|
|

|
ไทยคว้า 6 รางวัล “อะพิกต้า อวอร์ด” ครั้งที่11
|
|

|
เรือทำง่ายรวดเร็วปลอดภัย
|
ไทยคว้า 6 รางวัล “อะพิกต้า อวอร์ด” ครั้งที่11

ซอฟต์แวร์ไทยกวาดรางวัลเวทีระดับเอเชียแปซิฟิก ในงานประกวด “อะพิกต้า อวอร์ด” ครั้งที่ 11
การจัดประกวดวผลิตภัณฑ์ไอซีทีและซอฟต์แวร์ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Asia Pacific ICT Award Alliance (APICTA) Awards “เอชีย แปซิฟิก ไอซีที อลิอานซ์ อวอร์ด 2011” หรือ อะพิกต้า อวอร์ด จัดโดยสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือ ซิป้า และสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (เอทีซีไอ) โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8-11 พฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา โดยงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้เกิดความร่วมมือกันทางธุรกิจ และสร้างเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงตลาดในอุตสาหกรรม และเป็นการวางมาตรฐานด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ รวมถึงการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมและการสร้างสรรค์ผลงานด้านไอซีทีและซอฟต์แวร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยการแข่งขันครั้งนี้ประเทศไทยคว้ารางวัลใหญ่ในเวทีระดับเอเชียมาได้ถึง 6 รางวัล แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ 3 รางวัล ชมเชย 3 รางวัล
นายอดิเรก ปฎิทัศน์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (เอทีซีไอ) กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เอทีซีได้ตระหนักถึงการค้าเสรีในภูมิภาค ปีนี้ซอฟต์แวร์ที่โดดเด่นมากที่สุดคือโมบาย แอพพลิเคชั่น เมื่อมองจากการประกวด 11 ครั้งที่ผ่านมาจะเห็นได้จาก ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตแค่มี 5-6 คนก็ทำกันได้ เชื่อว่า 2-3 ปีจากนี้จะได้เห็นซอฟต์แวร์ผลงานนักพัฒนาไทยขายในตลาดต่างประเทศมากขึ้น
ทั้งนี้ แนวโน้มของตลาดถูกกำหนดโดยการแข่งขันของภาคธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยี หากเทียบกับประเทศอื่น ที่เป็นคู่แข่งสำคัญเช่น สิงคโปร์ หรือมาเลเซีย ไทยไม่ขาดแคลนบุคลากร รู้วิธีการสร้างซอฟต์แวร์ที่ดี แต่ขาดการส่งเสริมจากภาครัฐและความเข้าใจในตลาด ยิ่งถ้าเป็นธุรกิจเล็กที่ไม่มีโมเดลทางธุรกิจที่ชัดเจนด้วยแล้ว 1-2 ปีก็มักหายไป
นายปริญญา กระจ่างมล ผู้อำนวยการส่งเสริมอุตสาหกรรมและพัฒนาผู้ประกอบการ ซิป้า กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลในระดับเวทีดังกล่าว ซิป้า ได้วางแผนในการเข้าไปช่วยส่งเสริมการสร้างโมเดลธุรกิจที่สามารถประยุกต์ใช้ และต่อยอดเพื่อนำซอฟต์แวร์ของผู้ประกอบการไทย ไปขยายตลาดในต่างประเทศ โดยจะนำผลงานที่เป็นรางวัลชนะเลิศและรอง ทั้งหมดเดินทางไปโรดโชว์ในต่างประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าและดึงเม็ดเงินกลับเข้าสู่ประเทศ
ทั้งนี้ Asia Pacific ICT Award Alliance (APICTA) Awards ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกจำนวน 16 ประเทศ ซึ่งประกอบด้วย ออสเตรเลีย บรูไน จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี มาเก๊า พม่า ปากีสถาน ฟิลิปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกา ไทยและเวียดนาม โดยการจัดงานครั้งนี้ มีผลงานร่วมประกวดทั้งสิ้น 164 ผลงาน จาก 17 ประเภทการแข่งขัน
เรือทำง่ายรวดเร็วปลอดภัย

“มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี” เผยไอเดีย “เรือน้ำใจปีบทอง 2” เน้นสร้างรวดเร็ว ปลอดภัย ใช้ต้นทุนต่ำ
รศ.ดร.ทวิช จิตสมบูรณ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) กล่าวว่า หลังจากมหาวิทยาลัยออกแบบ และผลิต “เรือน้ำใจปีบทอง 1” ระดมนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร ร่วมลงแรง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยบริจาคให้หน่วยงานต่าง ๆ ไปแล้วกว่า 150 ลำ ขณะนี้ ได้มีการพัฒนาเรือรุ่นที่ 2 ขึ้น โดยเปลือกเรือเป็นสังกะสีแผ่นเรียบ ใช้เบอร์ 24 เพราะขึ้นรูปง่าย และทนทาน หนาประมาณ 0.4 มม. (จากเดิมรุ่นแรกทำด้วยผ้าใบคลุมรถสิบล้อ) มีข้อดีคือ ราคาถูกลง พร้อมทนต่อการทิ่มทะลุมากกว่า แต่เนื่องจากข้อจำกัดของหน้ากว้างสังกะสีขนาด 4 ฟุต และยาว 8 ฟุต ทำให้สร้างเรือหน้ากว้างที่สุดได้ 58 ซม. กราบเรือสูง 30 ซม. ตัวเรือยาว 160 ซม. หัวเรือยาวประมาณ 50 ซม. นั่งได้ 3 คน หรือ ผู้ป่วยนอน 1 คน ส่วนราคาวัสดุ ประกอบด้วย สังกะสีแผ่นเรียบประมาณ 500 บาท และเหล็กเส้นประมาณ 50 บาท
“ขั้นตอนในการประกอบเรือ เริ่มจากการสร้างแบบ โดยนำเหล็กฉากเชื่อมเข้าด้วยกันตามขนาดเรือ ให้กราบเรือแบะออกเล็กน้อย จากนั้น วางแบบลักษณะคว่ำ บนเสาสูงประมาณ 1.2 เมตร แล้ววางสังกะสีแผ่นเรียบด้านบนแบบ ใช้ค้อนเคาะพับขึ้นรูป ทั้งนี้ บริเวณส่วนโค้งด้านหัว และท้าย ต้องพับเหล็กเข้าด้วยกัน (คล้ายพับเรือกระดาษ) ต่อมา สร้างโครงเรือ ด้วยเหล็กเส้นก่อสร้าง ขนาด 3 หุน ประกอบด้วย โครงสี่เหลี่ยมด้านพื้นเรือ 1 ชุด โครงสี่เหลี่ยมกราบด้านบน พร้อมทำหัวแหลม 1 ชุด และโครงแนวขวาง รูปตัวยู ที่กางออกเล็กน้อยอีก 2 ชุด เชื่อม หรือ มัดเข้าด้วยกันโดยใช้ลวด เมื่อเสร็จ ให้นำโครงเหล็กลงวางในตัวเรือ แล้วตีพับขอบสังกะสีด้านบนเข้ามาหุ้มโครงเหล็ก” รศ.ดร.ทวิช กล่าว
นอกจากนี้ รศ.ดร.ทวิช เผยว่า มทส.ได้ดัดแปลง “เครื่องตัดหญ้าแบบสะพายบ่า” มาเป็นใบพัดหางยาว สำหรับขับเคลื่อนเรือ โดยการถอดส่วนใบตัดหญ้า และเพลาดอกจอกที่หักมุมเพลา ออก แล้วเอาใบพัดเรือหางยาว ขนาด 5 นิ้ว สวมเข้าไป ซึ่งต้องตีปลอกให้รูใบพัดเล็กลงพอเหมาะกับแกนเพลาเครื่องตัดหญ้า ซึ่งเป็นเดือยหมู จากนั้น เจาะปลอกเพลาใบพัด 6 รู ทำเกลียวใน ขนาด 1 หุน แล้วนำน๊อตขันอัดเข้ากับแกนเพลาให้แน่น
ทั้งนี้ เรือดังกล่าว ไร้ตะเข็บรอยต่อ จึงปราศจากการรั่วซึม ผ่านการทดลองขับเคลื่อนด้วยการพาย ถ่อ ลาก หรือ เข็น เครื่องยนต์มีกำลัง 2 แรงม้า ทำความเร็วได้ประมาณ 20 กม.ต่อชม. |