|
|

|
ครบปีโสมเหนือโจมตีใต้
|
|

|
|
‘ซาเลห์’ยอมทิ้งเก้าอี้ผู้นำเยเมน หลังคลองอำนาจกว่า3ทศวรรษ
|
ครบปีโสมเหนือโจมตีใต้

ฝูงเฮลิคอปเตอร์จู่โจมของเกาหลีใต้แผดเสียงดังสนั่นที่บริเวณท้องฟ้าเหนือน่านน้ำทะเลเหลืองที่เคยเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้เมื่อวันพุธ ในการซ้อมรบแสดงแสนยานุภาพทางทหารครบรอบหนึ่งปีที่เกาหลีเหนือยิงปืนใหญ่โจมตีเกาะแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในแนวหน้า ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ โดยกองทัพเกาหลีใต้จัดการซ้อมรบ ขนทั้งเครื่องบินรบ เครื่องยิงจรวดและปืนใหญ่แสดงแสนยานุภาพ และยังเป็นการส่งสัญญาณอันแข็งกร้าวถึงทหารเกาหลีเหนือที่ประจำอยู่ตามชายแดนในระยะห่างกันไม่กี่กิโลเมตร รวมไปถึงนายคิม จอง อิล ผู้นำสูงสุดของเกาหลี เหนือด้วย นายลี บุง-วู โฆษกของคณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้บอกว่า การซ้อมรบดังกล่าวมีขึ้นนอกชายฝั่งเกาะยอนเบียง และเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อบดขยี้ข้าศึก ขณะที่ เกาหลี เหนือออกโรงประณามเกาหลีใต้ที่ปฏิบัติการยั่วยุให้เกิดการโจมตีตอบโต้ และว่า การโจมตีจะมีขึ้น หลังจากเตือนเกาหลีใต้ไม่ให้ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง ในบริเวณน่านน้ำที่ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของ หนังสือพิมพ์โรดอง ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลเกาหลีเหนือระบุเมื่อวันพุธว่า การเผชิญหน้าทางทหารและสงครามจะนำซึ่งความหายนะ พร้อมกับกล่าวหาเกาหลีใต้ยั่วยุให้มีการโจมตีอีก อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้ได้ทุ่มงบประมาณหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการทหารในทะเลเหลือง รวมทั้งติดตั้งระบบเรดาร์เพิ่มเติม และตั้งกองบัญชาการ ตลอดจนติดตั้งจรวดนำวิถี ส่วนประชาชนบนเกาะ ที่อยู่ห่างจากชายแดนเกาหลีเหนือราว 11 กิโลเมตร ได้วางช่อดอกไม้บนอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกผู้เสียชีวิต 4 ราย นอกจากนี้ ที่สุสานแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีคิม ฮวาง-ซิค พร้อมด้วยครอบครัวผู้เสียชีวิตชาวเกาหลีใต้ ได้ร่วมไว้อาลัย ด้านประธานาธิบดีลี มยอง-บัค ผู้นำเกาหลีใต้แสดงความเสียใจที่เกาหลีเหนือยังไม่ยอมขอโทษต่อเหตุการณ์ยิงปืนใหญ่ถล่มเกาะของฝ่ายใต้.
อาลี อับดุลลาห์ ซาเลห์ ผู้นำเยเมน ยินยอมลงนามในข้อตกลงฉบับประวัติศาสตร์เพื่อสละอำนาจ ถือเป็นผู้นำประเทศโลกอาหรับรายที่ 4 ในรอบปีนี้ ที่มีอันต้องปิดฉากอนาคตทางการเมืองของตัวเอง หลังประชาชนลุกฮือขึ้นขับไล่...
‘ซาเลห์’ยอมทิ้งเก้าอี้ผู้นำเยเมน หลังคลองอำนาจกว่า3ทศวรรษ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 24 พ.ย. ว่า ประธานาธิบดีอาลี อับดุลลาห์ ซาเลห์ ผู้นำเยเมน ยินยอมลงนามในข้อตกลงฉบับประวัติศาสตร์ ที่กรุงริยาดห์ นครหลวงของซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันพุธ (23 พ.ย.) โดยข้อตกลงดังกล่าวมีสาระสำคัญระบุให้ผู้นำเยเมนต้องยอมสละอำนาจ ถือเป็นผู้นำประเทศโลกอาหรับรายที่ 4 ในรอบปีนี้ ที่มีอันต้องปิดฉากอนาคตทางการเมืองของตัวเอง หลังถูกประชาชนลุกฮือขึ้นขับไล่ ต่อจากไซน์ เอล อบิดีน เบน อาลี อดีตผู้นำตูนิเซีย, ฮอสนี มูบารัค อดีตผู้นำอียิปต์ และพันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี แห่งลิเบีย
รายงานข่าวระบุว่า ซาเลห์วัย 69 ปี ซึ่งครองอำนาจมายาวนานมากกว่า 30 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1978 ได้ลงนามถ่ายโอนอำนาจในการบริหารประเทศ ให้แก่รองประธานาธิบดีอับดาล เราะห์มาน มันซูร์ อัล ฮาดี แล้ว และอัล ฮาดี ในฐานะผู้นำชั่วคราวจะต้องจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 3 เดือน รวมถึงต้องรับหน้าที่เป็นแกนกลางในการจัดตั้ง "รัฐบาลแห่งชาติ" เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน
ขณะเดียวกัน ข้อตกลงฉบับดังกล่าว อนุญาตให้ซาเลห์ยังคงได้อยู่ในฐานะผู้นำเยเมนต่อไป จนกว่าจะมีการเลือกตั้งผู้นำคนใหม่ นอกจากนั้น ยังระบุให้สมาชิกรัฐสภาเยเมนต้องออกกฎหมาย "นิรโทษกรรม" เพื่อป้องกันมิให้ซาเลห์ถูกจับกุมดำเนินคดีใดๆในอนาคตเช่นกัน อย่างไรก็ดี ไม่มีการเปิดเผยว่า ซาเลห์จะเดินทางกลับมายังเยเมน หรือจะขอลี้ภัยในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า เขาอาจเดินทางไปรักษาตัวในสหรัฐฯ
ทั้งนี้ มีรายงานว่า หลังการตัดสินใจลงนามในข้อตกลงสละอำนาจของซาเลห์ในครั้งนี้ บัน คี มูน เลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติ และประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ ต่างออกมาแสดงความยินดี โดยต่างระบุว่า ถือเป็นเรื่องดีที่ประชาชนชาวเยเมนจะได้มีโอกาสกำหนดทิศทางและตัดสินอนาคตของประเทศด้วยตัวเอง
|