.พ.กระบี่ พบศพ ด.ช.นนทพัทธ์ เกตุเขียว อายุ 6 ขวบ อยู่บ้านเลขที่ 66/58 ซอยศูนย์ทราย ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนแก๊ปเข้าที่กลางหน้าท้อง กระสุนทะลุด้านหลัง
จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ ที่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 4 ต.คลองยาง อ.เกาะลันตา เป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในห้องโถงพบกองเลือด ใกล้กันพบอาวุธปืนแก๊ป 1 กระบอก และสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ช.นนทพัทธ์มาเล่นที่บ้านที่เกิดเหตุกับด.ช.อ้น (นามสมมติ) อายุ 12 ปี มีศักดิ์เป็นน้าของผู้ตาย ระหว่างนั้นด.ช.อ้นเข้าไปหยิบปืนแก๊ปในห้องนอนออกมาเล่นที่หน้าโทรทัศน์ในห้องโถง เมื่อผู้ตายเห็นก็อยากเล่นบ้าง จึงเข้าไปแย่งปืนจากด.ช.อ้น ขณะยื้อแย่งกันทำให้ปืนแก๊ปลั่นใส่หน้าท้องด.ช.นนทพัทธ์ ญาตินำส่งร.พ.ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ต่อมาเวลา 09.00 น. วันที่ 22 เม.ย. แม่นำตัว ด.ช.อ้นเข้ามอบตัวต่อ พ.ต.ท.เทพพิชัย ที่ สภ.เกาะลันตา และภายหลังสอบปากคำในเบื้องต้นแล้วทางพนักงานสอบสวนปล่อยตัวไปชั่วคราว และนัดสอบปากคำอีกครั้งในวันที่ 23 เม.ย. โดยพ.ต.ท.เทพพิชัยเปิดเผยว่า ทั้งผู้ต้องหาและผู้ตายเป็นน้ากับหลาน ทางญาติๆ ก็ไม่ติดใจเอาความ แต่เรื่องนี้เป็นคดีอาญา ทางตำรวจจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย สำหรับเจ้าของปืนเป็นของพ่อด.ช.อ้น แต่เลิกรากับภรรยาไปหลายเดือนแล้ว และไม่ได้กลับมาที่บ้านอีกเลย ขณะที่แม่ด.ช.อ้นก็ไม่รู้ว่ามีปืนอยู่ มาทราบเมื่อเกิดเหตุสลดขึ้น
............................_____________________________________อบจ.กระบี่ เตรียมฟาดแข้งชิงเงินรางวัล 10 ล. อบจ.กระบี่คัพtaksin 2.jpgกระบี่ - จังหวัดกระบี่เตรียมจัดแข่งขันฟุตบอลอบจ.กระบี่ คัพ ต้านภัยยาเสพติด ครั้งที่ 7” ชิงถ้วยประทาน พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา และจับสลากแบ่งสายการแข่งขันฟุตบอลรอบรองชนะเลิศระดับจังหวัด มี 24 ทีม สมัครเข้าชิงเงินรางวัลกว่า 10 ล้านบาท ดีเดย์โม่แข้ง 28 เม.ย-26 พ.ค.52 นี้       
       ที่ห้องพระนาง ชั้น 3 องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย นายเอนก ศรีสวย นายกสมาคมกีฬาจังหวัดกระบี่ นายสำคัญ เพรชทอง รองอธิการบดีสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตกระบี่ แถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอล อบจ.กระบี่ คัพ ต้านภัยยาเสพติด ครั้งที่ 7 ชิงถ้วยประทาน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา และจับสลากแบ่งสายการแข่งขันฟุตบอลรอบรองชนะเลิศระดับจังหวัด ซึ่งได้ตัวแทนจาก 8 อำเภอ 24 ทีม เข้าร่วมชิงชัยระหว่างวันที่ 28 เม.ย - 26 พ.ค.52 นี้ ชิงเงินรางวัล และโครงการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬากว่า 10 ล้านบาท       
       นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การแข่งขันฟุตบอลอบจ.กระบี่ คัพต้านภัยยาเสพติดครั้งนี้ เป็นการจัดการแข่งขันครั้งที่ 7 ประจำปี 2552 โดยในครั้งที่ 5 และครั้งที่ 6 นั้น องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ได้รับการประทานถ้วยรางวัลชนะเลิศจาก พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา เพื่อมอบแก่ทีมที่ชนะเลิศการแข่งขัน ซึ่งส่งผลให้พสกนิกรชาวกระบี่ต่างรู้สึกซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณอย่างยิ่ง สืบเนื่องจนเกิดผลสำเร็จในการแข่งขันเป็นอย่างมาก และเป็นที่รับรู้อย่างแพร่หลายแก่เยาวชนและประชาชนในจังหวัดกระบี่ และจังหวัดใกล้เคียง       
       การแข่งขันครั้งที่ผ่านๆ มา จังหวัดกระบี่สามารถสร้างนักกีฬาฟุตบอลในฐานะตัวแทนระดับจังหวัดเข้าสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับชาติได้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมพัฒนาให้เยาวชนและประชาชนในจังหวัดกระบี่ ให้เล่นกีฬาและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เสริมสร้างให้เยาวชนและประชาชนในจังหวัดกระบี่ สุขภาพร่างกาย พลานามัยที่สมบูรณ์ และรูจักใช้กีฬาเป็นสื่อเพื่อให้ห่างไกลยาเสพติด โดยการปลูกฝังทัศนคติให้เยาวชนและประชาชนในจังหวัดกระบี่ รู้จักการทำงานเป็นทีม แบ่งงานแบ่งหน้าที่ และสร้างความรักความสามัคคีในหมู่คณะเพื่อเป็นการยกระดับและพัฒนากีฬาฟุตบอลสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับชาติ       
       และที่สำคัญเป็นการประชาสัมพันธ์บทบาทหน้าที่ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ในการดำเนินการด้านกีฬาที่ต่อต้านยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยมีส่วนรวมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดกระบี่ ทั้ง 51 แห่ง เทศบาลตำบลและเทศบาลเมืองในจังหวัดกระบี่ ทั้ง 10 แห่ง สมาคมกีฬาจังหวัดกระบี่ สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตกระบี่ และองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดกระบี่       
       24 ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในระดับจังหวัด ซึ่งจะทำการแข่งขันในระหว่างวันที่ 28 เมษายน ถึง 26 พฤษภาคม 2552 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดกระบี่ สนามสถาบันการพลศึกษาจังหวัดกระบี่ และสนาม อบต.ปกาสัย อ.เหนือคลอง ได้แก่ทีมจาก อ.เมือง 4 ทีม ได้แก่ ทีม อบต.เขาคราม (แชมป์ฟุตบอล ครั้งที่ 6 ประจำปี 2552) อบต.หนองทะเล อบต.อ่าวนาง อบต.กระบี่น้อย       
       อ.อ่าวลึก 4 ทีม อบต.อ่าวลึกน้อย อบต.บ้านกลาง อบต.คลองหิน และ อบต.แหลมสัก, อ.เหนือคลอง 3 ทีม ได้แก่ ทีม อบต.ปกาสัย อบต.คลองขนาน และ อบต.โคกยาง, อ.เกาะลันตา 2 ทีม ได้แก่ ทีม อบต.เกาะลันตาน้อย และทีม อบต.ศาลาด่าน, อ.ปลายพระยา 2 ทีม ได้แก่ ทีม อบต.เขาต่อ และทีม อบต.ปลายพระยา       
       อ.ลำทับ 2 ทีม ได้แก่ ทีม อบต.ทุ่งไทรทอง และทีม อบต.ดินอุดม, อ.คลองท่อม 4 ทีม ได้แก่ ทีมเทศบาลตำบลคลองพน อบต.คลองท่อมใต้ เทศบาลคลองท่อมใต้ และ อบต.คลองพน, อ.เขาพนม 2 ทีม ได้แก่ ทีม อบต.หน้าเขา อบต.สินปุน และทีมที่ผ่านเข้ารอบจากการแข่งขันรอบ Play Off
............................_____________________________________เจ้าของเรือ พีพีแฟมิลี่อัดยับรัฐไม่แยแสปล่อยกู้ซากเรือเองtaksin 3.jpgกระบี่-บริษัท พีพีแฟมิลี่ จำกัด เจ้าของเรือโดยสารเส้นทางกระบี่-เกาะพีพี ถูกเพลิงเผาวอดสูญกว่า 30 ล้านบาท อัดยับเจ้าหน้าที่รัฐไม่แยแส ปล่อยให้กู้เรือตามลำพัง เผยว่าจ้างบริษัทเอกชนดำเนินการกู้ร่วม 3 หมื่นบาท       
       จากกรณีเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2552 ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือโดยสารท่องเที่ยว 2 ลำ ชื่อเรือโกลเด้น บรรทุกผู้โดยสารได้ 150 ที่นั่ง และเรือ พาราไดส์ครุยซ์ 2001 บรรทุกผู้โดยสารได้ 299 ที่นั่ง วิ่งโดยสารระหว่างท่าเทียบท่องเที่ยวปากคลองจิหลาด ต.ไสไทย กับเกาะพีพี ขณะจอดเทียบท่าบริเวณท่าเรือคงคา เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ซึ่งเรือทั้ง 2 ลำ ทำจากไม้ ทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ววอดทั้ง 2 ลำ ก่อนจมลงในทะเล       
       ทั้งนี้ นายนพดล ทองเกิด อายุ 52 ปี เจ้าของบริษัท พีพีแฟมิลี่ จำกัด เป็นเจ้าของ เบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต คาดว่า สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าภายในเรือลัดวงจรที่ห้องเครื่องยนต์ของเรือลำแรกก่อนจะลุกลามไปยังลำที่ 2 ซึ่งจอดเคียงกัน ความเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น       
       ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้ (23 เม.ย.) ทางเจ้าของบริษัท พีพีแฟมิลี่ จำกัด ได้ว่าจ้างรถเครน ซึ่งต้องใช้แพบรรทุกมาทำการกู้ซากเรือทั้ง 2 ลำ ขึ้นมาจากก้นทะเล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจพิสูจน์หลักฐาน และหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ โดยการกู้ซากเรือเป็นด้วยความยากลำบาก เนื่องจากตัวเรือมีขนาดใหญ่กว้างประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ 30 เมตร       
       หลังจากใช้เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมง ก็ไม่สามารถกู้ซากเรือขึ้นมาจากน้ำได้ ยกขึ้นโผล่เหนือน้ำได้เพียงบางส่วนเท่านั้น โดยพบว่า ตัวเรือเหลือเพียงบางส่วน ส่วนห้องโดยสารถูกไฟไหม้จนหมด และยังพบว่าเครื่องยนต์ มีสภาพถูกไฟไหม้ดำเกรียม ไม่สามารถที่จะใช้งานได้ ท่ามกลางไทยมุงแห่มาดูจำนวนมาก       
       นายนภดล ทองเกิด เจ้าของเรือกล่าวว่า บริษัทฯ ได้ว่าจ้างเครนของเอกชนมาทำการกู้ซากเรือราคา 3 หมื่นบาท โดยไม่มีหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวเข้ามาดูแลช่วยเหลือแต่อย่างใด ทุกอย่างทางบริษัทต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด       
       ทั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะมาดูแลบ้างไม่ใช่เกิดเหตุแล้วปล่อยให้ทำเพียงลำพัง ควรจะนำเครื่องไม้เครื่องมือเข้ามาช่วยเหลือด้วย ไม่ใช่เพิกเฉยเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนที่เก็บภาษีเก็บได้ทุกปี แต่เมื่อเกิดเหตุไม่เข้ามาดูแลช่วยเหลือ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องน่าอนาจใจอย่างยิ่ง ซึ่งหากว่าปล่อยซากเรือไว้ใต้น้ำก็คงจะเป็นปัญหากับการสัญจรทางน้ำ เนื่องจากบริเวณที่เรือจมยังมีเรืออื่น ๆ ใช้เส้นทางโดยสารตลอดเวลา แต่การกู้เรือก็ไม่ทราบว่าจะสำเร็จหรือไม่ เนื่องจากเรือมีขนาดใหญ่ แต่ก็จะพยายามกู้ขึ้นมาให้ได้
............................_____________________________________เมืองคอนเดือด 2 ชายฉกรรจ์ใช้อาวุธสงครามยิงขู่ห้ามสร้างป้อมยามประจำหมู่บ้านtaksin 4.jpgนครศรีธรรมราชนายอำเภอชะอวด เข้าตรวจสอบพื้นที่ หลังจากชาวบ้านแจ้งว่ามีการลักลอบตัดไม้ป่า ขณะเดินทางระหว่างทางพบว่า ที่ ต.วังอ่าง มีการใช้อาวุธสงครามยิงข่มขู่คนงานก่อสร้างป้อมยามประจำหมู่บ้าน โดยชายฉกรรจ์ 2 คน ประกาสสั่งหยุดก่อสร้างหากสร้างต่อไม่รับรองความปลอดภัย     
       วันที่ (23 เม.ย.) นายไพศาล บุญล้อม นายอำเภอชะอวด สนธิกำลังร่วมกับชุด ฉก.ศรีวิชัย ป่าไม้จังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอวด เข้าตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งจากประชาชน เข้ามาว่าจะมีการลักลอบตัดไม้ และทำการชักลากลงมาจากภูเขาในเขตพื้นที่บ้านห้วยน้ำใส หมู่ 5 ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส.อำเภอชะอวด ชุดเฉพาะกิจจังหวัด (ฉก. ศรีวิชัย) และเจ้าหน้าที่อุทยานเขาปู่เขาย่า จังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ป่าไม้ห้วยน้ำใส       
       ขณะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณสามแยกบ้านวังหอน หมู่ 5 ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด นครศรีธรรมราช ชาวบ้านในย่านดังกล่าวแจ้งว่าคนร้ายได้ใช้อาวุธสงครามยิงข่มขู่คนงานที่กำลังก่อสร้างป้อมยามประจำหมู่บ้านบ้านวังหอน จึงลงตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากการสอบถามชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า มีชายฉกรรจ์ 2 คนพร้อมอาวุธสงครามยิงข่มขู่คนงาน 5 คน ที่กำลังก่อสร้างป้อมยามประจำหมู่บ้านบ้าน แล้วประกาศให้คนงานก่อสร้างหยุดก่อสร้างทันที โดยระบุว่าหากยังดำเนินการก่อสร้างต่อไปจะไม่รับผิดชอบในชีวิตและทรัพย์สิน หลังจากนั้นได้หลบหนีไป       
       จากการสอบสวนเพิ่มเติมทราบว่า กลุ่มคนร้ายดังกล่าว เป็นชายฉกรรจ์ อายุประมาณ 30-35 ปี 2 คน ยิงปืนเอ็ม 16 ขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่ จำนวน 3 นัด โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพบกระสุนเอ็ม 16 ตกอยู่ 3 นัด เป็นกระสุนที่ยิงแล้ว 2 นัด ยังไม่ยิง 1 นัด จึงเก็บปลอกกระสุนดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน พร้อมรายละเอียดเพื่อสืบหาคนร้ายมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป      
       สำหรับป้อมยามประจำหมู่บ้าน บ้านวังหอน หมู่ 5 ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด นครศรีธรรมราช เป็นป้อมยามหมู่บ้านที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังอ่างได้จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้าง จำนวน 200,000 บาท เพื่อดูแลความสงบภายในหมู่บ้าน โดยพื้นที่บริเวณสามแยกบ้านวังหอน เป็นสามแยกที่สามารถใช้เป็นเส้นทางสัญจรไปอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง และอำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง       
       โดยจากข้อมูลของทางการนั้นพบว่าที่บริเวณบ้านห้วยน้ำใส หมู่ 5 ตำบลวังอ่าง เป็นพื้นที่ป่าที่มีกลุ่มคนร้ายหลายคดี ทั้งคดีปล้น ฆ่า เรียกค่าคุ้มครองของกลุ่มผู้มีอิทธิพล ตัดไม้ทำลายป่า และยาเสพติด ประมาณ 30 ราย ที่หลบหนีคดีเข้าไปอยู่ และเป็นทางผ่านในการสัญจรไป-มา หาเสบียงอาหาร ที่ทางราชการกำลังติดตามจับกุมตัวอยู่ ซึ่งคาดว่ากลุ่มคนร้ายดังกล่าว ที่ยิงปืนข่มขู่ห้ามมิให้ก่อสร้างป้อมยามประจำหมู่บ้านไม่พอใจที่ทางหมู่บ้านได้สร้างป้อมยาม หากสร้างป้อมยามดังกล่าวเสร็จ กลุ่มคนร้ายจะไม่มีเส้นทางสัญจรในการก่อเหตุร้าย ซึ่งเป็นรอยเชื่อมต่อเส้นทางถนน 3 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช พัทลุง และตรัง จึงใช้วิธีการข่มขู่ด้วยความรุนแรงดังกล่าว
............................_____________________________________ชาวชุมพรนับพันคนแห่จับหอยหลอดที่อ่าวทุ่งคา-สวีtaksin 5.jpgชุมพร - ชาวบ้านที่จังหวัดชุมพรนับพันคน แห่จับหอยหลอดวันละหลายตัน บริเวณอ่าวทุ่งคา-สวี หลังพบมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากในรอบ 10 ปี หลังได้รับผลกระทบจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำของนายทุน จนจำนวนลดลงจนเกือบหมด       
       นางอริสา กุลีช่วย อายุ 48 ปี อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล และชายฝั่งอ่าวทุ่งคา-สวี หมู่ 2 ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้มีชาวบ้านลงไปเก็บหอยบริเวณอ่าวทุ่งคา-สวีกันเป็นจำนวนมากวันละหลายพันกิโลกรัม ซึ่งพบว่ามีหอยหลอดจำนวนมากเต็มชายหาด เมื่อชาวบ้านทราบข่าวต่างแตกตื่นแห่ลงไปเก็บมาประกอบอาหาร       
       บางคนเก็บได้มากก็จะนำไปจำหน่าย ซึ่งมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่กิโลกรัมละ 40 บาท ช่วง 1 เดือนจะสามารถเก็บหอยหลอดได้ประมาณ 10 วัน คือ ช่วงตอนเย็นที่ระดับน้ำทะเลลงต่ำสุด โดยหอยหลอดที่ชาวบ้านเก็บขึ้นมามีจำนวนนับ 10 ตันแล้ว หอยที่จับได้มีขนาดยาว 3-5 เซ็นติเมตร ซึ่งถือว่าใหญ่และสมบูรณ์มาก ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 10 ปี       
       เนื่องจากที่ผ่านมาบริเวณดังกล่าวเคยมีหอยหลอดชุกชุมมาก่อน แต่หลังจากมีการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ซึ่งต้องใช้ปูนขาวในการปรับสภาพน้ำ ใช้กากชาสำหรับฆ่าสัตว์น้ำบางชนิดในบ่อเลี้ยงกุ้ง และถูกปล่อยลงทะเล ทำให้หอยหลอดลดจำนวนลงจากบริเวณดังกล่าวจนเกือบหมด       
       แต่หลังจากที่การเลี้ยงกุ้งกุลาดำประสบปัญหาขาดทุน ราคาตกต่ำ จนไม่มีใครเลี้ยงในพื้นที่อีก จนมาถึงปัจจุบันนานนับ 10 ปี ทำให้หอยหลอดกลับมามีจำนวนมากเช่นเดิมอีก       
       ด้าน นายวิชัย สมรูป หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 12 กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้หอยหลอดรอบอ่าวทุ่งคา-สวี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องน่าจะมาจาก 3 ประการ คือ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาชาวบ้าน และภาคเอกชน ร่วมกันปลูกป่าชายเลนรอบอ่าวทุ่งคา-สวี ทำให้ป่าได้พื้นที่ป่านับ 10,000 ไร่       
       ระบบนิเวศของท้องทะเลกลับคืนมาคงความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ประการที่ 2 เป็นผลมาจากชาวบ้านช่วยกันรณรงค์ป้องกันเครื่องมือประมงบางชนิด โดยเฉพาะอวนลากไม่ให้เข้ามาทำการประมงบริเวณใกล้ฝั่ง และประการที่ 3 เป็นผลมาจากพื้นที่การเลี้ยงกุ้งลดลง และชาวบ้านมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์เพิ่มมากขึ้น โดยไม่ปล่อยน้ำเสีย และสิ่งปฏิกูลลงในทะเล เนื่องจากหอยหลอดเป็นสัตว์ที่ไวต่อภาวะแวดล้อมสูง โดยเฉพาะปูนขาวหากใช้ไม่ระมัดระวังจะมีผลต่อการขยายพันธุ์ของหอยหลอดเป็นอย่างมาก
............................_____________________________________DSI รวบแรงงานต่างด้าวชาวโรฮิงญากันตังtaksin 6.jpgตรัง - กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย พบแรงงานต่างด้าวชาวพม่า จำนวน 10 คน และแรงงานต่างด้าวชาวโรฮิงญา อีกจำนวน 2 คน ที่หลบหนีเข้ามาทำงานเรือประมงในพื้นที่อำเภอกันตัง       
       วันที่ (22 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองกันตัง จังหวัดตรัง นำโดย ร.ต.ท.นวิภาค เทศแย้ม รองสารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองกันตัง ได้รับแจ้งจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ว่า มีแรงงานต่างด้าวชาวโรฮิงญาจำนวนหนึ่ง ได้แอบหลบหนีเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอกันตัง       
       จึงได้มีการสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กันตัง และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง บุกเข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 120/10 บ้านท่าปาบ ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง พบแรงงานด่างด้าวชาวพม่า จำนวน 10 คน และแรงงานต่างด้าวชาวโรฮิงญา อีกจำนวน 2 คน       
       จากการสอบสวนแรงงานต่างด้าวทั้งหมดทราบว่า ได้หลบหนีเข้ามาทำงานเรือประมงในพื้นที่อำเภอกันตัง ดังนั้น จึงควบคุมตัวนำส่งด่านตรวจคนเข้าเมืองกันตัง โดยเฉพาะชาวโรฮิงญาทั้ง 2 คน ได้ส่งตัวไปยังสถานคุ้มครองที่จังหวัดสงขลา ส่วนชาวพม่าที่เหลือ 10 คน จะดำเนินการผลักดันกลับประเทศต่อไป       
       ทั้งนี้ มีรายงานว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา มีแรงงานต่างด้าวชาวโรฮิงญาได้หลบหนีมายังพื้นที่อำเภอกันตัง เพื่อทำงานเป็นลูกเรือประมง และอาชีพอื่นๆ เป็นจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอ้างไม่รู้ไม่เห็นและทำเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น จนกระทั่งมีการร้องเรียนไปยัง DSI เพื่อให้ดำเนินการดังกล่าว
............................_____________________________________
 

โฆษณากับเราวันนี้

ติดต่อโฆษณากับเรา
075 612 366 , 081 089 8381 

Banner 2010

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities.

Why should I upgrade to Internet Explorer 7? Microsoft has redesigned Internet Explorer from the ground up, with better security, new capabilities, and a whole new interface. Many changes resulted from the feedback of millions of users who tested prerelease versions of the new browser. The most compelling reason to upgrade is the improved security. The Internet of today is not the Internet of five years ago. There are dangers that simply didn't exist back in 2001, when Internet Explorer 6 was released to the world. Internet Explorer 7 makes surfing the web fundamentally safer by offering greater protection against viruses, spyware, and other online risks.

Get free downloads for Internet Explorer 7, including recommended updates as they become available. To download Internet Explorer 7 in the language of your choice, please visit the Internet Explorer 7 worldwide page.