|
|

|
|
'ปาล์มมี่' งานเพลงคือชีวิต
|
|

|
|
'พ่อ - ลูก' ศิลปิน 'อาร์เอส' 'เทิดไท้องค์ราชัน 84 พรรษา'
|
'ปาล์มมี่' งานเพลงคือชีวิต

ห่างหายจากวงการเพลงไปนานกว่า 3 ปี พอกลับมาอีกครั้ง ปาล์มมี่-อีฟ ปานเจริญ ก็ไม่ทำให้แฟน ๆผิดหวัง เพราะซิงเกิ้ลเพลง “คิดมาก” นั้น ดังแบบถล่มทลาย คนฟังเพลงอ้าแขนรับเพลงนี้แบบท่วมท้นทุกพื้นที่ และอีกไม่นานปาล์มมี่ก็จะได้มีอัลบั้มเต็มและคอนเสิร์ตใหญ่ออกมาให้แฟน ๆ หายคิดถึง วันนี้ “ดาวต่างมุม” ได้มีโอกาสมาพูดคุยถึงการทำงานเพลงที่หายไปนาน และแย้มเรื่องมุมมองความรักให้ได้รู้กันด้วย
หายจากงานเพลงอัลบั้มที่แล้วนานแค่ไหน?
ประมาณ 3 ปีกว่าค่ะ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่มี่หยุดไปเพราะต้องการพักผ่อนและสัญญาก็หมดพอดี มี่คิดว่ามี่หวงแหนเวลาพักผ่อนของมี่นะ มี่เลยใช้เวลาช่วงนั้นไปตักตวงอย่างเต็มที่ให้ตัวเอง ก็เลยไปท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนใหญ่ไปกับเพื่อนเป็นกลุ่ม มี่ได้เก็บเกี่ยวความสุขมากเลย เพราะก่อนหน้านี้ช่วงที่ทำงาน มี่เป็นคนที่ชอบคาดหวังอะไรในตัวเองเยอะมาก พอทำงานไปสักระยะมันเหมือนเราแบกทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้จนเกิดเป็นความทุกข์ขึ้นมา พอเราได้ห่างจากตรงนั้นแล้วมองกลับมาว่าความทุกข์มันเกิดจากอะไร เราก็จี้ไปให้ตรงจุด นั่นคือเราก็แค่หยุด เพราะสิ่งที่เราต้องทำทุกวันมันทำให้เราล้าโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการท่องเที่ยวจะเปิดโลกกว้างให้เรา ได้เห็นคนที่ลำบากกว่าเรา ได้เห็นสถานที่สวย ๆ หรือเราแค่ไปนั่งเฉย ๆ แล้วซึมซับบรรยากาศ แค่นี้เราก็รู้เลยว่าชีวิตมันมีอะไรอีกตั้งเยอะ มันทำให้เรามีกำลังใจและแรงบันดาลใจที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรดี ๆ มี่ได้แรงบันดาลใจจากสถานที่ต่าง ๆผู้คนที่ได้เจอ เพลงที่ได้ฟัง ก็เลยมีความรู้สึกอยากทำงานเพลงอีกครั้งทำไปเรื่อย ๆ ไม่ได้มากำหนดว่าจะต้องเสร็จเมื่อไร มันก็เลยกินเวลามี่ไป 3 ปีค่ะ
แสดงว่าระหว่างพักผ่อนก็ไม่ทิ้งงานเพลงเหมือนกัน?
ช่วงปีแรกทิ้งไปเลย ไม่ได้ติดตาม มี่คิดว่าถ้าจะต้องเริ่มงานใหม่ มี่จะต้องมีพลังและคิดออกว่ามี่อยากจะทำอะไร เพราะถ้ามี่ตามหาความอยากนั้นไม่เจอ มี่อาจจะต้องใช้เวลานานกว่านั้นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกและกระตือรือร้นให้ลุกขึ้นมาทำ
กลับมาคราวนี้คิดว่าแนวเพลงบ่งบอกถึงความเป็นตัวเองมากที่สุด?
ใช่แล้วค่ะ เพราะมี่ไม่ได้ทำแค่ 10 เพลง แต่ทำมากกว่านั้นแล้วคัดเลือกเพลงที่คิดว่าพอดีสำหรับอัลบั้มนี้ ทั้ง 10 เพลงมี่ก็ให้มันเต็มที่ทุกเพลง ไม่ได้ทำแค่ครึ่งอัลบั้ม อีกครึ่งหนึ่งก็ปล่อยผ่าน ๆ ไป มี่เข้มงวดกับมันในทุกเพลง อยากให้คนฟังทั้งอัลบั้ม การเรียงเพลงมี่ก็เรียงแบบใหม่เลยคือเพลงเร็วติดกันหมดเพลงช้าติดกันหมด เพราะโดยทั่วไปส่วนมากแล้วมีเพลงเร็ว 2 เพลง คั่นด้วยเพลงกลางและช้า แต่นี่คือเพลงเร็วต่อด้วยเพลงกลางติดกันเลย ที่เหลือก็เป็นเพลงช้าไป
สิ่งที่แตกต่างจากความเป็นปาล์มมี่ในอัลบั้มที่ผ่านมา?
คงเป็นเรื่องซาวด์ ส่วนสไตล์เพลงคล้ายเดิม มี่ชอบความเป็นโฟล์ค ชอบความโบราณ ฟังแล้วย้อนกลับไปในบรรยากาศเก่า ๆ จริง ๆ แล้วมันก็มีอะไรพวกนี้อยู่ตั้งแต่อัลบั้มแรกแล้ว แต่อัลบั้มใหม่นี้มันจะชัดเจนมากขึ้นค่ะ
มีส่วนร่วมในขั้นตอนไหนบ้าง?
ทุกส่วนเลย ตั้งแต่หาทีมงาน เพราะด้วยความที่หมดสัญญาเราเลยไม่สามารถใช้ทีมงานที่เคยทำเพลงให้เราได้ มี่เองก็ไม่ได้คิดว่าสังกัดจะเป็นอะไรที่มาตอบโจทย์มี่ในการทำงาน มี่ได้โปรดิวเซอร์และนักดนตรีที่มาช่วย เป็นคนที่มี่พอใจที่ได้ร่วมงาน ซึ่งก็เข้มข้นกันเลย มี่เองลงไปอยู่ทุกขั้นตอน มันเหมือนกับมี่ตั้งโจทย์ขึ้นมา มี่ต้องตอบเอง และตอบทุกคนให้ได้ว่าอยากให้เพลงออกมาทางไหน
คิดอย่างไรกับการมีสังกัด?
มี่อยู่ในธุรกิจเพลง มี่ทำเพลงออกมาก็ต้องมีสังกัด จะให้มาโปรโมตเองก็คงไม่ถนัด เพราะมี่ถนัดทำงานเพลง สุดท้ายก็ต้องมีมืออาชีพที่เขาคอยผลักดันงานเราออกสู่สาธารณะ ซึ่งแกรมมี่นั้นมี่คุ้นเคยอยู่แล้ว โดยเฉพาะพี่เล็ก-บุษบา ที่ดูแลมี่มาตั้งแต่แรก เราคุยกันตลอด ชวนกันไปชวนกันมา พี่เล็กและคุณไพบูลย์เป็นนักให้โอกาสคนอยู่แล้ว บอกเลยว่ามี่พร้อมเมื่อไรก็กลับมาได้ เพราะเราไม่ได้แยกจากกันไม่ดี มี่เองแยกไปทำงานพอมั่นใจในตัวงาน มันก็คุยกันง่ายขึ้น เพราะปัญหาใหญ่ของมี่คือการทำอัลบั้ม ส่วนเรื่องอื่น ๆ มี่ก็ให้ผู้ใหญ่จัดการไปค่ะ
ถ้าไม่ต้องอิงกับตลาด มี่อยากทำเพลงสไตล์ไหน?
มี่ชอบหลายอย่างมาก แต่สิ่งที่อยากทำที่สุดคืออะคูสติก เป็นเพลงของตัวเองที่บอกเล่าเรื่องราวส่วนตัวมาก ๆ แต่จริง ๆ แล้วอัลบั้มนี้มี่ก็ไม่ได้ยึดหลักการตลาดหรือเอาการตลาดมาเป็นที่ตั้งของการทำเพลงเลยเพราะมี่ไม่ต้องตอบโจทย์ใคร มี่แค่ตอบโจทย์ตัวเอง มี่ไม่ได้ทำงานไปส่งให้ใคร มี่แค่อยากแฮปปี้กับงานที่มี่ถ่ายทอดออกมา เหมือนมี่เป็นนายตัวเอง แล้วเอาเพลงที่ทำมามอบให้พี่เล็กดูแลต่อ ซึ่งทุกคนก็ชอบมัน
มองวงการเพลงในช่วงที่ออกอัลบั้มที่แล้วกับช่วงปัจจุบันนี้อย่างไร?
ถ้านับจากอัลบั้มที่แล้วก็ประมาณ 5 ปี คิดว่าแตกต่างกันมาก ตรงที่ในยุคนี้จะปล่อยออกมาเป็นซิงเกิ้ลก่อน แต่ช่วงที่มี่เติบโตมาตอนนั้นเป็นอัลบั้มเต็มเลย คนฟังจะได้รับ 10 เพลงเลย เพลงที่ 1 2 3 จนถึง 10 อย่างเพลงที่ 2 ประคองเพลงที่ 1 เพลงที่ 4 ประคองเพลงที่ 3 แต่ในยุคนี้ปล่อยทีละเพลง แล้วทุกคนวัดค่าจากเพลง ๆ นั้น มี่อึดอัดใจเหลือเกินเพราะมี่ไม่ได้เติบโตมาแบบนี้ อยากให้มันออกมาเป็นอัลบั้มเต็มเลย สุดท้ายมาติดเรื่องน้ำท่วมด้วย โรงงานมันผลิตออกมาไม่ได้ ซึ่งมี่อึดอัดเข้าไปอีก เพราะเพลงเสร็จตั้งแต่เดือนเมษายน มันนานมากแล้ว มี่กอดอัลบั้มนี้มา 7 เดือนแล้ว มี่อยากให้ทุกคนได้ฟังกันเสียที
ความพิเศษของอัลบั้มนี้อยู่ตรงไหน?
มี่ได้ฟีเจอริ่งเป็นครั้งแรกในการทำงานบนเส้นทางเพลงนี้มา 10 ปี โดยได้ เออแลนด์ ออยล์ ซึ่งเป็นนักร้องอยู่วงคิงออฟคอนวีเนียนมาฟีเจอริ่งและแต่งเพลงสากลเพลงแรกที่อยู่ในอัลบั้มใหม่นี้ ซึ่งมี่คิดว่ามันพิเศษต่อชีวิตการทำงานของมี่มาก ๆ เพราะมี่ไม่เคยฟีเจอริ่งกับใครมาก่อนเลย นี่เป็นครั้งแรก นอกจากนี้มี่อยากตอบโจทย์ตัวเอง มี่อยากพิชิตเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้ว่ามี่อยากร่วมงานกับใคร อยากมีความสุขแบบไหนในการทำงาน มี่ก็จะเดินไปหามัน ซึ่งคนฟังจะรู้สึกอย่างไรนั้น มี่คงแค่รับฟัง เพราะหน้าที่ของมี่คือผลิตงานออกมาให้ดีที่สุด
คาดหวังกับงานเพลงครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน?
เชื่อมั้ยคะตั้งแต่มี่ออกซิงเกิ้ลเพลงคิดมาก มี่ยังไม่เคยเช็กยอดดาวน์โหลดเลยว่าโหลดไปเท่าไรแล้ว เพราะสิ่งที่มี่ทำ มี่มีความสุขมากแล้วกับการทำงานอัลบั้มนี้ และยังได้ร่วมงานกับคนที่มีฝีมือ มี่แค่หวังว่าทุกคนจะคุ้มค่ากับการฟังอัลบั้มนี้ และอยากจะบอกว่ามันไม่แพงเลย เพราะซีดีที่บ้านเราขายถูกมาก ด้วยงานที่ผลิตออกมาจากนักดนตรีที่มีฝีมือขนาดนี้มาเล่นให้ บางเพลงมี่ต้องส่งไปมิกซ์ที่ต่างประเทศ บางเพลงต้องหานักดนตรีจากต่างประเทศมาเล่นให้ เรียกว่ามี่เต็มอิ่มกับอัลบั้มนี้มาก ๆ เลย เพราะมี่ใช้เวลาถึง 2 ปีครึ่งในการทำ
จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ของปาล์มมี่เร็ว ๆ นี้ ร้างเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ไปนานแค่ไหนแล้ว? คอนเสิร์ตใหญ่ประมาณ 5 ปีที่แล้วค่ะ ส่วนครั้งนี้ตื่นเต้นมากเลย มี่ได้ซ้อมได้อุ่นเครื่องเวลาไปทัวร์คอนเสิร์ตตามต่างจังหวัด และจะมีเขียนโครงสคริปต์เล่น ๆ ว่าจะเล่นเพลงอะไรก่อนหลัง จะลำดับเรื่องราวอย่างไร มีอะไรที่เราอยากทำหรือแสดงบ้าง ซึ่งก็ต้องสรุปกับทางทีมงานอีกที แต่ยังไม่กล้ารับปากว่าจะทำได้ไหม มันต้องขึ้นอยู่กับการซ้อมด้วย ถ้าออกมาดี มี่ก็จะแสดงให้ดู แต่ถ้ามันออกมาไม่ดี ก็เก็บไว้ก่อนแล้วกัน อย่างเวลาขึ้นเวทีมันมีอยู่แล้วที่จะรู้สึกเกร็ง จะเห็นเลยว่า 2-3 เพลงแรก หน้าจะตึง ตาจะแข็งเลย มัวแต่กังวลว่าคนดูจะสนุกหรือเปล่าแต่พอเครื่องติดแล้วยาว ไม่อยากเลิก
แต่คอนเสิร์ตก็ต้องเลื่อนเพราะน้ำท่วมด้วย?
มี่ดีใจมากเลยที่เรามีเวลามากขึ้น และอีกอย่างช่วงนี้คนกำลังอยู่ในภาวะเครียด เราจะออกมาเต้นแร้งเต้นกาก็คงไม่เหมาะสม และมี่เองก็ไม่มีอารมณ์แบบนั้นด้วย ซึ่งทีมงานทุกคนก็เห็นตรงกัน
รู้สึกอย่างไรที่คนมักมองว่าปาล์มมี่เป็นคนติสต์และโลกส่วนตัวสูง? มี่คิดว่ามี่มีความสุขในสิ่งที่มี่เป็นและทำ มี่ไม่ได้ไประรานหรือไม่เคารพใคร การที่มีคนมองแบบนั้นมี่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันดีหรือมันไม่ดี แต่มี่เติบโตและเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ครอบครัวก็เป็นแบบนี้ โดยส่วนตัวมี่ไม่ได้ชอบไปในสถานที่ที่มีคนเยอะ ๆ หรือไปทำความรู้จักกับใครด้วยความรวดเร็ว คนเลยอาจมองว่ามี่เป็นคนที่เข้าถึงยากหรือเปล่า ไม่แน่ใจ
ปาล์มมี่กับมุมมองเรื่องความรักล่ะ?
มี่ว่าคงไม่มีใครในโลกที่ไม่ต้องการความรักและอยู่คนเดียวได้มี่ว่าคนเราขาดคนรอบข้างไม่ได้ ขาดกำลังใจไม่ได้ ขาดแรงบันดาลใจไม่ได้ ถ้าเราอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ ทุกอย่างมันคงซีด มี่เองมองว่าเรื่องความรักในแบบคู่ชีวิตนั้นดีที่เรามีใครคอยประคับประคองซึ่งกันและกัน ไม่อย่างนั้นเราคงอยู่โดดเดี่ยว แต่ถ้าไม่มีใคร ก็ไม่ได้แปลว่าชีวิตนี้ดับสูญหรือไม่มีค่า มันก็อยู่ได้ในแบบที่เราสามารถหาความสุขนั้นให้เจอ
อยากฝากอะไรถึงแฟนคลับของปาล์มมี่?
มี่อยากขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้มี่มาตลอดตั้งแต่อัลบั้มแรก ทุกครั้งที่กลับมามี่รู้สึกอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มหรือข้อความที่โพสต์ ให้มี่ได้อ่าน ทำให้มี่รู้สึกอยากทำอะไรดี ๆ แบบนี้ ขอบคุณที่เขาสัมผัสได้ในสิ่งที่มี่และทีมงานตั้งใจทำให้พวกคุณได้ฟังกัน มี่อยากมีแรงอยู่แบบนี้และไม่ย่ำอยู่กับที่ ก้าวเดินไปข้างหน้า และหาสิ่งที่ดีที่สุดมาให้ในงานเพลงค่ะ
เรียกว่า...ดนตรีนั้นซึมลึกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอจริง ๆ และครั้งนี้ก็คงเป็นอีกครั้งที่แฟนเพลงรอคอยการกลับมาของเธอ ต้องบอกว่า “คิด (ถึง) มาก” จริง ๆ.
'พ่อ - ลูก' ศิลปิน 'อาร์เอส' 'เทิดไท้องค์ราชัน 84 พรรษา'

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ด้วยกิจกรรม “ศิริราชรวมใจ เทิดไท้องค์ราชัน 84 พรรษา” โดยมี ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เป็นประธานโครงการ พร้อมด้วยคู่ พ่อ-ลูก ศิลปิน บ.อาร์เอสฯ นำโดย แจ็ค จารุพงศ์ และคุณพ่อ สมชัย กล้วยไม้งาม, ฟลุค จิระ และ คุณพ่อบุญ ด่านบวรเกียรติ, ฟลุค จิตรกร และ น้องโฟน บุญสอน,กระแต–กระต่าย และ คุณพ่อ ผิน แปงอ้วน ร่วมร้อยดวงใจสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบรมราชชนก และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พร้อมร่วมลงนามถวายพระพร และชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ณ ห้องโถงอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ โรงพยาบาลศิริราช “5 ธันวามหาราช วันพ่อแห่งชาติ วันสำคัญของคนไทยทั้งประเทศ พวกเรามาร่วมร้อยดวงใจคนไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงสถิตเป็นพระมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตราบนานเท่านาน อยากให้คนไทยร่วมใจสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน เป็นของขวัญให้กับพ่อหลวงของเราครับ” แจ็ค-จารุพงศ์ กล่าว
“ปีนี้และทุก ๆ ปีอยากให้คนไทยร่วมใจถวายพระพรให้กับในหลวง ให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับคนไทยตราบนานเท่านาน เราจะเห็นถึงความทุ่มเทของในหลวงที่ทรงงานหนักมาตลอดเพื่อคนไทยได้มีความเป็นอยู่ที่ดี ผมภูมิใจที่มีพ่อของแผ่นดินที่ทรงรักและห่วงใยประชาชนของท่าน ผมดีใจที่ได้เกิดบนแผ่นดินไทยครับ” ฟลุค ไอน้ำ กล่าว
“วันพ่อแห่งชาติปีนี้กระแตอยากเห็นพลังรักสามัคคีของคนไทย มารวมตัวกันแสดงความจงรักภักดีพร้อมเปล่งคำว่า ทรงพระเจริญ ให้กับในหลวงของเราค่ะ และขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยแข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของคนไทยตลอดกาลค่ะ” กระแต กล่าว. |