|
|

|
|
เปิดฤดูกาลดำน้ำอันดามันใต้
|
|

|
|
ปศุสัตว์สตูลเร่งทำหมันสุนัข-แมวจรจัดบนเกาะหลีเป๊ะ
รับฤดูกาลท่องเที่ยว
|
เปิดฤดูกาลดำน้ำอันดามันใต้

เรือฐาปนาพาคณะของเราออกจากท่าเรือรัษฎา ภูเก็ตในตอนเกือบเที่ยงคืน หลังจากเตรียมอุปกรณ์กล้องถ่ายภาพใต้น้ำที่ต้องเตรียมการประกอบอุปกรณ์ล่วงหน้ากันแล้วเสร็จ แต่ละคนก็แยกย้ายกันเข้าพักผ่อนหลับนอนในห้องพักปรับอากาศอันแสนสบาย ในขณะที่กัปตันเรือพาเรือมุ่งสู่เส้นทางดำน้ำอันดามันใต้ท่ามกลางความมืดมิดของท้องทะเล แม้นจะเป็นช่วงต้นฤดูกาลดำน้ำทางฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งปรกติช่วงรอยต่อของฤดูกาลเช่นนี้ ท้องทะเลมักจะยังปั่นป่วนรวนเร ท้องทะเลมักจะยื้อยุดฉุดดึงกันเหมือนต่างฝ่ายต่างประลองกำลังไม่มีใครยอมแพ้ แต่ในคืนนั้นเรากลับโชคดีที่ทะเลเรียบปลอดจากคลื่นลม เราจึงนอนหลับสบายในห้องพักบนเรือ ซึ่งเรือบริการดำน้ำแบบ Liveaboard ที่กินนอนกันบนเรือ มีห้องอาหาร ห้องพักผ่อนห้องดูหนังฟังเพลง เรียกว่าทันสมัยและสามารถจะอำนวยความสะดวกให้กับนักดำน้ำได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเรือบริการดำน้ำประเภทนี้ของผู้ประกอบการชาวไทยนั้นได้ชื่อว่ามีมาตรฐานและบริการดีเยี่ยมระดับแนวหน้าของโลกเลยทีเดียว เรือฐาปนาก็เป็นหนึ่งในเรือบริการดำน้ำระดับแนวหน้าลำหนึ่งของไทยในปัจจุบัน สมัยที่ผมดำน้ำใหม่ๆเมื่อ 20 กว่าปีก่อนนั้น เรือบริการดำน้ำดีๆแบบนี้ยังไม่มีให้บริการ ส่วนใหญ่ก็จะใช้เรือประมงหรือเรือตังเกมาดัดแปลงเป็นเรือท่องเที่ยว เครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์การเดินเรือก็ยังไม่ทันสมัย ส่วนใหญ่ก็จะใช้ความชำนาญของกัปตันซึ่งเป็นใต้ก๋งเรือตังเกเก่า ซึ่งอาจจะยากลำบากในการเดินทาง ยุ่งยากในการเข้าหมายดำน้ำกันสักหน่อย แต่เดี๋ยวนี้เรือบริการดำน้ำรุ่นใหม่ๆนั้นใช้ระบบการเดินเรือด้วยเรดาห์ ใช้การนำทางด้วยเครื่องบอกตำแหน่งจากดาวเทียม (GPS) มีซาวน์เดอร์ตรวจระดับความลึกและบอกได้ถึงสิ่งกีดขวางใต้น้ำ นั่นจึงทำให้การเดินเรือทำได้อย่างสะดวกปลอดภัยแม้จะเป็นในเวลากลางคืนที่มืดมิดเช่นนี้
เรือฐาปนาพาเรามาจอดเหนือกองหินม่วงในตอนเช้าตรู่ ซึ่งหินม่วงเป็นกองหินใต้น้ำที่มีลักษณะคล้ายกับภูเขาหินลูกเล็กๆ ที่ยอดหินอยู่ใต้น้ำในระดับความลึกราว 10 เมตร เป็นกองหินกลางทะเลที่อยู่ห่างไกลจากฝั่ง โดยอยู่ในเขตน่านน้ำกระบี่ ใกล้ๆกับหินม่วงก็จะมีหินแดง ซึ่งเป็นกองหินที่มียอดโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำเพียงเล็กน้อย ในอดีตกองหินม่วงและหินแดงแห่งนี้เป็นเพียงหมายตกปลาของชาวประมงพื้นบ้านที่มีปลาหลากหลายชุกชุม ด้วยเป็นกองหินที่อยู่ห่างไกลจากฝั่งออกมามาก บางครั้งก็จะมีเรือประมงของชาวอินโดนีเซียแอบเข้ามาลากอวนหรือตกปลาแถวกองหินแห่งนี้อยู่บ้าง เพราะความจริงแล้วถ้าวัดระยะทางจากหมู่เกาะของอินโดนีเซีย กองหินแถวนี้ก็จะอยู่ไม่ไกล บางครั้งก็โมเมว่าเป็นเขตทับซ้อนทางทะเลของอินโดนีเซียเสียอีก แต่ระยะหลังๆ ที่หินม่วง หินแดง กลายเป็นแหล่งดำน้ำยอดฮิต และมีเรือบริการดำน้ำมาดำกันเป็นประจำ เรือบริการดำน้ำก็ทำหน้าที่เหมือนเป็นยามคอยเฝ้าน่านน้ำไปในตัว ทำให้เรือประมงของทางอินโดนีเซียไม่ค่อยจะกล้ารุกล้ำเข้ามาจับปลาบริเวณนี้อีก เราลงดำไดฟ์แรกที่หินม่วงในตอนเช้า ซึ่งหินม่วงในช่วงเปิดฤดูกาลปีนี้ก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง เพราะปะการังอ่อนสีม่วงที่ขึ้นครอบคลุมทั่วไปทั้งกองหินช่วยสร้างสีสันและความมีชีวิตชีวาให้กับกองหินแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเหตุการณ์ปะการังฟอกขาวอย่างรุนแรงในช่วงปี 2553 ที่ผ่านมานั้น ไม่ได้ทำให้ปะการังที่กองหินม่วงแห่งนี้เสียหายไปสักเท่าใด ซึ่งอาจจะเป็นเพราะหินม่วงนั้นตั้งอยู่อย่างโดดเด่นกลางทะเลเปิดที่มีคลื่นลมและกระแสน้ำไหลผ่านตลอดเวลา จึงทำให้อุณหภูมิของน้ำทะเลสูงขึ้นไม่มากนัก ปะการังทั้งโครงสร้างแข็งและปะการังอ่อนที่นี่ จึงรอดเหลือจากการฟอกขาวได้อย่างน่ามหัศจรรย์ เมื่อมวลหมู่ปะการังยังคงสวยงามมีชีวิตชีวา มวลหมู่ฝูงปลาทั้งปลาเล็กปลาใหญ่ก็ยังคงคึกคักเริงรื่น โดยเฉพาะลูกปลาขนาดเล็กตัวใสวาวนับแสนนับล้านที่มักจะมีมากมายช่วงต้นฤดูกาลในวันนั้นเราก็เห็นฝูงของมันครอบคลุมกองหินทั่วไปหมด ในขณะที่ปลาใหญ่อย่างกะมง นักล่าผู้ว่องไว และดุดันก็ว่ายเวียนกันมาเป็นฝูง เช่นเดียวกับปลาเรนโบว์ทูนา ตัวอ้วนตันที่ว่ายเวียนกันมาเป็นฝูงราวกับจรวดสีเงิน ฝูงปลาข้างเหลือง ฝูงปลากะพง ว่ายเวียนสร้างสีสันให้กับกองหินได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ในช่วงต้นฤดูดำน้ำเช่นนี้เรายังไม่พบปลาใหญ่อย่างฉลามวาฬและปลากระเบนราหู ซึ่งระยะหลังนี้เข้ามาโชว์ตัวกันที่หินม่วงหินแดงกันอยู่บ่อยๆ คงต้องรอคอยกันอีกสักระยะ
เราดำหินม่วงกันทั้งวันจึงย้ายมาดำสำรวจที่หินแดงกันบ้าง หินแดงนั้นมีลักษณะคล้ายๆภูเขาขนาดเล็กยอดโผล่พ้นน้ำขึ้นมาสัก 2-3 เมตร ใต้ผืนน้ำมีลักษณะเป็นผาทอดตัวลงสู่ความลึก บางด้านของหินแดงนั้นถูกปกคลุมไปด้วยปะการังอ่อนสีแดง จึงทำให้กองหินแห่งนี้ถูกเรียกว่าหินแดง ด้วยลักษณะของหินแดงนั้นค่อนข้างจะกว้างกว่าหินม่วง จึงอาจจะทำให้สรรพชีวิตมีพื้นที่กระจายกันอยู่ ซึ่งไม่เหมือนกับหินม่วงที่เป็นหินก้อนเดียวกัน และมีพื้นที่ไม่กว้างใหญ่นัก สรรพชีวิตรวมทั้งฝูงปลาจึงมารวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่น ซึ่งง่ายต่อการดำชม และง่ายต่อการพบเห็นฝูงปลาหรือสัตว์ทะเลได้ง่ายและหลากหลายกว่า นักดำน้ำจึงมักจะนิยมดำกันที่หินม่วงมากกว่าหินแดง แต่อย่างไรก็ตามกองหินทั้งสองแห่งก็ถือว่ายังมีสภาพที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์กว่าจุดดำน้ำทางด้านอันดามันเหนือที่ปะการังตายไปมากจากปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวในปี 2553 ซึ่งจากการประเมินของผมนั้นปีนี้ เส้นทางดำน้ำอันดามันใต้น่าจะคึกคักและเป็นทางเลือกของนักดำน้ำมากขึ้นจากปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน จากหินแดง หินม่วง เรือฐาปนาก็พาเรามาปิดท้ายโปรแกรมดำน้ำเส้นทางอันดามันใต้กันที่หมู่เกาะห้า ซึ่งอยู่เหนือขึ้นมา ที่หมู่เกาะห้านั้นเราลงดำกันที่เกาะห้าเหนือ บริเวณลานทรายใต้ทะเลที่นั่นเต็มไปด้วยปะการังอ่อนพันธุ์ต้นใหญ่อวบอ้วน ขึ้นเบียดเสียดกันเป็นลานกว้างราวกับสวนสีชมพูอันสวยงามที่มีใครมาปลูกสร้าง จัดแต่งไว้เช่นนั้น บางต้นมีขนาดใหญ่สูงเกือบเมตรเลยทีเดียว สิ่งที่นักดำน้ำและช่างภาพใต้น้ำชื่นชอบกันอีกจุดหนึ่งสำหรับการมาดำน้ำที่หมู่เกาะห้าก็คือการดำมุดถ้ำ ซึ่งถ้ำใต้น้ำที่เกาะห้าเป็นถ้ำตื้นๆ สามารถเข้าไปถ่ายภาพออกมาเพื่อให้เห็นมวลน้ำสีฟ้าครามด้านหน้าถ้ำ โดยมีนักดำน้ำลอยตัวเหมือนมนุษย์อวกาศที่ล่องลอยอยู่ในม่านสีครามบริเวณปากถ้ำ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีวันเปลี่ยนแปลงตามกฎความเป็นไปของโลก จากการดำน้ำที่นักดำน้ำเคยนิยมชมชอบที่จะไปสัมผัสเส้นทางอันดามันเหนือกันมากกว่า มาปีนี้ก็อาจไม่เป็นไปตามนั้นเสียแล้ว เพราะเส้นทางดำน้ำอันดามันเหนือมีความบอบช้ำและเสียหายไปมาก แม้นจะยังคงมีความสวยงามเหลืออยู่ แต่ก็คงไม่เหมือนเดิม ในขณะที่เส้นทางอันดามันใต้นั้นกลับเหมือนหญิงสาวที่สวยวันสวยคืน ไม่แน่ว่าปีนี้ความนิยมชมชอบของบรรดานักดำน้ำอาจจะเปลี่ยนแปลงไปก็เป็นได้
ปศุสัตว์สตูลเร่งทำหมันสุนัข-แมวจรจัดบนเกาะหลีเป๊ะ รับฤดูกาลท่องเที่ยว

สตูล - นายก อบจ.สตูลร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด นำทีมสัตว์แพทย์เร่งทำหมันสุนัขและแมวจรจัดบนเกาะหลีเป๊ะกว่า 200 ตัว พร้อมจัดถาดที่ใส่อาหารวางทั่วเกาะ เพื่อไม่ให้สุนัขและแมวออกก่อกวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาในช่วงฤดูการท่องเที่ยวปี 2555 นี้ วันนี้ (22 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สตูล ว่า เกาะหลีเป๊ะ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งเป็นเกาะยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศยุโรปนิยมเดินทางมาเที่ยวพักผ่อน เพื่อชมธรรมชาติบนเกาะและดำน้ำดูปะการังใต้ท้องทะเล กำลังประสบปัญหาสุนัขจรจัดเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักก่อกวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อน สร้างความรำคาญแก่นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยจากการที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสตูลลงสำรวจ พบว่าจำนวนสุนัขและแมวบนเกาะหลีเป๊ะ เพิ่มขึ้นอย่างรวดรวด ซึ่งในช่วงปี 2553 - 2554 พบจำนวนสุนัขและแมวที่มีเจ้าของและที่ยังจรจัด เพิ่มขึ้นถึง 600 กว่าตัว ทั้งนี้ ที่ผ่านมีในช่วง ปี 2553 ได้มีการทำหมันไปแล้วจำนวน 200 ตัว แต่ยังคงมีตกค้างไม่ได้ทำอีกหลายตัว จึงทำให้มีเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ได้จัดสรรงบประมาณเป็นเงินจำนวนหนึ่ง มอบให้ทางนายอุสมาน สะยะมิง ปศุสัตว์จังหวัดสตูล นำไปดำเนินการทำหมันสัตว์ในช่วงก่อนเปิดฤดูการท่องเที่ยว หรือช่วงก่อนไฮซีซั่น 2545 ที่จะมาถึงนี้ เพื่อเป็นการลดจำนวนสุนัขและแมวที่เพิ่มขึ้น พร้อมจัดวางระบบการให้อาหารตามจุดๆ ต่างๆ บนกะหลีเป๊ะ เพื่อไม่ให้สัตว์จรจัดที่หิวโหยออกไปก่อกวนนักท่องเที่ยวในยามพักผ่อนและเวลารับประทานอาหารด้วย สำหรับการทำหมันสุนัขและแมวนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะมีการจัดประชาสัมพันธ์เสียงตามสายบนเกาะหลีเป๊ะ เพื่อให้ผู้ประกอบการบนเกาะนำสุนัขและแมวที่เลี้ยงไว้เดินทางมาทำหมันฟรี ซึ่งได้รับความตอบรับอย่างดี พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตามล่าสุนัขและแมวจรจัดที่ไม่มีเจ้าของจับมาทำหมันด้วย โดยใช้วิธีเป่าลูกดอกยาสลบไปที่ลำตัว ก่อนนำมาทำหมันทันที โดยใช้เวลาทำหมันสุนัขและแมวจรจัดดังกล่าวเป็นเวลา 2 วัน รวมทั้งสิ้นจำนวนกว่า 200 ตัว โดยนายอุสมาน สะยะมิง ปศุสัตว์จังหวัดสตูล กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ อบจ.สตูล ให้การสนับสนุนงบประมาณในการทำหมันสัตว์จรจัดบนเกาะหลีเป๊ะ เพราะทางปศุสัตว์เองได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวบ่อยมาก ทั้งเรื่องสัตว์จรจัดรบกวน ตลอดจนสุนัขที่มีท่าทีดุร้ายจะกัดนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการของหลายๆ หน่วยงานในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.สตูล ด้วย ด้าน นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล กล่าวว่า ปัญหาที่นักท่องเที่ยวรู้สึกเป็นกังวลมากที่สุดก็คือการที่สุนัขและแมวได้เข้ามาก่อกวนทั้งตามร้านอาหารต่างๆ และริมชายหาด สร้างความน่ารำคาญแก่นักท่องเที่ยวอย่างยิ่ง ถือเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของเกาะหลีเป๊ะ และถ้าประเด็นนี้ถูกแพร่ออกไปอาจจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงได้ ดังนั้น ทาง อบจ.สตูล จึงต้องจัดการโดยใช้วิธีทำหมันเพื่อป้องกันการแพร่พันธุ์ต่อไป |