|
|

|
|
เจ้าสาวบังกลาเทศปรี้ดแตก บอกเลิกเจ้าบ่าวกลางงาน
แต่งวันที่ 11/11/11 หลังถูกญาติทวงค่าสินสอด
|
|

|
|
ปินส์ฮือปะทะขบวนรถฮิลลารี
|
เจ้าสาวบังกลาเทศปรี้ดแตก บอกเลิกเจ้าบ่าวกลางงานแต่งวันที่ 11/11/11 หลังถูกญาติทวงค่าสินสอด

เจ้าบ่าวชาวบังกลาเทศรายหนึ่งซึ่งเลือกฤกษ์จัดงานแต่งงานในเวลา 11.11 น.ของวันที่ 11 พฤศจิกายน 2011 และหวังมีชีวิตคู่ที่มีความสุขและยืนยาว แต่ต้องฝันสลายเมื่อถูกเจ้าสาวบอกเลิกกลางงานแต่ง เนื่องจากโกรธที่ถูกญาติเจ้าบ่าวทวงสินสอด นายชอว์กัต ข่านไม่ทราบว่าเหตุใดเจ้าสาวจึงบอกเลิกหลังเข้าพิธี ขณะที่ฟาร์ซานา ยาสมิน กล่าวว่า เธอตัดสินใจบอกเลิกเพราะถูกครอบครัวเจ้าบ่าวเรียกร้องสินสอด ได้แก่ โทรทัศน์และตู้เย็น
นายข่านเปิดเผยว่า เขาตั้งใจทำให้โอกาสนี้เป็นช่วงเวลาที่พิเศษที่สุด แม้แต่การพิมพ์การ์ดเชิญราคาแพง อีกทั้งเชิญญาติมิตรจำนวนมากมาร่วมพิธีสมรส อดีตเจ้าบ่าววัย 32 ปี ยังกล่าวว่า เขาเลือกฤกษ์จัดงานแต่งงานในเวลา 11.11 น.วันที่ 11 พฤศจิกายน 2011 หวังมีชีวิตคู่ที่มีความสุขและยืนยาว งานพิธีซึ่งจัดที่มัสยิดเป็นไปอย่างราบรื่นและตรงตามเวลาที่กำหนด และเขาเชื่อว่าเลข 11 จะนำโชคมาให้แก่เขา
นายข่านซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนรายนี้ยังเปิดเผยว่า เขาวางแผนจัดพิธีฉลองสมรสในอีก 2 วันหลังจากนั้น เขาเฝ้ารอวันเวลาเช่นนี้มาแสนนาน แต่ไม่คิดว่ามันจะจบลงอย่างรวดเร็วและโหดร้ายเช่นนี้
ส่วนอดีตเจ้าสาววัย 27 ปีกล่าวว่า สาเหตุตัดสินใจบอกเลิกเพราะเธอไม่ต้องการมีชะตากรรมเดียวกับสตรีบังกลาเทศหลายพันคนที่ตกเป็นเหยื่อสินสอด หลายคนพากันยกย่องเธอที่ลุกขึ้นต่อต้านการให้สินสอด ซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายในบังกลาเทศแต่ยึดถือปฏิบัติกันมานาน ครอบครัวเจ้าสาวจะต้องมอบของขวัญราคาแพงให้แก่เจ้าบ่าว
ตำรวจคนหนึ่งยืนยันตามคำอ้างของเจ้าสาวว่า งานแต่งงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาล่มลง เมื่อป้าของเจ้าบ่าวเรียกร้องสินสอดจากเจ้าสาวในระหว่างพิธีสมรส เจ้าสาวหันไปถามเจ้าบ่าวว่า เห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้หรือไม่ และเมื่อเขาพยักหน้ารับเธอก็บอกเลิกทันที ด้านเจ้าบ่าวโต้ว่า มีฐานะดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องขอสินสอดจากเจ้าสาว
ปินส์ฮือปะทะขบวนรถฮิลลารี

เมื่อ 16 พ.ย. เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าผู้นำสหรัฐเยือนถิ่นยุทธศาสตร์สำคัญในเอเชีย-แปซิฟิก ว่า ช่วงที่นางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐเดินทางถึงฟิลิปปินส์ หน่วยรักษาความปลอดภัยของรัฐมนตรีหญิงเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ประท้วงฟิลิปปินส์อย่างดุเดือด จนขบวนรถนางฮิลลารีต้องเปลี่ยนเส้นทาง ขณะเดินทางไปทำเนียบประธานาธิบดีเพื่อพบนายเบนิกโน อาคีโน ผู้นำฟิลิปปินส์
ช่างภาพผู้เห็นเหตุการณ์เล่าถึงจังหวะชุลมุนว่ามีผู้ประท้วง 50 คนรุมโจมตีรถนำขบวน ด้วยการกระโดดถีบใส่รถตำรวจฟิลิปปินส์ และขว้างระเบิดบรรจุสีแดงใส่ ทำให้กลุ่มเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ และเจ้าหน้าที่อเมริกันอีก 1 นาย ออกมาจากรถพร้อมอาวุธปืนไรเฟิลเผชิญหน้ากับผู้ประท้วง แต่ไม่มีเสียงปืนลั่นขึ้น ภายหลังพบว่า เจ้าหน้าที่บางส่วนบาดเจ็บ และมีรถคันหนึ่งกระจกแตก พาหนะหลายคันเลอะสี ส่วนโฆษกสถานทูตอเมริกันและตำรวจกรุงมะนิลาต่างไม่ให้ความเห็นใดๆ ต่อเหตุการณ์ครั้งนี้
สำหรับกลุ่มผู้ประท้วงดังกล่าว ต่อต้านข้อตกลงระหว่างสหรัฐกับฟิลิปปินส์ที่เปิดทางให้ทหารอเมริกันได้รับสิทธิคุ้มครองพิเศษทางกฎหมายระหว่างที่มาเยือนฟิลิปปินส์ ซึ่งทำให้ชาวฟิลิปปินส์บางส่วนไม่พอใจ เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมา มีทหารอเมริกันก่อคดีอาชญากรรมต่อชาวฟิลิปปินส์
ด้านประธานาธิบดีบารัก โอบามา ซึ่งเดินทางไปออสเตรเลียและหารือกับนางจูเลีย กิลลาร์ด นายกรัฐมนตรี ร่วมกันแถลงข่าวที่กรุงแคนเบอร์รา ว่า ออสเตรเลียยินดีเปิดทางให้นาวิกโยธินสหรัฐ เคลื่อนกำลังมาประจำการได้ 2,500 นาย เพื่อเสริมความมั่นคงในภูมิภาค โดยปีหน้าจะมีชุดแรก 250 นายเดินทางมาก่อน และว่า ยุทธศาสตร์กระชับความสัมพันธ์กับเอเชีย-แปซิฟิก ไม่ได้ยกเว้นจีน แต่อยาก ส่งสารว่า การเติบโตของจีนต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ และเล่นตามกฎกติกา |