|
|

|
|
บินตรง“กรุงเทพ-ตรัง” ในราคาเริ่มต้นที่ 690 บาทกับแอร์เอเชีย
|
|

|
|
มอ.จับมือรัฐ-เอกชนอบรมไกด์ชายฝั่ง
เพิ่มความรู้การดูแลทรัพยากรทางทะเล
|
บินตรง“กรุงเทพ-ตรัง” ในราคาเริ่มต้นที่ 690 บาทกับแอร์เอเชีย

สายการบินแอร์เอเชียเปิดเส้นทางบินใหม่ “กรุงเทพฯ-ตรัง” พร้อมเปิดสำรองที่นั่งตั้งแต่ 1 ธ.ค.นี้ ในราคาเริ่มต้น 690 บาทต่อเที่ยว โดยมีจำนวนจำกัด นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า แอร์เอเชียพร้อมเปิดเส้นทางบินใหม่ บินตรงทุกวัน “กรุงเทพฯ-ตรัง” ซึ่งถือเป็นปลายทางหนึ่งที่ได้รับการเรียกร้องให้เราเปิดบริการมากที่สุด ด้วย จ.ตรัง มีทะเลที่โรแมนติก สงบและมีเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นในภาคใต้ จึงเชื่อว่าจะเป็นปลายทางที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ “จุดเด่นของแอร์เอเชียคือการมีฝูงบินใหม่ที่พร้อมให้บริการทุกคน ในขณะที่ราคายังประหยัดและถูกใจเหมือนเดิม การที่เราเปิดบินตรงทุกวันสู่ จ.ตรัง เราก็หวังสร้างทางเลือกให้นักท่องเที่ยวในการเดินทางที่เชื่อมต่อกันง่ายและสะดวกขึ้น ทั้งนี้เรายังเป็นสายการบินเดียวที่มีเที่ยวบินจากจังหวัดตรังสู่กรุงเทพฯ ในช่วงกลางวัน เชื่อว่าจะตอบสนองการเดินทางทุกคนได้อย่างดี” นายทัศพลกล่าวว่า การเปิดเส้นทางบินใหม่ดังกล่าวเป็นแนวคิดของแอร์เอเชียในการเชื่อมโยงเครือข่ายการบินในประเทศไทยให้เข้มแข็งขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้จ่ายในประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามสำหรับการเปิดตัวสายการบินใน จ.ตรัง แอร์เอเชียจะเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของทางจังหวัดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแผนการสนับสนุน “ทีมฟุตบอลตรังเอฟซี” ซึ่งเป็นนโยบายด้านกีฬาสำคัญที่แอร์เอเชียพยายามผลักดันและประสบความสำเร็จอย่างดีในปีที่ผ่านมา สำหรับเส้นทางบินกรุงเทพฯ-ตรังมีตารางเวลาการบินดังนี้ กรุงเทพฯ-ตรัง ออก 09.20 ถึง 10.40 ตรัง-กรุงเทพฯ ออก 11.25 ถึง 12.45 ทั้งนี้ในการเปิดตัวเส้นทางบินใหม่ กรุงเทพฯ-ตรัง แอร์เอเชียได้เปิดให้ทุกคนสำรองที่นั่งสุดประหยัด เริ่มต้นเพียง 690 บาทต่อเที่ยว สำรองที่นั่งได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1-7 ธ.ค. นี้ เดินทางตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.จนถึง 30 มิ.ย. 2555 (เปิดบินวันแรก 15 ม.ค.2555) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งที่ www.airasia.com ทั้งนี้ที่นั่งโปรโมชั่นมีจำนวนจำกัดในแต่ละเที่ยวบิน
มอ.จับมือรัฐ-เอกชนอบรมไกด์ชายฝั่ง เพิ่มความรู้การดูแลทรัพยากรทางทะเล

ภูเก็ต - มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ร่วมกับภาครัฐและเอกชนจัดอบรมมัคคุเทศก์ชายฝั่งรุ่นที่ 4 เพิ่มความรู้การดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเล หวังแนะนำนักท่องเที่ยวให้มีความรู้ก่อนลงเล่นน้ำและดำน้ำในแหล่งปะการัง วันนี้ (30 พ.ย.) ที่บริเวณท่าเรือเจียรวานิช ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ผู้เข้ารับการอบรมมัคคุเทศก์ชายฝั่งทะเล (เฉพาะกิจชายฝั่งทะเล) จำนวน 80 คน ลงเรือไปยังเกาะไข่ จ.พังงา พังงา เพื่อไปทัศนะศึกษาแหล่งท่องเที่ยว ไปดูพฤติกรรมของร้านอาหาร นักท่องเที่ยว และมัคคุเทศก์ เรียนรู้เรื่องการท่องเที่ยวทางทะเล การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล การดำน้ำดูปะการัง ฝึกการใช้อุปกรณ์การดำน้ำให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ทั้งนี้ มีนายไพทูล แพนชัยภูมิ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 จังหวัดภูเก็ต ตัวแทนจากสมาคมมัคคุเทศก์จังหวัดภูเก็ต และวิทยาการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ให้ความรู้กับผู้รับการอบรมเป็นเวลา 1 วัน นายธนวัฒน์ วงศ์ลักษณพันธ์ หัวหน้างานบริหารวิชาการ วิทยาลัยชุมชนภูเก็ต กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ร่วมกับสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์จังหวัดภูเก็ต ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 15 จังหวัดภูเก็ต และสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดภูเก็ต จัดโครงการอบรมมัคคุเทศก์ทางทะเลรุ่นที่ 4 จำนวน 81 คน เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปที่สนใจจะประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ รวมถึงผู้ที่ประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ทั่วไปอยู่แล้วได้เข้ามาอบรมการเป็นมัคคุเทศชายฝั่งทะเล หรือมัคคุเทศก์บัตรเหลือง ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการอบรมและผ่านการประเมินจะได้รับบัตรมัคคุเทศก์สีเหลือง ในการประกอบอาชีพมัคคุเทศก์นำเที่ยว บริเวณชายฝั่งงทะเลและเกาะแก่งต่างๆ ได้ 15 ไมล์ทะเลจากฝั่งได้ทั่วประเทศ โครงการดังกล่าวได้อบรมมาตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. - 2 ธ.ค. 2554 นี้ ซึ่งจะมีการอบรมเกี่ยวกับกฎหมายมัคคุเทศก์ จรรยาบรรณมัคคุเทศก์ วิธีปฎิบัติงานมัคคุเทศก์ทางทะเลและชายฝั่ง การจัดการท่องเที่ยวทางทะเลแบบยั่งยืน เพื่อเป็นการเพิ่มความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ชายฝั่งทะเล และเป็นการทำให้บุคลากรมีความรู้ในการจัดการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ จะนำผู้เข้าอบรมทั้งหมดไปทัศนะศึกษาดูแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ตที่วัดพระทอง อ.ถลาง พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ ย่านเมืองเก่า เป็นต้น นายไพทูล แพนชัยภูมิ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 จ.ภูเก็ต กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัจจุบันมัคคุเทศก์ที่ปฏิบัติหน้าที่มัคคุเทศก์ชายฝั่งบางส่วนยังขาดคุณสมบัติการเป็นมัคคุเทศก์ชายฝั่งหรือมัคคุเทศก์ทางทะเล ซึ่งที่ผ่านมาบางคนไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการดำน้ำ ความรู้เรื่องของปะการัง ความรู้เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อมัคคุเทศก์ที่ขาดความรู้เรื่องเหล่านี้นำนักท่องเที่ยวไปเที่ยวก็จะปล่อยให้มีการเหยียบบนปะการัง การจับปลาสวยงามซึ่งเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลได้ ทางศูนย์เล็งเห็นปัญหาตรงนี้จึงได้ร่วมกับทางมอ.ในการผลักดันหลักสูตรเกี่ยวกับความรู้ทางทะเลขึ้น ทั้งเรื่องของการดำน้ำ และเรื่องของการรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติทั้งทางด้านเนื้อหาและการลงพื้นที่ปฏิบัติจริง จากการที่พูดคุยกับนักท่องเที่ยวที่เข้าเหยียบปะการัง เก็บปะการัง ทิ้งขยะลงทะเล หรือจับปลาสวยงาม ส่วนใหญ่จะบอกว่าไม่รู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำความผิด ซึ่งการที่นักท่องเที่ยวไม่รู้ก็เนื่องจากมัคคุเทศก์ที่นำไปไม่มีการบอกกล่าวกับนักท่องเที่ยว แต่ถ้ามัคคุเทศก์ให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยวเ ชื่อว่านักท่องเที่ยวเองก็ไม่กล้าที่จะทำความผิด การอบรมในครั้งนี้เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับตัวมัคคุเทศก์เองโดยเฉพาะเรื่องของการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับนักท่องเที่ยว ถ้านักท่องเที่ยวได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง การทำลายทรัพยากรที่เกิดจากการท่องเที่ยวก็จะลดน้อยลง |