|
|

|

|
|
โรงเรียนเมืองกระบี่แถลงข่าวงานชุมนุมลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่
|
อบต.ไสไทย จัดประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลไสไทย
|
|

|

|
กระบี่จัดโครงการสมัชชาเพื่อสร้างกระแสการปฎิรูปประเทศไทย
เพื่อกระบี่เมืองน่าอยู่
|
ชาวบ้านโวยโดนเจ้าหน้าที่ของรัฐไถเงินค่าตัดไม้ยางพารา
|
|

|

|
ซัลโวหนุ่มเก็บเงินกู้ดับกลางถนน
|
ม.2 ซิ่งรถ จยย.ฝ่าสายฝนชนท้ายรถ 6 ล้อดับ
|
โรงเรียนเมืองกระบี่แถลงข่าวงานชุมนุมลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ – มัธยมศึกษาจังหวัดกระบี่ ครั้งที่ ๓ “๑๐๐ ปี ลูกเสือไทย – ลูกเสือคุณภาพ”

วันนี้ (22 พ.ย.2554) ที่โรงเรียนเมืองกระบี่ นายสนอง โปซิว ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองกระบี่ ในฐานะประธานกองประชาสัมพันธ์งานชุมนุมลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่-มัธยมศึกษาจังหวัดกระบี่ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2554 เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงานชุมนุมลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ – มัธยมศึกษาจังหวัดกระบี่ ครั้งที่ ๓ “๑๐๐ ปี ลูกเสือไทย – ลูกเสือคุณภาพ” ด้วยกลุ่มส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาตอนปลายจังหวัดกระบี่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๑๓ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๗ โรงเรียนเทศบาล ๒ (คลองจิหลาด) ได้จัดการชุมนุมลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่มัธยมศึกษาจังหวัดกระบี่ ครั้งที่ ๓ “๑๐๐ ปี ลูกเสือไทย – ลูกเสือคุณภาพ” ระหว่างวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ขึ้น ณ ค่ายลูกเสือจังหวัดกระบี่ และค่ายตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๔๒๖ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้ลูกเสือมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์เพื่อให้ลูกเสือได้รับประสบการณ์และนำประสบการณ์ไปพัฒนาทักษะชีวิตให้เยาวชนมีคุณภาพและมีวินัย สร้างความสามัคคีของคนในชาติตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมในการพัฒนากิจกรรมลูกเสือของโรงเรียนกลุ่มส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาตอนปลายจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามแนวทางการปฏิรูปหลักสูตร โดยมีโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายจังหวัดกระบี่เข้าร่วมชุมนุมจำนวน ๑๗ โรงเรียน และโรงเรียนเทศบาล ๒ (คลองจิหลาด) จำนวน ๑ โรงเรียน รวมเป็น ๑๘ โรงเรียน มีผู้อำนวยการลูกเสือโรงเรียน รองผู้อำนวยการลูกเสือโรงเรียน ผู้กำกับลูกเสือ รวมจำนวน ๑๘๐ คน ลูกเสือ-เนตรนารี จำนวน ๗๒๐ คน รวมทั้งสิ้น จำนวน ๙๐๐ คน โดยมีกิจกรรมราชสดุดี กิจกรรมเดินสวนสนาม เดินทางไกล ผจญภัย บุกเบิก การจัดการค่ายและสูทกรรม และในคืนวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ มีกิจกรรมรอบกองไฟ
อบต.ไสไทย จัดประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลไสไทย

องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย จัดประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลไสไทย เพื่อปรึกษาหารือและร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในชุมชน
เวลา ๑๔.๐๐ น. วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย นายหราบ หง้าฝา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย เป็นประธานการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลไสไทย เพื่อปรึกษาหารือแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดและปัญหาต่างๆในพื้นที่ตำบลไสไทย มีผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย หัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ในเขตพื้นที่ตำบลไสไทย เข้าร่วมประชุม
นายหราบ หง้าฝา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย กล่าวว่า การประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย ได้จัดเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้ฝ่ายปกครองและท้องถิ่นได้พบปะเดือนละครั้ง ร่วมปรึกษาหารือปัญหาต่างๆ ทั้งปัญหาด้านความปลอดภัยทางถนนและปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาด้านยาเสพติด ที่กำลังระบาดในทุกพื้นที่ของจังหวัดกระบี่ ปัจจุบันปัญหายาเสพติด ทั้งยาไอซ์ ยาบ้า น้ำกระท่อม เริ่มระบาดเข้ามาในพื้นที่ จึงได้ขอความร่วมมือให้ ส.อบต. ผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแล และแจ้งเบาะแส โดยมุ่งเน้นให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งจากการดำเนินร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง ทำให้ปัญหายาเสพติด ในพื้นที่ตำบลไสไทยลดน้อยลง
ข่าวโดย นางสุจิราภัทร์ ต่างสี ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ อบต.ไสไทย ๐๘๒-๘๐๙๕๒๖๑ไสไทย กล่าวว่า การประชุมผู้ใหญ่บ้าน
คณะกรรมการสมัชชาสุขภาพเพื่อสุขภาวะจังหวัดกระบี่จัดโครงการสมัชชาเพื่อสร้างกระแสการปฎิรูปประเทศไทยเพื่อกระบี่เมืองน่าอยู่

นายทวีชัย อ่อนนวล ประธานสมัชชาสุขภาพเพื่อสุขภาวะจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาสังคมเกิดขึ้นมากมาย อาทิ ปัญหาด้านยาเสพติด การตั้งครรค์ก่อนวัยอันควร ปัญหาครอบครัว ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาด้านสุขภาวะ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ปัญหาความแตกแยกทางการเมือง การปกครอง ซึ่งปัญหาเหล่านี้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน และสังคมเป็นอย่างมาก และทุกภาคส่วนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมให้สมกับเจตน์นารมย์ของการปกครองในระบบประชาธิปไตยที่บัญญัติไว้ว่า “โดยประชาชน เพื่อประชาชน” ดังนั้นคณะกรรมการสมัชชาสุขภาพเพื่อสุขภาวะจังหวัดกระบี่จัดโครงการสมัชชาเพื่อสร้างกระแสการปฎิรูปประเทศไทยเพื่อกระบี่เมืองน่าอยู่ ขึ้นเพื่อสร้างกระแสการปฎิรูปประเทศไทยในรูปแบบต่าง ๆ ให้รับรู้กันอย่างแพร่หลาย เพื่อให้เกิดการรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำในจังหวัดและเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้มีโอกาสเข้าร่วมเวทีสมัชชาปฎิรูปในระดับพื้นที่ เพื่อให้องค์กรและกลไกทุกภาคส่วนในระดับจังหวัดกระบี่ที่สนใจได้มีโอกาสเข้าร่วมเวทีสมัชชาปฎิรูปในจังหวัด เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ บทเรียน และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญที่สามารถนำไปสู่การดำเนินการในรูปแบบสมัชชาปฎิรูปภายในจังหวัด และเพื่อให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อน ติดตามและประเมินผลมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ประธานสมัชชาสุขภาพเพื่อสุขภาวะจังหวัดกระบี่ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การจัดโครงการสมัชชาเพื่อสร้างกระแสการปฎิรูปประเทศไทยเพื่อกระบี่เมืองน่าอยู่ ผลที่จะได้รับคาดว่าสังคมทุกภาคส่วนเกิดความตระหนักรับรู้และเกิดจิตพิสัยร่วมปฎิรูปประเทศไทย ได้ข้อมูลสถานการณ์และข้อเสนอแนะจากพื้นที่และระดับจังหวัดเพื่อเป็นแนวทางในการปฎิรูปประเทศไทย ในการจัดทำข้อเสนอสู่การปฎิรูปประเทศไทย มีระบบข้อมูลสารสนเทศที่เป็นปัจจุบันในการจัดทำยุทธศาสตร์ในการปฎิรูปประเทศไทยสามารถประเมินผลิติดตามมติสมัชชาปฎิรูปตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงระดับชาติ และโครงการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จได้ ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ด้วย
ชาวบ้านโวยโดนเจ้าหน้าที่ของรัฐไถเงินค่าตัดไม้ยางพารา

ชาวบ้านโวยโดนเจ้าหน้าที่ของรัฐไถเงินค่าตัดไม้ยางพารา จำนวน 1 หมื่นบาท เพื่อแลกกับการทำงานอย่างสะดวก
เมื่อเวลา 13.00น. วันที่ 22 พ.ย. 54 ด.ต.ระวิ แพรกปาน นักอนุรักษ์ ป่าไม้จังหวัดกระบี่ นายศุภชัย เกิดสุข กำนันตำบลทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ ลงพื้นที่ตรวจสอบ สวยยางพารา หมู่ที่ 7 ต.ทับปริก ถูกเจ้าหน้าที่ของสำนักจัดการป่าไม้ที่ 12 (สาขากระบี่) เข้าทำการรีดไถเงิน จากนายวิโรจน์ จูดจันทร์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 7 ต.ทับปริก อาชีพรับจ้างตัดไม้ยางพารา จำนวน 1 หมื่นบาท หากไม่จ่ายจะไม่ให้ตัดไม้ยางพารา ทั้งที่พื้นที่สวยยางพาราดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตป่า
สำหรับเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.00น. ของวันที่ 21 พ.ย. 54 ที่ผ่านมา ในขณะทีนายวิโรจน์และลูกน้องจำนวน 8 คน กำลังขนท่อนไม้ยางพาราที่ตัดไว้ขึ้นรถเพื่อนำไปขายโรงงานไม้ยางในพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จำนวน 4 คน เข้ามาในพื้นที่ พร้อมถอดกุญแจรถยนต์บรรทุกไม้ยางพารา ยึดพร้า เลื่อยยนต์ ควบคุมตัวห้ามไม่ให้ขนส่งไม้ยางพารา เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาต หากจะขนต้องจ่ายเงินให้พวกตน 1 หมื่นบาท ถึงจะทำการขนย้ายไม้ยางพาราได้
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนมีอาชีพรับจ้างตัดไม้ยางพาราขาย และไม่เข้าใจในสิ่งที่ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ปฏิบัติกับตนเอง ทั้งที่ตนทำงานสุจริต ถูกต้องตามกฎหมาย อยู่ก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามายึดรถเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมทั้งของเงิน จำนวน 1 หมื่นบาท เพื่อแลกกับการขนย้ายท่อนไม้ยางพารา แต่ตนเองไม่มีเงิน จึงขอต่อรองให้ขายไม้ยางพาราเที่ยวแรกเสร็จก่อน ซึ่งก็ได้ให้เงินจำนวน 6 พันบาทแก่นายหมี ซึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไป พร้อมพวกทั้งหมด 4 คน ส่วนที่เหลือนายหมีบอกว่าจะมาเอาตอนขายท่อนไม้ยางพาราเที่ยวสุดท้าย ซึ่งตนก็ยอมเพื่อนที่จะให้ได้ทำงานต่อให้เสร็จ แต่ที่ติดใจคือพื้นที่สวนยางพาราดังกล่าวอยู่ในเขต สปก.ไม่ได้อยู่ในเขตป่าไม้แต่อย่างใดทำไมทางเจ้าหน้าที่ต้องมาแกล้งชาวบ้านด้วย
ด้านนายศุภชัย เกิดสุข กำนันตำบลทับปริก กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจะรังแกชาวบ้านแบบนี้ ทั้งที่สาวบ้านประกอบอาชีพสุจริต ทำถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ท่านนี้ใช้บทกฎหมายของกรมป่าไม้ข้อไหน ที่จะเข้ามาจับกุมชาวบ้านที่ประกอบอาชีพรับจ้างตัดไม้ยางพาราขาย ไม้ยางพาราก็อายุมากกว่า 20 ปีแล้ว พื้นที่ก็ไม่ได้อยู่ในเขตป่า แต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้กลับเจ้ามาทำการจับกุม แต่เมื่อชาวบ้านบอกว่าที่ดินมาเอกสารสิทธิ์ เป็น สปก.กลับเอาเงินชาวบ้านแทน 1 หมื่นบาท แล้วยังบอกกับชาวบ้านว่าจะกลับมาเอาอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อทำการตัดไม้ยางพาราเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยากให้ทางจังหวัดกระบี่เข้ามาดูแลในเรื่องนี้ เพราะถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ สำหรับพื้นที่ทำกินของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลทับปริกส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าสาธารณะ มีหลักฐาน สปก.และ ภบท.5 เกือบ 100% ซึ่งการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐในครั้งถือได้ว่าเอาเปรียบประชาชน ใช้อำนาจในทางที่ผิด สงสัยทำไมป่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ฯ ซึ่งเป็นเฉลิมพระเกียรติหลายร้อยไร่ในพื้นที่ตำบลทับปริก ที่มีการบุกรุกอยู่ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้กระบี่ ทำไม่ไม่เข้าไปจับกุม พวกนายทุนดีแต่จับชาวบ้านที่ประกอบอาชีพสุจริต
ขณะที่ ผู้สื่อข่าว ได้โทรศัพท์ พูดคุยกับนายหมี เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ชาวบ้านพูดถึง กลับได้รับคำตอบว่าตนเข้าพื้นที่จริงแต่ไม่ได้มีการรับเงินจากชาวบ้าน หรือข่มขู่ชาวบ้านเพื่อเอาเงินแต่อย่างใด ไม่เคยพูดว่าเอาเงิน 1 หมื่นบาท 6 พันบาทก็ไม่เคยรับ
ซัลโวหนุ่มเก็บเงินกู้ดับกลางถนน

ซัลโวหนุ่มเก็บเงินกู้ดับกลางถนน คาดขัดธุรกิจมืด เร่งหาเบาะแสสางปม
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 21 พ.ย. พ.ต.ท.นพา เสนาทิพย์ สวส.สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณแยกตลาดท่าทองใหม่ หมู่ 2 ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จึงรีบไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.จำโนทย์ แก้วขาว ผกก. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี
ที่เกิดเหตุพบศพนายสุรินทร์ แตงมี อายุ 31 ปี ชาว จ.อุทัยธานี มีแผลถูกยิงเข้าท้ายทอย 2 นัด นอนตายอยู่ข้างรถ จยย. ยามาฮ่า สีเทาคาดดำ ทะเบียนป้ายแดง อน 460 อุทัยธานี ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 2 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นพนักงานเก็บเงินกู้นอกระบบในพื้นที่ ก่อนเกิดเหตุกำลังขี่รถ จยย.ไปทำธุระ แต่กลับถูกชายวัยรุ่นขี่ จยย.ตามมาประกบ และชักอาวุธปืนขึ้นมาจ่อยิงจากทางด้านหลัง ก่อนเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากความขัดแย้งเรื่องธุรกิจบางอย่าง ซึ่งชุดสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งหาเบาะแส เพื่อติดตามจับกุมตัวมือปืนรายนี้ต่อไป.
ม.2 ซิ่งรถ จยย.ฝ่าสายฝนชนท้ายรถ 6 ล้อดับ

ตรัง - นักเรียนวัย 14 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าสายฝน บนถนนสายตรัง-ห้วยยอด ซึ่งมีไฟสลัว และทัศนวิสัยการมองเห็นไม่ดี พุ่งชนท้ายรถ 6 ล้อที่จอดเสียอยู่ข้างทางเสียชีวิตคาที่ เมื่อเวลา 00.30 น.ของวันนี้ (22 พ.ย.) ร.ต.อ.พิเชษฐ์ ซูซัน ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองตรัง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนและมีผู้เสียชีวิตบนถนนเพชรเกษม สายตรัง-ห้วยยอด ในพื้นที่ตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ และรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์ โรงพยาบาลศูนย์ตรัง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลสถานตรัง ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 80-8774 ตรัง จอดอยู่ริมถนน โดยที่ท้ายรถมีเศษตะกร้ารถจักรยานยนต์ติดอยู่ และห่างออกไปประมาณ 3 เมตร พบร่างของผู้เสียชีวิตนอนหงายจมกองเลือดปนมันสมองไหลนองเต็มพื้น ทราบชื่อต่อมาคือ เด็กชายดิษฐกร คงเลิศ อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140 หมู่ที่ 6 ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมืองตรัง โดยที่ศีรษะและใบหน้าด้านขวา มีบาดแผลฉกรรจ์ฉีกขาดจนเละ เนื่องจากเป็นรอยที่พุ่งชนกับท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ใกล้ๆ กันพบจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำ-แดง หมายเลขทะเบียน ขมฉ-150 ตรัง ล้มตะแคงอยู่ โดยที่ส่วนหัวรถพังยับเยิน จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เด็กชายดิษฐกร ผู้ตาย ซึ่งเป็นนักเรียนระดับชั้น ม.2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง ได้ขับขี่จักรยานยนต์คันดังกล่าวมาจากในตัวเมืองเพื่อกลับบ้าน แต่ระหว่างทางเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งมีรถบรรทุก 6 ล้อคันดังกล่าวจอดเสียอยู่ริมถนนมาประมาณ 3-4 วันแล้ว แต่ไม่ได้เปิดไฟท้ายรถทิ้งไว้ ประกอบกับจุดเกิดเหตุมีไฟสลัว และช่วงเวลาดังกล่าวมีฝนตกหนักด้วย ทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นไม่ดี จึงทำให้ผู้ตายขับขี่รถพุ่งชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อเข้าอย่างจัง ก่อนที่ร่างจะลอยละลิ่วกระแทกกับพื้นถนนจนเสียชีวิต ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เรียกเจ้าของรถบรรทุก 6 ล้อมาสอบสวนและแจ้งข้อหาตามกฎหมายต่อไป |