|
 |
ป้องกัน 'โรคตาติดเชื้อ' ช่วงน้ำท่วม
|
|

|
|
ตากระตุก ไม่ใช่แค่ ขวาร้าย...ซ้ายดี
|
ป้องกัน 'โรคตาติดเชื้อ' ช่วงน้ำท่วม

โรคตาติดเชื้อในสภาวะน้ำท่วมเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังและเฝ้าสังเกต ซึ่ง 'ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย' เผยว่า เชื้อโรคที่มากับน้ำมีทั้งเชื้อแบคทีเรีย,ไวรัส,ปาราสิตและอมีบา ล้วนมีอันตรายต่อดวงตาและการมองเห็น โดยเชื้อโรคจะปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำต่างๆ โดยเฉพาะน้ำท่วม
สำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพดวงตา คือ คอยสังเกตอาการที่เป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติของดวงตา อาทิ ตาแดงหรืออาการระคายเคืองต่อดวงตา อาการปวดรอบๆดวงตา แพ้แสงหรือแสบตาผิดปกติ การมองเห็นลดลงหรือมัวลง และน้ำตาไหลหรือมีขี้ตาผิดปกติ
ถ้ามีอาการดังกล่าว ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อการวินิจฉัยอย่างถูกต้องและรับการรักษาอย่างรวดเร็วที่สุด โดยการรักษาโรคตาติดเชื้อตั้งแต่แรกจะทำให้ผลการรักษาดีและมีประสิทธิภาพ ส่วนการรักษาที่ช้าเกินไปอาจจะทำให้สูญเสียการมองเห็นได้
กรณีน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาดที่ปราศจากเชื้อโรค เช่น น้ำยาล้างตาหรือน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ที่ได้มาตรฐาน การล้างตาด้วยน้ำประปาโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีปัญหาของคุณภาพ อาจทำให้ตาอักเสบมากขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม ประชาชนทุกคนสามารถเกิดโรคตาติดเชื้อได้และจะพบมากขึ้นในกลุ่มประชาชนที่สวมคอนแทคเลนส์, หลังการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติ เช่น เลสิค (post-LASIK) และหลังการผ่าตัดในลูกตา เช่น ผ่าตัดต้อกระจก ต้อหินจอประสาทตา ซึ่งควรเฝ้าระวังอาการที่ผิดปกติเป็นพิเศษ
สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติของสายตาและแก้ไขด้วยคอนแทคเลนส์หรือแว่นตา ในสภาวะน้ำท่วมอาจพบอุปสรรคของการสวมคอนแทคเลนส์ในสถานที่พักพิงหรือบ้านที่ถูกน้ำท่วม, การเดินทางไม่สะดวกในการทำแว่นตาหรือแว่นตาเกิดการสูญหายจากการประสบปัญหาน้ำท่วมของบ้านที่อยู่อาศัย ดังนั้นการเตรียมแว่นสำรองไว้ในกรณีฉุกเฉินจึงมีความจำเป็นมากขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้
ดังนั้น ในช่วงน้ำท่วมควรระมัดระวังไม่ให้น้ำท่วมที่สกปรกกระเด็นเข้าตา ที่สำคัญเมื่อมีปัญหาตาอักเสบมีขี้ตาแล้ว ต้องระวังไม่ให้แพร่เชื้อในวงกว้างโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสตาที่อักเสหรือขี้ตา หากจำเป็นต้องสัมผัสขี้ตาต้องล้างมือทันที เพื่อป้องกันการกระจายเชื้อสู่บุคคลอื่น.
ตากระตุก ไม่ใช่แค่ ขวาร้าย...ซ้ายดี

วันไหนอยู่ดีๆ แล้วเกิดตากระตุกขึ้นมา คนที่มีความเชื่อตามแบบโบร่ำโบราณจะต้อง คิดทันทีว่า "ขวาร้าย ซ้ายดี" แต่ถ้าไปถามหมอก็จะได้คำตอบว่าอาการตากระตุก แบ่ง ได้เป็น 2 กรณี คือ เปลือกตากระตุก และลูกตากระตุก
เปลือกตากระตุก อาจเกิดจากนิสัยความเคยชินในวัยเด็ก เด็กบางคนสามารถกระตุก เปลือกตาและใบหน้าเป็นครั้งคราวได้ และสามารถหยุดได้ทันทีเมื่อต้องการหยุด อาการจะหายไปได้เมื่อโตขึ้น นอกจากนั้นอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ มักพบในคน สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย จะมีอาการเปลือกตา ค่อยๆบีบตัวเกร็งทีละน้อยจนกลายเป็นหลับตาแน่นมากทั้งสองตา เกิดเป็นครั้งคราว เป็นๆ กายๆ ขณะหลับจะไม่มีอาการ
หากทิ้งไว้นาน ความรุนแรงและความถี่จะมากขึ้นจน กลายเป็นตาปิดตลอด ทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ เปลือกตากระตุกอีกชนิดเกิดจากกล้ามเนื้อตาและกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้ากระตุก มัก เกิดจากเส้นเลือดในสมองโป่งพอง หรือมีเนื้องอกกดเส้นประสาทที่มาเลี้ยงเปลือกตา จะมีอาการบีบเกร็งของกล้ามเนื้อเปลือกตาและกล้ามเนื้อใบหน้าครึ่งซีกอาการเกร็ง จะคงอยู่แม้ขณะหลับจะมีอันตรายต้องได้รับการผ่าตัด
ตากระตุก เป็นอาการกระตุกของลูกตาเป็นจังหวะด้วยทิศทางและความแรงแตกต่างกันออก ไป เกิดได้หลายสาเหตุ เช่น เกิดขึ้นภายใน 2-3 เดือนแรก หลังคลอดหากลูกตากระตุ กเท่าๆ กันในตาทั้งสองข้างอาจร่วมกับการมีศีรษะสั่นด้วย ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมี ปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น
นอกจากนี้ยังพบได้จากการล้าของกล้ามเนื้อตาทำให้ตากระตุก กลุ่มนี้ไม่มีปัญหา อะไรหายเองได้ แต่หากอาการตากระตุกเป็นอยู่นานๆ ควรต้องไปพบแพทย์ เพื่อตรวจสอบ หาสาเหตุของโรคจะได้แก้ไขอย่างถูกต้องต่อไป |