|
 |
ตลาดออนไลน์ของสภาอุตสาหกรรม
|
 |
เครื่องรดน้ำต้นไม้ด้วยพลังแสงอาทิตย์
|
ตลาดออนไลน์ของสภาอุตสาหกรรม

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ตั้งขึ้นโดยมีกฎหมายรองรับ ตามนโยบายของรัฐ ที่ต้องการให้กลไกการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ประสานกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติในวงการเศรษฐกิจโลก มีกิจกรรมอุตสาหกรรมใหญ่น้อย ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัดเป็นสมาชิกรวมกันกว่า 7,000 ราย จำแนกเป็นประเภทอุตสาหกรรมได้กว่า 40 กลุ่ม
เกือบทั้งหมดเป็นผู้ผลิต เพื่อป้อนตลาดผ่านกลไกการจำหน่าย และมักไม่มีโอกาสได้ติดต่อกับผู้ซื้อ ผู้บริโภคโดยตรง ทั้งที่ได้มีเว็บไซต์ www.fti.or.th เป็นสื่อที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ แต่ความที่สินค้าส่วนใหญ่ เน้นค้าขายกับคนในวงการหรือบีทูบี (B2B) ซึ่งไม่ได้ตอบสนองคนทั่วไป จึงถูก นักช้อปมองข้าม
แต่ในช่วงมหาวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ที่เดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า สินค้าที่จำเป็นหาซื้อยากและราคาแพงไล่ตามไม่ทัน สภาอุตสาหกรรมได้จัดกิจกรรมพิเศษ เปิดเว็บ อีมาร์เกตเพลส ที่ www.ftimarket.net ขายสินค้าที่จำเป็นในช่วงน้ำท่วม จากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคในราคาโรงงาน ช่วยลดภาระกับผู้ประสบภัย
ตัวอย่างสินค้าก็ได้แก่ เรือพายเล็ก ตั้งราคา 2,800 – 3,400 บาท มีเครื่องกรองน้ำชนิดพกพา หรืออุปกรณ์ทำความสะอาด
จิรบูลย์ วิทยสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย ประธานคณะทำงาน อี-มาร์เกตเพลส สถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมต้องการปรับเว็บไซต์ จากไม่เน้นขายปลีก มาเป็นการขายปลีก ด้วยปริมาณจำกัดเพื่อไม่ให้กระทบกับระบบตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่ และการขายส่งกับองค์กรธุรกิจ
สินค้าที่จะนำมาขายต้องสอดคล้องกับความต้องการช่วงนั้น และให้ราคาพิเศษกับผู้ซื้อ
แต่ในช่วงแรกของการเปิดตัวให้ผู้บริโภครับทราบถึงการค้าขายสินค้าจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคผ่านอินเทอร์เน็ต จึงเริ่มด้วยกิจกรรมที่สอดคล้องกับฤดูกาล เช่น กำลังมีปัญหาน้ำท่วม ก็นำสินค้าที่จำเป็นมาขาย สินค้าส่วนใหญ่ราคาลดลงราว 30% ซึ่งเป็นการขอราคาพิเศษ ซึ่งผู้ผลิตก็เห็นด้วย เพราะได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและไม่คาดหวังกำไรจากส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม โรงงานส่วนใหญ่ไม่คุ้นกับขายตรงสู่ผู้บริโภค ไม่มีระบบ โลจิสติกส์หรือช่องทางการขนส่ง จึงต้องนัดหมายที่รับสินค้ากับผู้ซื้อ โดยคณะทำงาน อี-มาร์เกตเพลส ช่วยประสานงานรับโทรศัพท์จากผู้สนใจและติดต่อจองสิ่งของจากผู้ผลิต กับขอตรวจสอบ เช่น ถ่ายภาพบัตรประจำตัวประชาชนส่งอีเมลมาให้เพื่อแสดงตัวตน ป้องกันร้านค้าซื้อไปขาย “เราทำโครงการสินค้าตามฤดูกาล ช่วงสั้น ๆ เช่น น้ำท่วมกำหนดไว้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน แต่ถ้ายังมีความต้องการก็ขยาย พบว่ามีผู้สนใจจำนวนมาก บางวันกระทบกับระบบเครือข่ายเหมือนกันแต่ก็ปรับทัน เห็นได้ว่าคนไทยใช้ไอที ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กแพร่หลาย ประกาศเพียง 2 วัน รายการสั่งซื้อเยอะมาก เฉพาะเรือมีกว่า 20 ลำ ชุดทำความสะอาดเป็นพัน” จิรบูลย์กล่าว
ประธานคณะทำงานอี-มาร์เกตเพลส บอกด้วยว่า สินค้าที่จะทำต่อไป เป็นเครื่องกันหนาว เพราะหลายพื้นที่มีปัญหาแล้ว กรณีนี้ นอกจากผู้ซื้อทั่วไป ก็จะประสานงานกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีแผนแจกผ้าห่มอีกด้วย
ผลการดำเนินการถือว่า ตอบโจทย์ที่ต้องการให้ผู้ซื้อกับผู้ผลิตค้าขายกันได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง ได้รับความพอใจระดับหนึ่ง
แผนการต่อไป สถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่ออุตสาหกรรม จะทำโปรแกรมส่งให้สถานประกอบการที่ต้องการเข้าร่วมโครงการติดตั้งลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้สามารถตรวจสอบจำนวนสินค้าที่ขายได้และแจ้งยอดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมกับจัดทำหน่วยงานรองรับโลจิส ติกส์ หรือการรับรองข้อมูลของผู้ซื้อส่งต่อไปยังผู้ผลิต ให้มีกลไกการส่งของที่สะดวกมากขึ้น
ทั้งนี้ แม้จะเป็นการขายปลีกโดยผู้ผลิตโดยตรง แต่เมื่อจะค้าปลีกระบบออนไลน์ ก็ต้องนำเอาแนวคิดทางการตลาดเป็นตัวนำร่อง เริ่มจากการพัฒนาตลาดก่อนการพัฒนาซอฟต์แวร์
ถึงจะมีโรงงานผู้ผลิตหนุนอยู่ทั้งสภาอุตสาหกรรม แต่การตลาดก็ต้องเข้มแข็ง.
เครื่องรดน้ำต้นไม้ด้วยพลังแสงอาทิตย์

แม้จะขัดกับกระแสน้ำมากจนหาพื้นดินแทบไม่เจอ แต่ก็เชื่อว่าหลังวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ น้ำจะยังคงเป็นทรัพยากรที่เรายังคงต้องใช้อย่างประหยัดและมีการบริหารจัดการที่ดีต่อไป จึงขอกระตุ้นต่อมนักประดิษฐ์ในตัวผู้สนใจกันต่อกับผลงานของผู้พันนักวิจัย “พันเอกสิทธิโชค มุกเตียร์” ผู้อำนวยการกองสารสนเทศ กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม กับ “เครื่องรดน้ำต้นไม้พลังแสงอาทิตย์” ที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อช่วยบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอกับการเจริญเติบโตของพืช วิธีการประดิษฐ์ ยังคงยึดแนวคิดในการใช้ประโยชน์จากฮาร์ดดิสก์ที่ไม่ได้ใช้แล้ว โดยดัดแปลงชิ้นส่วนกลไกภายใน คือ แขนอ่าน ซึ่งใช้กระแสไฟเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้เกิดการเคลื่อนที่ ไปกดแผ่นควบคุมการเปิดหรือปิดการปล่อยน้ำจากถังเก็บน้ำ หรือจากท่อประปา สามารถจ่ายน้ำให้กับต้นไม้ตามจังหวะเวลาที่ถูกต้อง วันละ 1-2 ครั้ง โดยใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวควบคุม ซึ่งใช้แหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ ร่วมกับแบตเตอรี่ สำหรับส่วนประกอบของระบบ ผู้วิจัยบอกว่า มีส่วนกักเก็บน้ำ ที่ประกอบด้วย ถังใส่น้ำ ซึ่งจะติดตั้งอยู่สูงกว่าตำแหน่งของต้นไม้ เพื่อให้น้ำสามารถไหลลงมายังต้นไม้ได้เมื่อวาล์วเปิด ทั้งนี้ สามารถใช้น้ำจากท่อประปาที่มีแรงพอทดแทนได้ ส่วนควบคุมประกอบด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งสัญญาณควบคุมให้วาล์วเปิดน้ำ ส่วนเปิด-ปิดน้ำ ประกอบด้วยวาล์วขนาดเล็ก ใช้พลังงานต่ำขนาด นิ้ว ซึ่งดัดแปลงจากชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ที่มิได้ใช้งานแล้วเพื่อเปิดน้ำจากแหล่งกักเก็บหรือจากท่อประปาไปยังต้นไม้ ส่วนรับแสงอาทิตย์ ประกอบด้วยแผงรับแสงอาทิตย์ขนาด 10 วัตต์ ต่อกับแบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ สำหรับเป็นแหล่งพลังงานให้กับระบบ ระบบให้น้ำนี้สามารถใช้ได้ทั้งกับเกษตรกรเป็นการให้น้ำกับกิ่งชำกล้าและกับการปลูกพืชในบริเวณบ้านพักอาศัย เช่น ตามระเบียงคอนโดมิเนียม ซึ่งบางครั้งการดูแลรักษาอาจทำได้ไม่สม่ำเสมอ การใช้งานระบบจะทำเพียงติดตั้งแผงรับแสงอาทิตย์ไว้ในตำแหน่งที่จะได้รับแสงเกือบตลอดวัน ต่อท่อน้ำประปาเข้ากับวาล์วเปิดปิดเพื่อต่อสายไปยังต้นไม้ทุกต้นที่ต้องการรดน้ำ ระบบควบคุมจะสามารถปรับปริมาณการให้น้ำให้เหมาะสมแก่พืชแต่ละชนิดได้ โดยผู้ใช้ จากนั้นระบบจะทำงานเองโดยอัตโนมัติ โดยจะรดน้ำครั้งแรกในตอนเช้าโดยเช็กจากแสงพระอาทิตย์ครั้งแรกที่ได้รับจากแผงรับแสงอาทิตย์และหลังจากนั้นอีก 8 ชั่วโมง จะรดอีกครั้งหนึ่ง ผู้วิจัยบอกว่า งานชิ้นนี้นอกจากจะช่วยให้เกษตรกรหรือเจ้าของต้นไม้สามารถรดน้ำได้อย่างสม่ำเสมอแล้ว ยังเป็นการสอนให้เด็กและเยาวชน รู้จักคิดประดิษฐ์สิ่งที่เป็นประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้เพื่อช่วยกันลดโลกร้อนและได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นอีกด้วย. |