|
|

|
|
ททท.ตรังจัด Andaman Travel Trade ส่งเสริมการท่องเที่ยวตรัง-สตูล
|
|

|
|
ท่องเที่ยวQ4 สำลักน้ำ อินบาวด์รอเวลาปีหน้าฟื้น
|
ททท.ตรังจัด Andaman Travel Trade ส่งเสริมการท่องเที่ยวตรัง-สตูล

ตรัง - ททท.สำนักงานตรัง จัดงาน Andaman Travel Trade นำ 250 เอเยนต์ทั่วโลกพบผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว หวังรุกตลาดดึงนักท่องเที่ยวมาสู่จังหวัดตรังและสตูลให้มากยิ่งขึ้น พร้อมผลักดันเปิดสายการบินแอร์เอเชีย ในต้นปี 2555 ด้วย วันนี้ (28 พ.ย.) นายจรัญ ชื่นในธรรม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตรัง เปิดเผยว่า เมื่อระหว่างวันที่ 24-26 พ.ย.ที่ผ่านมา ททท.สำนักงานตรัง ได้ประสานงานนำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตรังและจังหวัดสตูล จำนวน 20 บริษัท เข้าร่วมพบปะเจรจาซื้อขายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ในลักษณะผู้ซื้อพบผู้ขาย (Buyers พบ Sellers) ในงาน Andaman Travel Trade ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.ตรัง และ จ.สตูล โดยมีเอเย่นต์จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก กว่า 250 บริษัท เข้าร่วมงานดังกล่าว สำหรับการเข้าร่วมพบปะเจรจาซื้อขายสินค้า และบริการทางการท่องเที่ยวในครั้งนี้ ถือเป็นการทำตลาดการท่องเที่ยวเชิงรุก ที่จะสามารถดึงนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจากทั่วโลกให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ตรังและสตูลเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างกระแสการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยวของ จ.ตรัง และ จ.สตูล ไปสู่ตลาดต่างประเทศ ตลอดจนเป็นโอกาสของผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวในการเจรจาธุรกิจกับเอเยนต์ต่างประเทศโดยตรง อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันในตลาดอีกด้านด้วย ทั้งนี้ การจัดงาน Andaman Travel Trade เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการพัฒนากลไกการจัดการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดอันดามันสู่มาตรฐานสากล ปี 2554-2555 ของกลุ่มจังหวัดอันดามัน ซึ่งประกอบไปด้วย 5 จังหวัด คือ ระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ และ ตรัง โดยคาดว่าแหล่งท่องเที่ยวของ จ.ตรัง และ จ.สตูล จะได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากต่างประเทศเป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากปัจจัยด้านศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่จะมีส่วนสร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยว คือ การเปิดเส้นทางบินระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-ตรัง ของสายการบินแอร์เอเชีย ในต้นปี 2555 อันจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดตรัง และจังหวัดสตูล ได้สะดวกยิ่งขึ้น
ท่องเที่ยวQ4 สำลักน้ำ อินบาวด์รอเวลาปีหน้าฟื้น

จากปัญหาอุทกภัยที่ลุกลามกินพื้นที่กรุงเทพฯเพิ่มขึ้น ประเดประดังด้วยภาพเครื่องบินของการบินไทยจอดจมน้ำท่วมที่สนามบินดอนเมือง ภาพลบเหล่านี้แพร่กระจายไปทั่ว จนทัวริสต์ขยาดยกเลิกและเลื่อนการเดินทางมาเที่ยวไทยกันระนาว สมทบด้วยการออกประกาศเตือนทราเวล การเดินทางมาเที่ยวไทย ที่ปาเข้าไปกว่า 40 ประเทศแล้ว สิ่งเหล่านี้ ล้วนส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ที่เป็นช่วงไฮซีซัน ซึ่งการยกเลิกการเดินทางที่เกิดขึ้นไม่ได้ยกเลิกเฉพาะที่กรุงเทพฯเท่านั้นแต่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆทั่วประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบเป็นหางเลขเช่นกัน สะท้อนให้เห็นได้จากการยกเลิกเที่ยวบินเข้าไทย รวมถึงการยกเลิกทัวร์และห้องพักในไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้แต่นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)ยังยอมรับในขณะนี้มีผู้โดยสารต่างชาติทยอยยกเลิกเที่ยวบินเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยถือว่าลดลงอย่างมากในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งลดลงมากจากตลาดเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ ฮ่องกง และญี่ปุ่น ปัญหาเกิดจากภาพข่าวน้ำท่วมขยายเป็นวงกว้างที่ออกไป ทำให้หลายประเทศประกาศเตือนนักท่องเที่ยว ดังนั้นการท่องเที่ยวในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ก็คงแย่ และหากรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ก็อย่าถามถึงสถานการณ์ในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าเลย ขณะที่นายอุดม ศรีมหาโชตะ ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโรงแรมไทย หรือทีเอชเอ มองว่าหลังจากนี้ไปคาดว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยจะดรอปลงมาก เพราะในช่วงที่มีข่าวน้ำท่วม นักท่องเที่ยวจากเอเชีย เช่น จีน ฮ่องกงมีการยกเลิกบุ๊กกิ้งราว 80% ขณะที่ญี่ปุ่นมีการยกเลิกทั้งหมด รวมถึงภูเก็ตก็ยังถูกยกเลิก แต่ตลาดยุโรปยังมีการยกเลิกไม่มากนัก เพราะนักท่องเที่ยวเข้าใจว่าสนามบินสุวรรณภูมิถูกน้ำท่วม ทำให้เกิดความกลัวที่จะเดินทางมากรุงเทพฯ ซึ่งตลาดเอเชียจะมีการตื่นตระหนก แค่มีการเตือนของ Travel Warning ก็จะยกเลิกทันที สอดคล้องกับความเห็นของ นายฤทธิ์ คิ้วคชา รองผู้จัดการใหญ่ (การตลาดและพัฒนาธุรกิจ) บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) ที่มองว่าในช่วงที่มีน้ำท่วมนี้ประเมินว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อไปราว 1 เดือน นักท่องเที่ยวจะลดลงไปราว 80% เพราะชาวต่างชาติที่มีการจองล่วงหน้าก็ได้ยกเลิก ดังนั้นจากสถานการณ์ ณ ขณะนี้ จึงประเมินได้ว่าการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ คงเข้าสู่ภาวการณ์ชะลอตัว โดยทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือสทท. ประเมินว่าในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ (ตุลาคม-ธันวาคม) จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาราว 5 ล้านคน แต่เมื่อมีปัญหาน้ำท่วม จะส่งผลกระทบให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงไปราว 15-20% ดังนั้น สทท. จึงได้ปรับลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวลงเป็นราว 4 ล้านคน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่สูญเสียไปไม่ต่ำกว่า 7 แสน-1 ล้านคน โดย 1 คนมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปราว 4 หมื่นบาท และคาดว่าในปีนี้การขยายตัวของการท่องเที่ยวไทยน่าจะอยู่ที่ 18.5 ล้านคน ซึ่งถือเป็นการเสียโอกาสจากเดิมที่หากไม่เกิดเหตุการณ์ใดๆมีแนวโน้มว่าการท่องเที่ยวไทยในปีนี้จะสามารถขยายตัวไปได้ถึง 19.5 ล้านคน แต่ทั้งนี้หากเทียบกับสถานการณ์ในช่วงการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นระหว่างเสื้อแดงและเสื้อเหลือง การท่องเที่ยวในปีนี้ แม้จะเกิดวิกฤติจากปัญหาอุทกภัย แต่ก็ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวอยู่ เนื่องจากในช่วง 9 เดือนของปีนี้ การขยายตัวของนักท่องเที่ยวก็มีสูงถึง14 ล้านคนเข้าไปแล้ว ดังนั้นในเวลาที่เหลือแม้จะมีตลาดที่ได้รับผลกระทบไปบ้าง อย่างเอเชีย แต่ตลาดรัสเซีย และอินเดีย ก็ยังคงเดินทางมาเที่ยวไทยอยู่ ยังไงการท่องเที่ยวในปีนี้ก็ยังคงเติบโต หากเทียบกับปี 2553 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทย 15.9 ล้านคน ส่วนคำถามที่ตามมาคือการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าหากสนามบินสุวรรณภูมิยังสามารถรับมืออุทกภัยได้ และภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย การท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าก็จะเริ่มฟื้นตัว ต่อเรื่องนี้นายกงกฤช หิรัญกิจ รองประธานฝ่ายนโยบาย สทท.มองว่า ประเทศไทยยังมีจุดขายที่ดีด้านการท่องเที่ยวและการเป็นศูนย์ประชุมในภูมิภาคนี้ ดังนั้นหากน้ำท่วมคลี่คลายลง ก็มั่นใจว่านักท่องเที่ยวที่เลื่อนการเดินทางมาเที่ยวไทยในช่วงนี้ ก็จะอั้นและเดินทางมาเที่ยวไทยในปีหน้า และปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของอุทกภัย ไม่ได้เป็นปัญหาที่สร้างความไม่ปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว ดังนั้นเชื่อว่าต่อไปนักท่องเที่ยวจะเห็นใจและเดินทางกลับมาเที่ยวเมืองไทยเหมือนเดิม แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำให้สนามบินสุวรรณภูมิสามารถรับมือปัญหาอุทกภัยในครั้งนี้ให้ได้ และรัฐควรออกมาสร้างความเชื่อมั่นการันตีความปลอดภัยในการเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย เพื่อลดผลกระทบจากการเสียโอกาสทางการท่องเที่ยวให้ลดลงน้อยกว่าที่เป็นอยู่ สอดคล้องกับความเห็นของนายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด (ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์) ที่เห็นว่า ขณะนี้ชาวต่างชาติต่างรอดูสถานการณ์ว่าไทยมีการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างไร ซึ่งงานประชุมสัมมนาต่างๆ ของต่างชาติที่จองไว้ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2555 ยังมีบุ๊กกิ้งอยู่ โดยครึ่งปีแรกของปี 2555 มียอดการบุ๊กกิ้งราว 20-30% ซึ่งถือว่ายังน้อยอยู่ แต่ก็ยังมีความหวังว่าในไตรมาสที่ 1 สถานการณ์จะพีกอัพขึ้นมาได้ ซึ่งคงจะไม่ได้มากไปกว่าเดิม ทั้งหมดเป็นทิศทางของการท่องเที่ยวที่น่าจับตามองนับจากนี้ |