|
|

|
|
สื่อนอกชู เกาะหลีเป๊ะ"อัญมณีอันล้ำค่าที่ถูกซุกซ่อนไว้"
|
|

|
|
เอกซเรย์ความพร้อมพืชสวนโลก
|
สื่อนอกชู เกาะหลีเป๊ะ"อัญมณีอันล้ำค่าที่ถูกซุกซ่อนไว้"

เว็บไซต์ "อินเตอร์เนชั่นแนล ลิฟวิ่ง" และ "นิวไวร์อินเวสเตอร์" ยกย่อง เกาะหลีเป๊ะ ของไทยว่าเป็น "อัญมณีอันล้ำค่าที่ถูกซุกซ่อนไว้" ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่ยังคงไว้ซึ่งความงดงามตามธรรมชาติแบบดั้งเดิม ...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. โดยอ้าง เว็บไซต์ "อินเตอร์เนชั่นแนล ลิฟวิ่ง" และ "นิวไวร์อินเวสเตอร์" ที่ยกย่อง เกาะหลีเป๊ะ ของไทยว่าเป็น "อัญมณีอันล้ำค่าที่ถูกซุกซ่อนไว้" ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่ยังคงไว้ซึ่งความงดงามตามธรรมชาติแบบดั้งเดิม
รายงานข่าวระบุว่า เกาะหลีเป๊ะ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพียงไม่กี่แห่งของไทย ที่ยังสามารถคงความงดงามและสมบูรณ์ไม่ต่างจาก " เกาะสวรรค์" เอาไว้ได้ ขณะที่เกาะอื่นๆ ของไทยต่างถูกรุกล้ำจากการไหลบ่าของกระแสความเจริญด้านการท่องเที่ยวไปแล้วจนหมดสิ้น
เว็บไซต์ดังกล่าวระบุว่า สาเหตุหลักที่ผลักดันให้เกาะหลีเป๊ะคู่ควรกับการเป็น "อัญมณีล้ำค่า" สืบเนื่องมาจากการที่เกาะแห่งนี้มีข้อจำกัดในเรื่องของการก่อสร้างและการทำประมงขนาดใหญ่ อีกทั้งยังไม่มีรถยนต์บนเกาะ ทำให้ดินแดนเล็กๆกลางทะเลของไทยแห่งนี้ปลอดจากมลภาวะ และไม่ถูกรบกวนมากนัก ถือเป็นเสน่ห์สำคัญที่หาไม่ได้จากแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอื่นๆของไทย
อย่างไรก็ดี เว็บไซต์ดังกล่าวแสดงความเป็นห่วงว่า ในอนาคต เกาะหลีเป๊ะก็อาจไม่สามารถประคองตัวรอดจากกระแสการเติบโตด้านการท่องเที่ยว ที่มีเงินและการบริโภคเป็นตัวขับเคลื่อนได้ และเมื่อถึงตอนนั้น สถานะของการเป็น "อัญมณีล้ำค่า"ของเกาะหลีเป๊ะก็คงสูญสิ้นไปอย่างน่าเสียดาย
เอกซเรย์ความพร้อมพืชสวนโลก

แม้ว่าจังหวัดเชียงใหม่ จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา แต่ด้วยบรรยากาศที่เกิดขึ้น ก็ทำให้ยอดการเดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ในช่วงก่อนหน้านี้ลดลง
ทั้งยังกระทบต่อบิ๊กอีเวนต์ อย่าง "งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554" หรืองานพืชสวนโลก ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่ต้องเลื่อนการจัดงานจากวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554-15 กุมภาพันธ์ 2555 ออกไปเป็นวันที่ 14 ธันวาคม 2554-14 มีนาคม 2555 ครั้นเมื่ออุทกภัยเริ่มคลี่คลาย การจัดงานนี้ก็จะเป็นแม่เหล็กสำคัญสำหรับการกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักรับไฮซีซันนี้ ภายใต้การจัดงานของ แม่งานหลัก อย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จ้างบริษัท ไรท์แมน จำกัด กว่า 391 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการพื้นที่จัดงาน การแสดงทั้งหมด รวมถึงการประชาสัมพันธ์ ซึ่งขณะนี้การจัดงานมีความพร้อมมากกว่า 95% แล้ว โปรโมตบิ๊กอีเวนต์ดึงทัวริสต์ นายอุปถัมภ์ นิสิตสุขเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 เปิดเผยว่า การจัดงานพืชสวนโลกปีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมฉลอง 3 วโรกาสสำคัญของคนไทย ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปี 2554 รวมถึงสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษาในปี 2555 และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษาในปี 2555 ซึ่งเป็นงานระดับโลก ที่ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) " ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลายแล้ว ประกอบกับอุณหภูมิและภูมิอากาศที่จะหนาวเย็นทั้งพื้นที่การจัดงานที่มีบรรยากาศสวยงาม การจัดงานพืชสวนโลก จึงจะเป็นเทศกาลที่ทำให้คนไทยสบายใจขึ้นและรู้สึกผ่อนคลายจากปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้จัดงานอยู่ระหว่างการโปรโมตงานพืชสวนโลกให้กลับมาคึกคัก โดยได้วางแผนถ่ายทำหนังโฆษณาใหม่ซึ่งจะเป็นของจริงทั้งหมด จากเดิมที่จะเป็นภาพกราฟิก โดยแคมเปญโฆษณาใหม่นี้จะถ่ายทอด 30 ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดในงาน ส่วนในสื่อสิ่งพิมพ์ก็จะเป็นการขาย 30 ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน" ขณะเดียวกันก็ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อโปรโมตการจัดงานดังกล่าว ไม่ว่า กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ไปทั่วโลก, สายการบินแอร์เอเชียก็ใช้พืชสวนโลก เป็นอีเวนต์ใหญ่เพื่อใช้เป็นไฮไลต์ให้ผู้โดยสารในทุกเดสติเนชันทั้งในและต่างประเทศไปเที่ยวงานพืชสวนโลก โดยบินกับแอร์เอเชียแล้วจะได้รับสิทธิพิเศษ เป็นต้น รวมทั้งการคมนาคมทุกสาย เช่น สนามบิน ทั้งสุวรรณภูมิ หาดใหญ่ และเชียงใหม่ ก็ช่วยติดป้ายประชาสัมพันธ์พืชสวนโลกฟรี หรือกรมการขนส่งทางบกก็ให้ความร่วมมือเพื่อให้สื่อประชาสัมพันธ์เข้าถึงมวลชนให้มากที่สุด เช่น ทางบก ทางเรือ รถไฟใต้ดินเอ็มอาร์ที เป็นต้น และเมเจอร์เองก็ช่วยประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ VGI นับว่าทุกหน่วยงานสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ อัดโปรโมชันเที่ยวหลังน้ำลด สำหรับการตอบรับของนักท่องเที่ยวในขณะนี้ พบว่ายอดการขายบัตรล่วงหน้าในราคาลด 50% ที่มีการขยายเวลาขายบัตรล่วงหน้าไปถึงวันที่ 13 ธันวาคมนี้ พบว่ามียอดการจองแล้วกว่าราว 1.8-1.9 แสนคน มีมูลค่าการขายบัตรราว 18-19 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายตั๋วล่วงหน้า โดยวันจันทร์-ศุกร์มีการขายตั๋วล่วงหน้าแล้วราว 80% ขณะที่การกระตุ้นการท่องเที่ยวหลังน้ำลด พืชสวนโลกจึงได้จัดโปรโมชันลด 50% 1 วัน 1 จังหวัด 77 จังหวัดทั่วไทย โดยเงื่อนไขของโปรโมชันคือนักท่องเที่ยวต้องซื้อบัตรหน้างาน และแสดงบัตรประจำตัวประชาชนก่อนซื้อบัตร เพื่อแสดงสิทธิว่าเป็นคนในจังหวัดระบุตามวันที่จัดโปรโมชัน เพื่อรับส่วนลด 50% โดยจะเปิดโปรโมชันจังหวัดแรกคือ เชียงใหม่ในวันที่ 15 ธันวาคม 2554 จากนั้นจะเรียงลำดับตามตัวอักษรไทย จาก ก-ฮ โดยการจัดงานนี้ยังคงตั้งเป้าหมายผู้เข้าชมงานทั้งสิ้นราว 2 ล้านคน และมีเงินสะพัดจากการขายตั๋วราว 300-400 ล้านบาท (บัตรราคา 100 และ 200 บาท) และคาดว่าจะมีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวในเชียงใหม่อยู่ที่ราว 1 หมื่นล้านบาท คำนวณจากจากท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 4,500-5,000 บาทต่อคน รร.พร้อมรับกว่า4หมื่นห้อง ในส่วนของการเตรียมความพร้อมของห้องพักในการรองรับนักท่องเที่ยวนั้นนายภูนัช ธนาเหล่าพานิช นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ กล่าวว่า สำหรับความพร้อมของที่พักในการรองรับนักท่องเที่ยวนั้น เชียงใหม่มีห้องพักทั้งสิ้นราว 41,000 ห้อง (เฉพาะโรงแรม ไม่รวมห้องพักรายวัน อพาร์ตเมนต์ให้เช่า หรืออื่นๆ) เพิ่มขึ้นจากปี 2549 ที่มีเพียง 21,000 ห้อง ดังนั้น ในปีนี้จึงจะไม่มีปัญหาการแย่งห้องพักเหมือนปี 2549 ทั้งยังมีโรงแรมที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับงานพืชสวนโลกหรือ Official Hotel ในขณะนี้ราว 40-50 โรงแรม มีจำนวนห้องราว 1 หมื่นห้อง มั่นใจว่าจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างเพียงพอ สำหรับความร่วมมือกันระหว่างโรงแรมและงานพืชสวนโลก จะมีการจัดหน่วยงานหรือศูนย์ประสานงานด้านห้องพักสำหรับอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งในด้านการจองห้องพัก รวมถึงการขายแพ็กเกจห้องพัก+บัตรเข้าชมงาน และรถรับส่งบริการจากโรงแรมไปงานพื้นที่จัดงาน โดยขณะนี้มีโรงแรมราว 30 แห่ง ในระดับ 2-4 ดาว มีการจัดโปรโมชันขายแพ็กเกจห้องพัก+บัตรเข้าชมงาน ในราคา 1,400 บาท เช่น โรงแรมเชียงใหม่ แกรนด์ วิว, เชียงใหม่ เกท และธารินทร์ เชียงใหม่ เป็นต้น ทั้งนี้ ราคาห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมระดับ 2-4 ดาวในเชียงใหม่อยู่ที่ราว 900-1,200 บาท เพิ่มวินเทอร์สเก็ตร่วม20% ขณะที่นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า สำหรับตารางบินในช่วงฤดูหนาวนี้ประกอบกับการท่องเที่ยวที่เข้าสู่ช่วงไฮซีซัน และมีการจัดงานพืชสวนโลกเชียงใหม่ ส่งผลให้ในขณะนี้มีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นเกือบ 20% เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนถึงปลายเดือนธันวาคม ทั้งเที่ยวบินในประเทศและต่างประเทศ โดยเที่ยวบินต่างประเทศมีเพิ่มขึ้นราว 30% โดยเฉพาะจากเกาหลี ที่มีอินเทนซีฟกรุ๊ปหรือการท่องเที่ยวที่เป็นรางวัลบินเข้ามาเชียงใหม่จากวันที่ 15 พฤศจิกายน-15 ธันวาคมนี้ ราว 7,000 คน ซึ่งจะมีทั้งการบินเข้ามาด้วยการใช้บริการสายการบินโคเรียนแอร์และชาร์เตอร์ไฟลต์หรือเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำ ทั้งนี้ สนามบินเชียงใหม่มีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันนี้ โดยมีการเพิ่มทั้งช่องตรวจ รวมถึงได้เพิ่มจุดเอกซเรย์อีกหนึ่งแห่งในช่องทางขาเข้าเพื่อลดความคับคั่ง รวมถึงการเพิ่มกำลังพลของ ต.ม. ในส่วนของต่างประเทศ นับว่าทางสนามบินเตรียมพื้นที่ให้ผู้โดยสารมีความสะดวกมากขึ้น อย่างไรก็ดี การจัดงานพืชสวนโลกน่าจะเป็นตัวกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ดี ซึ่งคาดว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวในประเทศราว 70% แต่ทั้งนี้ การที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามาชมงานพืชสวนโลกมากหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ โดยปัจจัยบวกคือการมีอากาศที่ดีและหนาวเย็นส่วนปัจจัยลบคือสถานการณ์น้ำท่วมและเศรษฐกิจส่วนบุคคล ทั้งหมดเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการจัดงานพืชสวนโลก 2554 ที่จะเกิดขึ้นในกลางเดือนธันวาคมนี้ |