|
|

|
โชว์งานวิจัยแสงซินโครตรอนช่วยฟื้นฟูศิลปโบราณ
|
|

|
|
ฮาร์ดดิสก์สะเทือนตลาดไอที
|
โชว์งานวิจัยแสงซินโครตรอนช่วยฟื้นฟูศิลปโบราณ

นักวิจัย แสงซินโครตรอนตัวแทนประเทศไทย ได้รับเลือกเป็น1ใน14 ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก โชว์ผลวิจัย “กระจกเกรียบโบราณวัดพระแก้ว” ในที่ประชุมไอเออีเอ หวังดันงานวิจัยโบราณคดีเชิงลึกด้วยแสงซินโครตรอนร่วมฟื้นฟูงานช่างศิลป์โบราณ
นักวิจัย สซ. ได้รับเลือกจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ให้เป็น 1 ใน 14 ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเข้านำเสนอผลงานวิจัยจากแสงซินโครตรอนเชิงลึกในสาขามรดกทางวัฒนธรรม ค้นพบองค์ประกอบธาตุที่สำคัญของกระจกเกรียบโบราณวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง ที่มีเอกลักษณ์งดงามวิจิตร ผลวิจัยหวังร่วมฟื้นงานช่างศิลป์โบราณประดับกระจกแก้วของชาติที่สูญหาย พร้อมเชิญชวนนักวิชาการร่วมพัฒนางานวิจัยด้านโบราณคดีด้วยแสงซินโครตรอน
ดร.วันทนา คล้ายสุบรรณ์ ผู้จัดการระบบลำเลียงแสงที่ 8 สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ประเทศไทย ได้รับเกียติจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศหรือไอเออีเอ (IAEA : International Atomic Energy Agency) ให้เป็น 1 ใน 14 ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกที่เป็นตัวแทนประเทศเข้าร่วมประชุม “Applications of synchrotron radiation sources for compositional and structural characterization of objects in cultural heritage, forensics and materials science” จัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ IAEA กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 17–21 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบไปด้วยตัวแทนผู้เชี่ยวชาญในสาขามรดกทางวัฒนธรรม นิติวิทยาศาสตร์และวัสดุศาสตร์ จากประเทศสมาชิกไอเออีเอ ได้แก่ ประเทศฝรั่งเศส โปรตุเกส เบลเยี่ยม ออสเตรเลีย สาธารณรัฐเยอรมนี สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย เซอเบีย ยูเครน สหรัฐอเมริกา ออสเตรีย อิตาลี และประเทศไทย การประชุมนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ประโยชน์จากแสงซินโครตรอนได้นำเสนอสถานภาพปัจจุบันของการวิจัย การพัฒนา และแนวโน้มการใช้ประโยชน์ของแสงซินโครตรอนในงานวิจัยของทั้ง 3 สาขาดังกล่าวข้างต้น
ซึ่งในโอกาสนี้ ดร.วันทนา ได้นำเสนองานวิจัยกระจกเกรียบโบราณจากวัดพระศรีรัตนศาสดารามด้วยแสงซินโครตรอน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นกระจกที่มีเอกลักษณ์พิเศษแตกต่างจากที่เคยรู้จัก ประกอบกับความประทับใจในความวิจิตรงดงามของศิลปะการปิดทองประดับกระจกของช่างไทยโบราณ และได้บรรยายถึงศักยภาพของสถานีทดลองที่ 8 (BL 8) ของสถาบันฯ ที่ใช้แสงซินโครตรอนเพื่อตรวจสอบสมบัติทางเคมีและโครงสร้างระดับอะตอมของตัวอย่างวัตถุโบราณที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และประสบผลสำเสร็จในการวิเคราะห์ส่วนประกอบเชิงธาตุของกระจกเกรียบโบราณชุดนี้
โดยพบว่า เป็นแก้วผสมตะกั่วในปริมาณสูง (มากกว่า ¼ ส่วนของน้ำหนัก) และมีธาตุโลหะหลายชนิดเจือปนในปริมาณต่ำ (ประมาณ 1/100 ส่วนของน้ำหนัก) ผลการทดลองที่สำคัญอย่างยิ่งคือการค้นพบว่าธาตุทองแดง (Cu+) และโคบอลต์ (Co2+) ที่เจือปนอยู่นั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้กระจกแก้วเกิดเป็นสีแดงและสีฟ้า เป้าหมายสูงสุดของงานวิจัยนี้คือการคิดค้นสูตรแก้วและกระบวนการผลิตกระจกแก้วที่มีสีและสมบัติทางกายภาพใกล้เคียงกับกระจกเกรียบโบราณของไทยให้ได้มากที่สุด เริ่มจากการสังเคราะห์ในห้องปฏิบัติการกระทั่งสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสู่ภาคอุตสาหกรรมที่สนใจ เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูงานช่างศิลป์ประดับกระจกของชาติให้กลับคืนมาอีกครั้ง
ดร.วันทนา กล่าวอีกว่า “การได้เข้าร่วมประชุมไอเออีเอ ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการแสดงให้วงการวิจัยระดับแนวหน้าของโลกได้ทราบถึงศักยภาพของประเทศไทยในการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์โบราณคดีเชิงลึกได้ดีเช่นเดียวกัน แม้จะมีข้อกำจัดอยู่บ้างเนื่องจากเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนของประเทศไทยนั้นมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับเครื่องในต่างประเทศ” พร้อมนี้ ตนยังได้เสนอต่อที่ประชุมและ IAEA ในการพิจารณาจัดประชุมระดับนานาชาติ “Synchrotron radiation in Art and Archaeology (SR2A)” ขึ้นที่ประเทศในทวีปเอเชียบ้าง เนื่องจากที่ผ่านมาและกำหนดการในอีกสามปีข้างหน้ายังคงจัดเฉพาะในประเทศอเมริกาและประเทศในทวีปยุโรปเท่านั้น ดังนั้นจึงเสนอความเป็นไปได้ในการจัดการประชุม SR2A ในปี 2559 ขึ้นที่ประเทศไทยโดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนมีความพร้อมในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ และที่ประชุมได้มีมติตรงกันในการขอให้ IAEA สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับผู้เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยจากประเทศสมาชิกที่เป็นประเทศกำลังพัฒนา
สำหรับ ดร.วันทนา คล้ายสุบรรณ์ เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคนิคแสงซินโครตรอนในงานวิจัยทางด้านโบราณคดี ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 4 นักวิจัยที่ได้รับรางวัล ทุนวิจัย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” จาก บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด และองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ครั้งที่ 8 ประจำปี 2553 ในสาขาวัสดุศาสตร์ อีกทั้งยังประสบความสำเร็จในการใช้แสงซินโครตรอนศึกษาลูกปัดแก้วโบราณสีแดงอายุประมาณ 1300 ปีจากภาคใต้ของประเทศไทย
ผู้สนใจทำงานวิจัยทางด้านโบราณคดี โดยใช้แสงซินโครตรอน สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ดร.วันทนา คล้ายสุบรรณ์ ผู้จัดการระบบลำเลียงแสงที่ 8 สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) โทรศัพท์: 044-217-040 ต่อ 1490 โทรสาร: 044-217-047 E-mail:
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ฮาร์ดดิสก์สะเทือนตลาดไอที

ปัญหาน้ำท่วมโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์-อิเล็กทรอนิกส์ไทย สะเทือนตลาดไอทีโลก ล่าสุด 'ซีอีโอ แอปเปิล' รับกระทบคอมพิวเตอร์ 'แมค' ขณะที่ผู้ค้าไอทีไทย คาดจะเริ่มเห็นสินค้าขาดตลาดภายใน 3 สัปดาห์ ส่วน "นิคอน-แคนนอน" ยันน้ำท่วมโรงงานไม่ส่งผลการทำตลาดขณะนี้ รายงานข่าวจากบริษัทวิจัยไอดีซี ประเมินว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในไทยส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ที่ไทยมีกำลังการผลิต 1 ใน 3 ของโลก หรือเทียบเท่ากับ 120 ล้านฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ต่อปี โดยผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์รายใหญ่ของโลก ทั้งซีเกท เทคโนโลยี และเวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ป ต่างก็เตือนว่าซัพพลายจะชะลอตัว นายอรรถพล สาธิตคณิตกุล ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัยและที่ปรึกษาประจำประเทศไทย บริษัทไอดีซี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เหตุการณ์น้ำท่วมโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในไทยนั้นหากสามารถฟื้นฟูกลับมาภายในระยะเวลา 3 เดือน คิดว่าไม่น่าจะมีผลกระทบ หรือสร้างปัญหาสินค้าขาดตลาด แต่หากใช้เวลา 6 เดือน หรือ 2 ไตรมาสในการฟื้นตัวนั้นเชื่อว่าจะส่งผลให้ประสบปัญหาสินค้าขาดตลาดแน่นอน ด้านนายจอห์น มอนโร นักวิเคราะห์จากการ์ทเนอร์ กล่าวว่าปัญหาที่เกิดขึ้นรุนแรงมากและยังดำเนินต่อไป ซึ่งคาดว่าจะส่งผลไปจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า อย่างไรก็ดีเวลานี้สถานการณ์ยังไม่มีความแน่ชัด นายทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิล ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของโลก กล่าวอย่างค่อนข้างมั่นใจว่าจะเกิดการขาดแคลนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ทั่วทั้งอุตสาหกรรม แต่เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้โดยละเอียด จึงไม่สามารถบอกเวลาของการฟื้นตัว แต่เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบกับคอมพิวเตอร์แมคมากที่สุด ส่วนอุปกรณ์มือถือทั้งไอโฟนและไอแพดใช้แฟลชเมโมรีเป็นตัวเก็บข้อมูล นอกจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับโรงงานผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และฮาร์ดดิสก์ แล้วยังกระทบต่อสินค้าที่เข้ามาทำตลาดในไทย โดยนายอนุชิต บุญญลักษณ์ รองประธานอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาด บริษัทซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อเวสเทิร์น ดิจิตอล และเครื่องพิมพ์ หรือพรินเตอร์ ยี่ห้อแคนนอน เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำท่วมโรงงานผลิตสินค้าไอทีในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ จะส่งผลกระทบต่อสินค้าของผู้ผลิตที่เข้าสู่ตลาดแน่นอน โดยจะเริ่มเห็นผลภายหลังจากนี้ 3 สัปดาห์ เนื่องจากผู้ผลิตเหล่านี้ส่วนใหญ่จะผลิตออกมาแล้วส่งออกขายในตลาด โดยจะไม่ผลิตเพื่อเก็บสต๊อกสินค้าจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้รับแจ้งข้อมูลจากเวสเทิร์น ดิจิตอล และแคนนอน เกี่ยวกับผลกระทบของสินค้าเข้าสู่ตลาดไทย ขณะนี้รอบการสั่งออร์เดอร์สินค้าของบริษัทยังเป็นไปตามปกติ ส่วนในอนาคตยังไม่แน่นอนซึ่งต้องรอนโยบายจากทางผู้ผลิต แต่ในฐานะตัวแทนจำหน่ายคงไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากขายสินค้าหลายยี่ห้อ หากสินค้าขาดตลาด ก็หันไปผลักดันยี่ห้ออื่นมากขึ้น ขณะที่นายกฤชวัฒน์ วรวานิช รองประธานอาวุโส บริษัทคอมเซเว่น จำกัด ตัวแทนจำหน่ายฮาร์ดดิสก์ ยี่ห้อ "เวสเทิร์น ดิจิตอล" กล่าวว่า ขณะนี้ยอดการสั่งซื้อสินค้าจากทางเวสเทิร์นดิจิตอล หรือ ดับบลิวดี ยังเป็นไปตามปกติ และยังไม่ได้รับการแจ้งข้อมูลใดๆ จากทางดับบลิวดี ทั้งนี้คาดว่าอาจส่งผลให้สินค้าขาดตลาดอยู่บ้าง และคาดว่าจะไม่มีการขึ้นราคา เนื่องจากกลไกตลาดนี้มีการแข่งขันสูงทำให้ผู้ผลิตขึ้นราคาสินค้ายาก ด้านนายเคนจิ คุมาคิ ประธาน บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเช่นเดียวกันว่าโรงงานของนิคอนในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ไม่ส่งผลกระทบกับสินค้าที่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โดยโรงงานของนิคอน เป็นฐานการผลิตสินค้ากล้อง DSLR ในกลุ่ม DX Format รวมทั้งเลนส์ประเภทต่างๆ แห่งเดียวในประเทศไทย ส่วนสินค้าประเภทอื่นนั้นนิคอนมีโรงงานผลิตสินค้าภายใต้บริษัท นิคอนคอร์ปอเรชั่น ในประเทศญี่ปุ่น และประเทศจีน นอกจากนี้บริษัทและตัวแทนจำหน่ายได้เตรียมสต๊อกสินค้าเพื่อรองรับฤดูกาลขายในช่วงปลายปีไว้แล้ว ส่วนเรื่องราคาสินค้า จะเป็นไปตามกลไกตลาดซึ่งจะเป็นราคาที่แข่งขันได้ ดังนั้น สำหรับการปรับแผนการตลาด ขณะนี้กำลังประเมินความเสียหายและผลกระทบ และคงต้องรอให้ความเสียหายของโรงงานที่โรจนะ มีความชัดเจน ซึ่งในขณะนี้น้ำยังท่วมขังอยู่ รวมทั้งการวิเคราะห์จากผลกระทบที่เกิดกับตัวแทนจำหน่ายและผู้บริโภค ซึ่งในเบื้องต้นกระแสตอบรับที่ดี ทางบริษัทจึงดำเนินงานตามแผนการตลาดที่วางไว้ ส่วนนายวรินทร์ ตันติพงศ์พานิช ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานคอนซูเมอร์อิมเมจจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชัน บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าสถานการณ์น้ำท่วมโรงงานแคนนอนไฮเทค ที่นิคมอุตสาหกรรมไฮเทคนั้นยังไม่ส่งผลกระทบสินค้าที่จำหน่ายในประเทศไทยขณะนี้ โดยสินค้าหลักส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นโลว์เอนด์ที่ผลิตในเวียดนาม อย่างไรก็ตามมองว่าปัญหานี้อาจส่งผลกระทบอยู่บ้างจากสินค้าในรุ่นกลาง-บน ที่ผลิตที่โรงงานแคนนอนไฮเทค แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการแจ้งข้อมูลจากโรงงานแคนนอนไฮเทค |