|
|

|

|
|
จังหวัดกระบี่อบรมโปรแกรมบัญชีให้กับสถาบันการเงินชุมชน
|
จัดเงินอุดหนุน 10,000 ล้านบาท แก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ
|
|

|

|
|
สภาการศึกษากระบี่จัดการเสวนา“แลกเปลี่ยนเรียนรู้และ
หาแนวทางแก้ปัญหาการศึกษา
|
จับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่กระบี่
|
|

|

|
|
บก.ปอศ.บุกจับเครือข่ายผู้กระทำความผิด
สินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า
|
ภูเก็ตเร่งแก้ปัญหาอุบัติเหตุ “โค้งคอเอน”
ลดความเดือดร้อน ปชช
|
จังหวัดกระบี่อบรมโปรแกรมบัญชีให้กับสถาบันการเงินชุมชน

วันนี้ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เวลา 09.30 น. นายอุเทน ตัณตรีบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดอบรมโปรแกรมบัญชีสถาบันการเงินชุมชนณ โรงแรมมาริไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท จังหวัดกระบี่ โดยมีนางจารุพันธ์ เมืองสง ผู้จัดการธนาคารออมสินเขตกระบี่ กล่าวรายงาน นางจารุพันธ์ เมืองสง ผู้จัดการธนาคารออมสินเขตกระบี่ กล่าวว่า การอบรมโปรแกรมบัญชีสถาบันการเงินชุมชน จัดขึ้นตามนโยบายของธนาคารออมสิน ในการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยโครงการสถาบันการเงินชุมชน มีนโยบายสำคัญ ในการพัฒนาศักยภาพกองทุนหมู่บ้านขึ้นสู่การเป็นสถาบันการเงินเพื่อให้บริการทางการเงินในรูปแบบการเงินรายย่อยแบบครบวงจร เพื่อขยายโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน และการบริการทางการเงินรูปแบบที่มีมาตรฐาน มีความมั่นคงเชื่อถือได้ โดยธนาคารออมสินได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งสถาบันการเงินชุมชน พร้อมทั้งจัดฝึกอบรมโปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยมีเป้าหมายในการให้การสนับสนุนฯ ทั่วประเทศ จำนวน ๓๐,๐๐๐ แห่ง ภายในระยะเวลา ๓ ปี เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ – ๒๕๕๕ ขณะนี้มีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่ผ่านการอบรมสถาบันการเงินชุมชนแล้ว จำนวน ๑๘,๐๒๔ แห่ง ( ณ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๔) และในครั้งนี้ มีกองทุนหมู่บ้านฯ ที่มีความพร้อมในการเป็นสถาบันการเงินชุมชนได้เข้ารับการฝึกอบรม รวมทั้งสิ้น ๕๘ แห่ง จำแนกเป็นกองทุนหมู่บ้านฯ ในจังหวัดกระบี่ จำนวน ๕๓ แห่ง จังหวัดพังงา จำนวน ๔ แห่ง และจังหวัดชุมพร จำนวน ๑ แห่ง
จัดเงินอุดหนุน 10,000 ล้านบาท แก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ

นายธานินทร์ ใจสมุทร ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพาราภาคเกษตรกร ได้ประชุมคณะคณะทำงาน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำ โดยให้เร่งตรวจสอบยางที่อยู่ในสต๊อกของเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อจัดสรรเงินอุดหนุนให้เกษตรกร จัดซื้อยางเก็บไว้ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมยางในสต๊อกของเกษตรกร สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือ สกย.จะนำเงินเซสหรือเงินสงเคราะห์ที่เก็บจากการส่งออกยางพารา จำนวน 10,000 ล้านบาท มารับซื้อยางจากเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อให้ราคายางขยับตัวสูงขึ้น โดยจะสามารถรับซื้อยางในกิโลกรัมละ 100 บาท ได้ประมาณ 100,000 ตัน และหากเงิน 10,000 ล้านบาท ยังไม่เพียงพอ ก็จะเสนอของบประมาณจากรัฐบาลมาดำเนินการสนับสนุนต่อไป ทั้งนี้เงินสนับสนุน 10,000 ล้านบาท จากเงินเซส ของ สกย. นั้นได้มอบให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งสถาบันเกษตรกรสามารถไปกู้ยืมมาดำเนินการ ส่วนอัตราดอกเบี้ย ทางรัฐบาลจะค้ำประกันให้
สภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ จัดการเสวนา “แลกเปลี่ยนเรียนรู้และหาแนวทางแก้ปัญหาการศึกษาจังหวัดกระบี่”

วันนี้ (21 พ.ย.2554) ณ ห้องสุดมงคล ชั้น 2 สำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่ นายชวน ภูเก้าล้วน นายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ เป็นประธานพิธีเปิดการเสวนา “แลกเปลี่ยนเรียนรู้และหาแนวทางแก้ปัญหาการศึกษาจังหวัดกระบี่” โดยมี นายพัชรินทร์ ปลอดฤทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงาน และมีผู้เข้าร่วมเสวนาจำนวน 200 คน สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดเสวนาในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้ร่วมเสวนาซึ่งเป็นประธานสถานศึกษาในแต่ละโรงเรียนได้ทราบความคิดเห็นและได้นำความรู้ไปใช้ในสถานศึกษา ในการพัฒนาโรงเรียน พัฒนาบุคลากรและเด็กนักเรียน เพื่อให้ทุกท่านได้ทราบว่าสภาการศึกษาแห่งนี้ เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยพัฒนาเด็กกระบี่และร่วมกันทำงานด้านการศึกษาให้ประสบความสำเร็จ เพื่อประสานความร่วมมือในการปฎิบัติตามแผนที่ช่วยกันคิดและหาแนวทางแก้ปัญหาเรื่องการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดไม่เป็นของลูกหลานชาวกระบี่ สำหรับหัวข้อการบรรยาย ในการเสวนาครั้งนี้มีหลายหัวข้อด้วยกัน อาทิ มาตรฐานการศึกษาไทย โดย นายไพโรจน์ ส่งทอง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากระบี่ ,บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาในการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา โดยรองศาสตราจารย์ ดร.โสภณ ภูเก้าล้วน ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ,การสร้างมาตรฐานการศึกษาสู่สากล สร้างคนสู่ประชาคมอาเซียน โดยนายชิตละนะ กลิ่นเกลา กรรมการมูลนิธิเพื่อการพัฒนามัธยมศึกษา และการศึกษาในจังหวัดกระบี่ จะมีคุณภาพได้อย่างไร โดย นายชัยเลิศ ภิญโญรัตนโชติ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่
จับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่กระบี่

พล.ต.ต.วิทยเดช วรดิลก ผบก.ภ.จว.กระบี่ พ.ต.อ.บญทวี โตรักษา รองผบก.ภวจ.กระบี่ พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ นุ่นเกลี้ยง ผกก.สส.ภ.จว.กระบี่ พ.ต.ท.พิษณุ พ่วงพร้อม สว.สส.ภ.จว.กระบี่ และ.ร.ต.ท.กฤติพงศ์ ยิ้มโฉม หัวหน้าชุดไล่ล่าสภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ได้ผู้ต้องหา 8 คน ของกลางยาไอซ์แบบบรรจุถุงกว่า 260 กรัม แบบแบ่งขาย รวม11.66กรัม ยาบ้า 1 มัดจำนวน รวม 4,000 เม็ด แบบแบ่งขายอีก 18 เม็ด กัญชาอัดแท่งหนัก 0.62 กรัม กระสุนปืนลูกซองเบอร์12จำนวน 4 นัด เงินสด จำนวน 11,800 บาท รถกระบะอีซูซุดีแม็กซ์ ตอนครึ่ง 1 คัน ทะเบียน บน.755 กระบี่ และรถเก๋งโตโยต้าโซลูน่า สีเทา 1 คัน ทะเบียน กง 9738 กระบี่
ก่อนการจับกุมเครือข่ายาเสพติดรายใหญ่นี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.กระบี่ ได้รับการประสาน จาก ร.ต.ท.กฤติพงศ์ ยิ้มโฉม หัวหน้าชุดไล่ล่าสภ.สุราษฎร์ธานี หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าสามารถติดต่อล่อซื้อยาไอซ์จากนายบังแดงฯ(ทราบชื่อสกุลจริงภายหลังคือนายการุณ เพชรเรือนทอง) ซึ่งต้องโทษคดียาเสพติดอยู่ที่เรือนจำจังหวัดพะเยา ได้ในราคาขีดละ 200,000 บาทบาท จึงได้ส่งกำลังไปดักซุ่มรอจับกุมตัวที่บริเวณริมถนน ซอยห้วยออก ม.3 ตคลองพน อ.คลองท่อม ขณะผู้ต้องหาผู้ต้องหา2 รายแรก คือนายสนิท และนายสุรศักดิ์ ได้ไปรับของกลาง เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการจับกุมตัวพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท1 (ยาบ้า ยาไอซ์ )เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมขยายผลการจับกุมไปยังผู้ต้องหาที่เหลืออีก6 คน ส่งเจ้าพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้นนายสนิทฯหนึ่งผู้ต้องหาให้การการรับสารภาพว่าทำเป็นครั้งแรกโดยรับยาบ้าจำนวน 4,000 เม็ด และยาไอซ์2.6 ขีด รวมมูลค่ากว่า6แสนบาทจากบุคคลลึกลับรายหนึ่งซึ่งไม่ทราบชื่อที่อยู่ได้โทรศัพท์มาสั่งให้ตนนำของกลางไปให้ลูกค้าโดยให้ไปรับของ ที่ริมถนนซอยห้วยออก ต.คลองพน อ.คลองท่อม โดยได้ค่าจ้างเที่ยวนี้เป็นเงิน 5,000 บาท แต่มาถูกจับกุมตัวในที่สุด
บก.ปอศ.บุกจับเครือข่ายผู้กระทำความผิดสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า

บก.ปอศ.บุกจับเครือข่ายผู้กระทำความผิดสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า รายใหญ่ของภาคใต้ ที่จังหวัดพังงา พบมีการเชื่อมโยงการส่งสินค้าปลอมในภาคใต้ เป็นลักษณะใยแมงมุม...
เมื่อเวลา 00.50 น. วันที่ 21 พ.ย.2554 พ.ต.อ.ปรัชญา ประสานสุข ผกก.4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พร้อมด้วย ร.ต.อ.ปวริศ แพงปัสสา รอง.สว.กก.4 บก.ปอศ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดและเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เข้าจับกุมสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า และซีดีละเมิดลิขสิทธิ์ พร้อมกับได้เข้า ทำการจับกุม และตรวจยึดสินค้าปลอมเครื่องหมายฯ จำนวนมาก ได้ที่บริเวณแหล่งท่องเที่ยวศูนย์การค้านางทอง ม.7 ต.เขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยจับกุมนายทวี แซ่ลิ้ม อายุ 32 ปี ชาวบ้าน ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา กำลังขายสินค้าประเภทต่างๆ อยู่กับการส่งสินค้าให้กับลูกค้าภายในร้าน ตำรวจจึงได้แสดงตนเข้าตรวจค้น พบของกลางประเภทเสื้อผ้ายี่ห้อต่างๆ ที่แขวนไว้ในราวเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ
ร้านค้าดังกล่าว ลูกค้าส่วนมากมีทั้งชาวไทยและต่างประเทศ นอกจากนั้น ยังพบเสื้อผ้าเก็บไว้ในห้องโกดัง และห้องใต้ดินอีกจำนวนมาก จากการตรวจสอบ เป็นเสื้อผ้ายี่ห้อดังหลายชนิดที่เป็นของกลาง ทั้งเสื้อผ้า กางเกง กระเป๋าปลอมเครื่องหมายการค้า ได้แก่ เสื้อปลอมเครื่องหมายยี่ห้อลาคอส ดีเซล โปโล อาดิดาส เบอร์เบอรี่ รวมทั้งสิ้น 5 รายการ จำนวน 2,313 ชิ้น โดยสินค้าทั้งหมดหากคิดเป็นความเสียหายในการละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว มีมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ก่อนเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกสืบสวนพบว่าในบริเวณศูนย์การค้านางทองแห่งนี้ ได้มีการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายอยู่เป็นจำนวนมาก โดยในร้านดังกล่าว มีการนำสินค้าประเภทเสื้อผ้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น มาจำหน่ายให้แก่บุคคลทั่วไป จึงได้เข้าแสดงตนขอตรวจค้นจับกุม
ระหว่างการเข้าจับกุม พบบรรดาพ่อค้าแม่ค้าร้านค้าในละแวกนั้น ต่างพากันดับไฟปิดร้านเผ่นหนีกันอย่างจ้าละหวั่น โดยตำรวจยังพบว่า ร้านค้าดังกล่าวมีลักษณะด้านหน้าเป็นร้านขายสินค้าทั่วไปตามปกติ แต่ภายในด้านหลังและห้องใต้ดิน เป็นโกดังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น โดยจะมีพ่อค้ารายย่อยนำสินค้าไปจำหน่ายอีกทอดหนึ่ง และยังพบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้จะค้าขายเป็นลักษณะเครือข่าย แบ่งฝ่ายกันระหว่างที่เป็นคนไทยและคนต่างด้าว ที่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวเนปาลและชาวอินเดีย โดยมีการเข้ายึดพื้นที่กระจายสินค้าเป็นลักษณะใยแมงมุม ให้กับพ่อค้ารายย่อย ในพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัด
ขณะเดียวกัน ในการรับสินค้ามาจำหน่ายในพื้นที่ ก็จะเป็นสินค้าปลอมจากศูนย์ ซึ่งมีอยู่ตามจังหวัดใหญ่ๆ ในภาคใต้ เช่น ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดสงขลา แล้วใช้รถตู้และปิกอัพบรรทุกสินค้ากระจายเป็นลักษณะใยแมงมุม ส่งให้กับศูนย์รับสินค้า อย่างเช่นที่ร้านค้าแห่งนี้ จากนั้นก็รีบกระจายสินค้าให้กับพ่อค้ารายย่อยที่อยู่กันเป็นกลุ่มๆ ติดกันอีกทอดหนึ่ง การเข้าจับกุม พบสินค้าปลอมอยู่ภายในร้านจำนวนไม่มาก ทั้งที่เป็นโกดังขนาดใหญ่ จากการสอบสวน ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่า ได้นำสินค้าทั้งหมดที่ปลอมเครื่องหมายการค้า มาจำหน่ายให้กับลูกค้าจริง โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดพังงา
ในระหว่างที่มีการนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาที่ สภ.ตะกั่วป่า พบกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าได้มาพบเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พร้อมต่อว่าเจ้าหน้าที่ว่า ทำไมจับเฉพาะพ่อค้าที่เป็นคนไทย พ่อค้าชาวต่างด้าวทำไมไม่จับ โดยตำรวจได้ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้ก็ได้เข้าจับกุมพ่อค้าที่เป็นชาวต่างด้าวไปแล้วเช่นกัน โดยพ่อค้าแม่ค้าบางคนที่มาพบตำรวจ กล่าวว่าได้จ่ายให้กับพื้นที่ และที่เข้ามาเก็บอีกกว่า 20 หน่วยงาน แล้วยังมาจับอีก ซึ่งชุดจับกุมต้องอธิบายกันอยู่นานว่า ชุดนี้มาตรวจสอบอย่างเดียว ไม่เกี่ยวกับชุดอื่นๆ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าจึงเข้าใจและทยอยกลับ จากนั้นตำรวจจึงได้ตั้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาว่า ได้เสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม หรือเครื่องหมายของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร โดยความผิดในครั้งนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วป่าเพื่อดำเนินคดีต่อไป
สำหรับการดำเนินการดังกล่าว ก็เพื่อป้องกันความเสียหายในการละเมิดลิขสิทธิ์ สินค้าปลอมแปลงประเภทต่างๆที่ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมอย่างมหาศาลด้วย
ภูเก็ตเร่งแก้ปัญหาอุบัติเหตุ “โค้งคอเอน” ลดความเดือดร้อน ปชช

ภูเก็ต - จังหวัดภูเก็ตเรียกประชุมด่วนแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนบ้านคอเอน ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต หลังเกิดอุบัติเหตุรถชนคนเสียชีวิต กำหนดมาตรการระยะสั้น-ระยะยาว เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (21 พ.ย.) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตัวแทนจากชาวบ้านน้านคอเอน ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อหามาตรการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุรถยนต์แหกโค้งไปชนชาวบ้านเสียชีวิต โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม เช่น นายปราโมทย์ พิรัตน รองผู้อำนวยการแขวงการทาง นายสันต์ จันทรวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต นายณรงค์ สิงห์ฆาฬะ รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายสมนึก พาที ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านคอเอน ต.ไม้ขาว อ.ถลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย อ.ถลาง รองประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต และ หน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดย นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อหามาตรการในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบริเวณโค้งคอเอน ต.ไม้ขาว จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นโค้งอันตรายที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีหลายครั้งที่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไปส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมถนนบริเวณโค้งดังกล่าว เนื่องจากสภาพถนนที่มีความผิดพลาดทางด้านวิศวกรรมเพราะสภาพภูมิประเทศบีบบังคับ ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักไปชนชาวบ้านจนมีผู้เสียชีวิตทันที 1 คน และบาดเจ็บสาหัสอีกจำนวนหลายคน จนนำมาสู่การปิดถนนเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยในเบื้องต้นให้ปิดถนนฝั่งขาเข้าเมืองจาก 2 เลน เหลือเพียง 1 เลน โดยใช้แท่งคอนกรีตขนาดใหญ่ปิดถนนระยะทางประมาณ 300 เมตร เพื่อชะลอความเร็วรถ และแก้ปัญหาระยะยาว ด้วยการขยายถนนฝั่งขาออกเพิ่มอีก 2 เลน ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ได้ข้อสรุปในการแก้ปัญหา 3 ระยะ คือ มาตรการในการแก้ไขปัญหา ระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว โดยระยะสั้น ทางแขวงได้ดำเนินการตามที่ชาวบ้านเรียกร้องโดยเปิดให้รถวิ่งเพียงเลนเดียวฝั่งขาเข้าภูเก็ตด้วยการวางแบรริเออร์ และติดไฟส่องสว่างเพิ่ม รวมทั้งการติดป้ายกำหนดความเร็ว ติดป้ายเพื่อบอกว่าบริเวณข้างหน้าสามารถวิ่งได้เพียง 1 เลน ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะปานกลางนั้นอาจจะทำเป็นลักษณะตัว S ก่อนที่จะถึงทางโค้ง เพื่อให้รถวิ่งช้าลง ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวจะมีการขยายถนเพื่อลดความโค้งในบริเวณดังกล่าวซึ่งกำลังอยู่ระหว่างดำเนินเพื่อขอเวนคืนที่ดินและตั้งจุดเช็กพอยเพิ่มเพื่อให้รถลดความเร็วลง นายปราโมท พิรัตน์ รองผู้อำนวยการแขวงการทางจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านนั้นขณะนี้ทางแขวงการทางได้เข้าไปดำเนินการเสร็จแล้วตั้งแต่เวลา 04.00 น.วันที่ 21 พ.ย.54 โดยการนำแท่งปูน หรือแบรริเออร์ไปวางเพื่อบีบให้รถวิ่งเพียงเลนเดียวซึ่งจะทำให้รถวิ่งช้าลง ซึ่งจริงแล้วการแก้ไขปัญหาในจุดดังกล่าวนั้นทางแขวงการทางคิดว่าน่าจะวางแบรริงเออร์ริมถนนตลอดแนว เพื่อป้องกันรถแหกโค้งและวางแบรริเออร์แบบตุ๊กตาล้มลุกที่บริเวณเส้นกลางถนนซึ่งถ้าแบบั้นจะทำให้รถสามารถวิ่งขาเข้าได้ทั้ง 2 เลน ซึ่งเรื่องนี้คงจะต้องมีการหารือกับทางชาวบ้านอีกครั้ง ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้นทางแขวงการทางได้ขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อที่จะขยายถนนบริเวณขาออกให้กว้างขึ้น แต่ยังติดปัญหาเรื่องของการขอเวนคืนที่ดินซึ่งเรื่องนี้กำลังดำเนินการกันมานานแล้วไม่น้อยกว่า 3-4 ปี ทำให้การขยายถนนในบริเวณดังกล่าวยังไม่สามารถดำเนินการได้ ขณะที่ นายนฤนาถ สุภัทรประทีป นายอำเภอถลาง กล่าวว่า ในส่วนของชาวบ้านนั้นยืนยันที่จะให้เปิดวิ่งในช่วงขาเข้าเพียงเลนเดียว และจัดทำป้ายบอกทางล่วงหน้าก่อนถึงทางโค้งประมาณ 1 กิโลเมตร ตามหลักวิศวกรเพื่อบอกให้คนขับรถทราบล่วงหน้าและลดความเร็วของรถลง ซึ่งก่อนที่จะมีการประชุมได้รับแจ้งว่าเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (21 พ.ย.) ที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุรถชนเกิดขึ้นที่บริเวณดังกล่าวอีก ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ด้าน นายณรงค์ สิงห์ฆฬะ รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัญหาอุบัติเหตุบริเวณโค้งคอเอนนั้น มีมานานแล้วตั้งแต่ตนเป็นเด็กจนถึงปัจจุบันบริเวณดังกล่าวก็ยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่ ซึ่งบางครั้งรถวิ่งมาด้วยความเร็วสูงแต่เข้าโค้งไม่ได้ก็ไปชนกับบ้านชาวบ้าน รถของชาวบ้าน ซึ่งมีอุบัติเหตุใหญ่เกิดขึ้นมาหลายครั้ง และที่เป็นห่วงบริเวณที่เกิดเหตุเป็นจุดที่นักเรียนเดินทางมารอ รถโดยสารหากมีรถแหกโค้งในช่วงดังกล่าวจะเกิดอะไรขึ้น จึงอยากให้เร่งแก้ปัญหาอุบัติเหตุในจุดดังกล่าวจะทำอย่างไรให้รถที่วิ่งเข้ามาวิ่งด้วยช้าลงถ้ารถวิ่งช้าลงก็จะสามารถช่วยได้ ขณะที่ นายสมนึก พาที ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านคอเอน ต.ไม้ขาว กล่าวว่าอย่างไรก็ตาม สำหรับปัญหาและข้อสรุปในการประชุมร่วมกันนั้นจะนำไปคุยกับชาวบ้านในชุมชนในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ซึ่งอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปร่วมด้วยและให้นำรูปแบบพิมพ์เขียวในการแก้ไขปัญหาไปแจ้งกับชาวบ้านซึ่งจุดนี้อยากให้แก้ปัญหาโดยเร็ว เพราะวันนี้ (21 พ.ย.) พบว่ายังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น |