|
|

|

|
|
กระบี่ประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
|
กรมประมงร่วมกับชาวต.ทรายขาวปล่อยพันธุ์กุ้งทะเล5ล้านตัวคืนชีวิตสู่ธรรมชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ
|
|

|

|
|
ปธ.ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านเขากลม เผยปัจจัยในการทำเศรษฐกิจพอเพียงจะประสบความสำเร็จ
|
ตร.ภาค8 ร่วมกับสภ.คลองท่อมขยายผลจับกุมเอเย่นต์ยาบ้าจากจังหวัดตรัง ของกลางกว่า2พัน เม็ด
|
|

|

|
|
เรือนจำสุราษฏร์ฯนำนักโทษทำความดีถวายพ่อของแผ่นดิน
|
ฆ่าทิ้งชายนิรนามพาศพพาดรางรถไฟหวังให้ขยี้อำพรางคดีที่นครศรีฯ
|
กระบี่ประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จังหวัดกระบี่ประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554
จังหวัดกระบี่ประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 เวลา 18.09 น.วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 ที่อุโบสถวัดแก้วโกรวารามพระอารามหลวง จังหวัดกระบี่ นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 โดยมีข้าราชการ ภาคเอกชน ประชาชน ร่วมพิธีจำนวนมาก พระวิมล ธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัด และพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน ๑๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้น ประธานในพิธีตักน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ จากขันน้ำสาคร บรรจุใส่โถน้ำพระพุทธมนต์ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา เป็นเสร็จพิธี สำหรับน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่นำมาประกอบในพิธีปลุกเสกน้ำพระพุทธมนต์ มาจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ ณ.วังเทวดา น้ำตกห้วยโต้ พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ตำบลทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ โดยนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีพลีกรรมตักน้ำเมื่อเวลา๑๔.๐๙ น. วันที่ 14 ตุลาคม 2554 เพื่อนำไปประกอบในพิธีปลุกเสกน้ำพระพุทธมนต์เพื่อเป็นน้ำสรงถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
กรมประมงร่วมกับชาวต.ทรายขาวปล่อยพันธุ์กุ้งทะเล5ล้านตัวคืนชีวิตสู่ธรรมชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ
 เวลา 11.30 น.วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 ที่ท่าเทียบเรือบ้านบ่อม่วง ม.4 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ นายอุเทน ตัณตรีบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์กุ้งทะเล แชบ๊วย จำนวน 5,000,000 ตัว ตามโครงการจัดการทรัพยากรประมงโดยชุมชน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวา มหาราช โดยมีประมงจังหวัดกระบี่ ประมงอำเภอคลองท่อม ศูนย์บริหารจัดการประมงทะเลฝั่งอันดามัน จ.กระบี่ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ องค์การบริหารส่วนตำบลทรายขาว ผู้นำท้องถิ่น ประชาชน นักเรียน จำนวน ประมาณ 200 คน เข้าร่วม
นายโอภาส นวลวิไลลักษณ์ ประมงจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า เนื่องในปีนี้เป็นปีมหามงคล กรมประมงจึงได้กำหนดให้มีโครงการจัดการทรัพยากรประมงโดยชุมชนเฉลิมพระเกียรติ และเป็นกิจกรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงถึงความจงรักภัคดีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยมีกิจกรรมทำประชาคมกำหนดแนวเขตพื้นที่ในการจัดการทรัพยากรประมงของชุมชน ตั้งแต่สะพานประมง ถึงเกาะมดคัน ถึงคลองกุ้ง ถึงกระชังปู จากกระชังปูถึงสะพานประมง รวมพื้นที่ประมาณ 50 ไร่ กำหนดข้อตกลงในการใช้ทรัพยากรของชุมชน ห้ามทำการประมงด้วยเครื่องมือทุกชนิดในแนวเขตที่กำหนด
และกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ในชุมชน โดยในวันนี้ได้มีการปล่อยพันธุ์กุ้งทะเล แชบ๊วย จำนวน 5,000,000 ตัว จากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกระบี่ ลงบริเวณทะเลชายฝั่งทะเล หมู่ที่4 ต.ทรายขาว เพื่อเป็นการคืนชีวิตสู่ธรรมชาติและเพื่อขยายพันธุ์เพิ่มผลผลิต ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านเขากลม เผยปัจจัยในการทำเศรษฐกิจพอเพียงจะประสบความสำเร็จได้ต้องมี 3 ช คือ ชอบ เชื่อ และช่วย

นายสงวน มงคลศรีพันธ์เลิศ ประธานศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียงบ้านเขากลม ต.หนองทะเล กล่าวว่า จากการที่ตนเองได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาใช้ในภาคการเกษตร โดยทำตามลำดับขั้น ตั้งแต่ความพอมีพอกิน พอใช้ พอประมาณ ความมีเหตุผลในการใช้จ่าย การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน จนทำให้ประสบความสำเร็จ และได้รับการคัดเลือกให้เป็นโครงการพระราชดำริศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับชาวบ้าน และชุมชนอื่น ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนจากหลายพื้นที่เข้ามาดูงานกันอย่างต่อเนื่อง ประธานศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียงบ้านเขากลม ต.หนองทะเล กล่าวอีกว่า สำหรับปัจจัยที่จะทำให้เศรษฐกิจพอเพียง ประสบความสำเร็จต้องมี 3 ช คือ ชอบในสิ่งที่จะทำ เชื่อในสิ่งที่ชอบ และช่วยเหลือคนอื่น ซึ่งเศรษฐกิจพอเพียงสอนให้พึ่งตนเองเป็นหลัก เมื่อพึ่งตนเองได้แล้วทุกอย่างไม่มีปัญหา ส่วนองค์ความรู้หรือการกระทำทั้งหมดต้องควบคุมด้วยปัญญา ความรู้ที่อยู่บนพื้นฐานของคำว่าพอ และที่สำคัญให้รู้เท่าทันโลกด้วย
ตร.ภาค8 ร่วมกับสภ.คลองท่อมขยายผลจับกุมเอเย่นต์ยาบ้าจากจังหวัดตรัง ของกลางกว่า2พัน เม็ด

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 ที่ห้องประชุมสถานีตรวจภูธรคลองท่อม อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 8 พ.ต.อ.อาทิตย์ พันธุ์พิทย์แพทย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองท่อม พ.ต.ท.มานะ ศิริกุล สว.สส.สภ.คลองท่อม พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว นายพงษ์ศักดิ์ หรือไข่นุ้ย แก้วเจือ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 ม.8 ต.เพหลา อ.คลองท่อม พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 5.04 กรัม พร้อมอุปกรณ์บรรจุ อาวุธปืนลูกซองเดี่ยว 1 กระบอก นายปรมินทร์ หรือแป๊ะ แก้วชูแสงอายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1 ม.3 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม พร้อมของกลางยาไอซ์ 3.86 กรัม เครื่องชั่งดิจิตอล1 เครื่อง นายอนุสิทธิ์ หรืออ้น ชัยพันธุ์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 ม.3 ต.เขาพนม อ.เขาพนม ยาไอซ์ 1.21 กรัม อาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์จำนวน 1กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน นายไกรศักดิ์ หรือบู ชิณศรี อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 ม.2 ต.ลำทับ อ.ลำทับ นายบริพันธ์ หรือหมี จันทร์แจ่มศรี อายุ31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 ม.7 ต.โคกหาร อ.เขาพนม พร้อมของกลางยาบ้า รวม378 เม็ด อาวุธปืนลองซองสั้น1 กระบอก อาวปืนพกสั้น รีวอลเวอร์ ขนาด.38 จำนวน1กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา แต่ละราย มียาเสพติดประเภท1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ภายหลังควบคุมตัวผู้ต้องหา ทั้ง5 คนได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการขยายผลไปยังผู้ต้องหารายสำคัญ คือนายปานทอง หรือโล้น หนูวัง อายุ26 ปี อยู่บ้านเลขที่83 ม.11 ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง โดยเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ ที่ถนนสายบ้านสวนป่า-บ้านดินแดง บริเวณสามแยกอ่างทอง ม.2 ต.ดินแดง อ.ลำทับ พร้อมยึดของกลางยาบ้า 2,193 เม็ด รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กข.4347 พังงา และอาวุธปืนพก ออโตเมติก ขนาด.22 มม.1 กระบอก ส่วนผู้ต้องหาอีก1 คน ที่มากับนายโล้น ทราบชื่อคือนายธีรศักดิ์ สีนา ได้หลบหนีไปได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุม โดยถอดกางเกงทิ้งไว้ พร้อมของกลาง อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกับพวกที่หลบหนี ร่วมกับมียาเสพติดประเภท1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎมาย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
พ.ต.อ.อาทิตย์ กล่าวว่า สำหรับนายปานทองหรือไอ้โล้นเป็น หัวหน้าแก็งยาเสพติดรายใหญ่ ของ ต.อ่าวตง จังหวัดตรัง เคยถูกจับกุมคดียาเสพติดและอาวุธปืนมาแล้ว เมื่อปีที่ผ่านมา และคดียังอยู่ในชั้นศาล ส่วนรถยนต์ของกลางที่นำมาใช้ขนยาก็เป็นชื่อของคนอื่น ซึ่งคาดว่าจะเป็นเครือข่ายเดียวกันเจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลต่อไป
เรือนจำสุราษฏร์ฯนำนักโทษทำความดีถวายพ่อของแผ่นดิน

สุราษฎร์ธานี - เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานีจัดโครงการ ราชทัณฑ์ทำความดีถวายพ่อของแผ่นดิน นำนักโทษที่มีความประพฤติดี และมีโทษเหลือน้อย ทยอยออกมาพัฒนาสถานที่ภายในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี นายสุชิน ดำกระเด็น ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ในปีมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปีนี้ ทางเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี ได้ร่วมกับเรือนจำจังหวัดไชยา และเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี นำนักโทษที่มีความประพฤติดีและอยู่ในเกณฑ์ที่คาดว่าจะได้รับการปล่อยตัวเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ กว่า 300 คนเพื่อร่วมพัฒนางานสาธารณะประโยชน์ในท้องถิ่น ตามโครงการ ราชทัณฑ์ทำความดีถวายพ่อของแผ่นดิน โดยจะนำนักโทษที่มีความประพฤติดี และมีโทษเหลือน้อย ทยอยออกมาพัฒนาสถานที่ภายในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี วันละประมาณ 30 คน โดยจะรณรงค์การทำความสะอาด ล้างถนน ขุดลอกท่อระบายน้ำ ขุดลอกคูคลอง เป็นต้น ซึ่งโครงการดังกล่าวจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 5 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ สำหรับผู้ต้องขังที่กำลังจะได้รับการปล่อยตัวทางเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี ได้มีการดำเนินการให้ผู้ต้องขังทั้งหมดเข้ารับการส่งเสริมวิชาชีพมาอย่างต่อเนื่องแล้วแต่ความถนัดของแต่ละบุคคลเมื่อถึงเวลาออกจากเรือนจำก็จะสามารถไปดำเนินการประกอบอาชีพส่วนตัวได้ สำหรับนักโทษที่จะได้รับการพระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาสสำคัญนั้น ขณะนี้คงต้องรอให้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาเป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน ถึงจะมาพิจารณาว่ามีนักโทษที่จะเข้าข่ายจำนวนกี่คน หลังจากนั้นก็ต้องให้ศาลมีอำนาจในการสั่งปล่อยต่อไป
ฆ่าทิ้งชายนิรนามพาศพพาดรางรถไฟหวังให้ขยี้อำพรางคดีที่นครศรีฯ

นครศรีธรรมราช - พบศพชายนิรนามถูกฆ่าแล้วนำศพมาทิ้งบนสะพานรถไฟระหว่างรอยต่อ ม.2 ต.นาพรุ และ ม.6 ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม เพื่อให้รถไฟขยี้ หวังอำพรางคดี วันนี้ (29 พ.ย.) พ.ต.ท.โสภณ ชำนาญกิจ พนักงานสอบสวนเวร สภ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุพบศพบนสะพานโค้งบ้านวังวัว ระหว่างรอยต่อ ม.2 ต.นาพรุ และ ม.6 ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม หลังจากนั้นจึงเข้าทำการสอบสวนในที่เกิดเหตุพร้อมด้วยชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ ในที่เกิดเหตุพบศพชายอายุประมาณ 50 ปี อยู่ในชุดเสื้อยืดสีน้ำเงินพาดขาว กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน สภาพศพศีรษะถูกของมีคมเป็นแผลฉกรรจ์หลายแผล ขาหักเป็นแผลเวอะหวะหวิดขา แขนซ้ายหัก ลำตัวมีรอยสักเป็นรูปปีศาจ ขามีรูปลายมังกรพันทั้งขา แขนซ้ายและขวาเป็นรูปมังกรพันเช่นเดียวกัน ไม่ปรากฏหลักฐานแสดงตัวบุคคล เสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ช.ม. เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลได้ความว่า ขณะที่รถไฟขบวนนครศรีธรรมราช-พัทลุง เดินรถออกจากสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พขร.ได้สังเกตเห็นร่างมนุษย์อยู่บนรางรถไฟ พยายามเปิดหวูดหลายครั้งแต่ร่างยังแน่นิ่งไม่ไหวติงจึงพยายามหยุดขบวนรถ แต่ด้วยแรงเฉื่อยไม่สามารถหยุดขบวนรถได้ทันที หัวรถจักรได้กระแทกร่างกระเด็นไปก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม จากการชันสูตรในเบื้องต้นในที่เกิดเหตุแพทย์ระบุว่า บริเวณศีรษะนั้นบาดแผลคล้ายกับถูกของมีคมฟันซ้ำ 2-3 ครั้ง และสันนิษฐานว่าเป็นบาดแผลที่เสียชีวิตมาก่อนแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าชายคนดังกล่าวถูกสังหารมาก่อนจากนั้นได้นำศพมาทิ้งไว้บนรางรถไฟเพื่อให้ขบวนรถทับร่างอำพรางคดี ซึ่งในเบื้องต้นนั้นยังไม่พบข้อมูลว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน จะได้สืบสวนหาที่อยู่ และจะได้ขยายผลหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไปแล้ว |