ข่าวเด่นวันนี้

Head-Banner94.2012

BigBanner-2012

สถานีวิทยุ ออนไลน์ ฟังเพลงสดๆจากทุกสถานีโดยตรง Radio Online Live

101Radio_Onair ภาคีลูกทุ่งเพื่อชีวิต เอฟ.เอ็ม 93.50 MHz AS หลังสวน

เอฟ.เอ็ม101 MHz กระบี่

เอฟ.เอ็ม 94.0 MHz กระบี่

เอฟ.เอ็ม 93.50 MHz AS หลังสวน

Radiokrabi.com_News_4

Poo-Priministor

วิทยุเสียงจะนะ

ถ่ายทอดสภาวิทยุฯ กระบี่

Asia Update TV

เสียงจะนะ FM 98.50 MHz

โฆษณาสินค้ากับเราวันนี้Hot Merchandise

คลิ๊กดูรายละเอียด

Click Here

Click Here

คลิ๊กดูรายละเอียด

Click Here

อาหารทะเล สดๆทุกวัน ตรงข้านร้านจี้ออ

คลิ๊กดูรายละเอียด

Click Here

Click Here

เพลงฮิตที่คุณค้นหา

บริการขนส่ง กระบี่-กรุงเทพฯ-กระบี่ เปิดบริการทุกวัน

ออกแบบ ผลิตจำหน่ายผ้าบาติก สามแยกเทคนิค กระบี่

ห้องพักสะอาด ใจกลางเมืองกระบี่ ราคาคนไทย

คลิ๊กดูรายละเอียด

ท่องเที่ยวทะเลอันดามันกระบี่ด้วยเรือเฟอร์รี่ อันดามันปริ้นเซส

ออกแบบ จำหน่าย ซ่อม อุปกรณืผ้าม่านทุกชนิด ถ.มหาราช

Click Here

Click Here

Click Here

ออกแบ ติดตั้งและอุปกรณืไฟฟ้าทุกชนิด บริการให้คำปรึกษา ฟรี

บรรเทาปวดลดไข้ หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป

ลดไช้ บรรเทาปวด หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วๆไป

ประชาสัมพันธ์อย่างมีคุณภาพ

ท่องเที่ยว วันนี้ Tourism Today พิมพ์ อีเมล

Radiokrabi.com_TAT_1

ศูนย์อนุรักษ์ภูเก็ตชวนอาสาสมัครร่วมดำน้ำ

เก็บขยะใต้ทะเลอ่าวป่าตอง

Radiokrabi.com_TAT_2.1

บิ๊กททท.ชี้แม้ท่องเที่ยว สูญ 2.5 หมื่นล้าน

 แต่ยังมีโอกาสดันเป้าทัวริสต์ 19 ล้านคน

 ศูนย์อนุรักษ์ภูเก็ตชวนอาสาสมัครร่วมดำน้ำเก็บขยะใต้ทะเลอ่าวป่าตอง

 Radiokrabi.com_TAT_1

ภูเก็ต - ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 ชวนนักดำน้ำร่วมเก็บขยะใต้ทะเลอ่าวป่าตอง ภูเก็ต เผยแนวโน้มขยะในทะเลมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบทั้งแนวปะการังและสัตว์ทะเล
       
       นางสมหญิง พ่วงประสาน เจ้าพนักงานประมงชำนาญงาน ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 (จ.ภูเก็ต) สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการจัดโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชายหาดและท้องทะเลป่าตอง ครั้งที่ 21” ณ บริเวณสามแยกบางลา ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ตว่า ศูนย์อนุรักษ์ฯ ที่ 5 (จ.ภูเก็ต) ได้ร่วมกับเทศบาลเมืองป่าตอง สมาคมดำน้ำทีดีเอ (ประเทศไทย) อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต กำหนดจัดโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชายหาดและท้องทะเลป่าตอง ครั้งที่ 21 ขึ้นเพื่อรณรงค์เก็บขยะทำความสะอาดชายหาดและแนวปะการังอ่าวป่าตอง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต
       
       รวมทั้งเพื่อรณรงค์สร้างการมีส่วนร่วม สร้างจิตสำนึกให้กับประชาชน ชุมชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวอ่าวป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยกิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 16 ธ.ค.54 ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเชิญชวนนักดำน้ำที่สนใจเข้าร่วมโครงการ
       
       โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์อนุรักษ์ฯ ที่ 5 (จ.ภูเก็ต) โทรศัพท์ และโทรสาร 076-393566 เทศบาลเมืองป่าตอง โทรศัพท์ 0-7634-4275 โทรสาร 0-7634-4255, สมาคมดำน้ำ ทีดีเอ (ประเทศไทย) โทรศัพท์ 08-1417-0448 โทรสาร 0-7641-7064
       
       นางสมหญิงกล่าวต่อว่า อ่าวป่าตองเป็นอ่าวที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะภูเก็ต นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดภูเก็ตที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันเป็นอย่างดี มีหาดทรายที่ขาว เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ ความยาวของอ่าวป่าตองมีความยาว 13.40 กิโลเมตร อ่าวป่าตอง มีทรัพยากรธรรมชาติแนวปะการังที่สมบูรณ์เป็นแหล่งวางไข่เลี้ยงตัวอ่อนและเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ กุ้ง หอย ปู ปลา ฯลฯ
       
       ที่สำคัญเป็นแหล่งทำมาหากินของชาวประมง ที่นอกเหนือจากการทำประมงแล้วและยังมีอีกอาชีพหนึ่ง คือ การนำเรือพานักท่องเที่ยวเที่ยวชมแนวปะการังบริเวณอ่าวป่าตองหรือบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบนชายหาดและในน้ำที่หลากหลาย เช่น การเล่นสกีน้ำ การเล่น สกูตเตอร์ เรือลากร่มชูชีพ บานาน่าโบ๊ท เป็นต้น
       
       อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอ่าวป่าตองเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมากทำให้แนวปะการัง และบริเวณใกล้เคียงมีขยะมากตามไปด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า มีการทำการประมงอวนล้อม อวนลอย และอวนลาก ในบริเวณใกล้แนวปะการัง ทำให้ผืนอวนขาดปกคลุมอยู่บนแนวปะการังจำนวนมากส่งผลให้ปะการังบริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหาย และในบางครั้งยังพบสัตว์ทะเลเข้ามาเกยตื้นหน้าหาดอ่าวป่าตอง เช่น เต่าทะเลเนื่องจากติดเศษอวนหรือกินถุงพลาสติกที่ลอยอยู่ในทะเลเข้าไปเนื่องจากคิดว่าเป็นแมงกะพรุน ซึ่งขยะเหล่านี้นับวันจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นและมีส่วนสำคัญที่ทำให้ปะการังถูกทำลายเสียหาย ทำให้ทัศนียภาพใต้ท้องทะเลขาดความสวยงาม
       
       นางสมหญิงกล่าวต่อว่า การจัดกิจกรรมเก็บขยะในการรักษาความสะอาดบริเวณชายหาด การดำน้ำเก็บขยะบริเวณแนวปะการังและใต้ท้องทะเล เพื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์สร้างจิตสำนึก ให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว นักดำน้ำ ผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปทั้งในและนอกพื้นที่ให้เห็นความสำคัญของปัญหาขยะทะเลดังกล่าว จะทำให้เกิดความร่วมมือลดปริมาณขยะ กำจัด และทำลายขยะก่อนลงสู่ทะเล
       
       นอกจากนี้ การรณรงค์ให้มีการเก็บขยะในทะเลหรือที่ปกคลุมบนแนวปะการัง เป็นอีกแนวทางจะช่วยลดปริมาณขยะ ป้องกันความเสียหายของแนวปะการังและสัตว์ทะเลหายาก ทำให้ปะการังมีโอกาสฟื้นตัวและทัศนียภาพใต้ท้องทะเล มีความสวยงาม เป็นที่ประทับใจ แก่นักท่องเที่ยว และเป็นกระบวนการสำคัญเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

บิ๊กททท.ชี้แม้ท่องเที่ยว สูญ 2.5 หมื่นล้าน แต่ยังมีโอกาสดันเป้าทัวริสต์ 19 ล้านคน

 Radiokrabi.com_TAT_2.1

มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยรุนแรงมากน้อยแค่ไหน  เป้าหมายรายได้ที่ตั้งไว้ 7.2 แสนล้านจากจำนวนนักท่องเที่ยวในราว 19 ล้านคน จนถึง ณ ขณะนี้ ยังมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงมีแผนรับมือวิกฤติครั้งนี้อย่างไร  และ นายสุรพล  เศวตเศรณี ผู้ว่าการ ททท.  เชื่อมั่นว่า ยังมีโอกาสที่จะผลักดันนักท่องเที่ยวให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
+++ อุทกภัยกระทบต่อพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศแค่ไหน
        พื้นที่ท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องเป็นเวลากว่า  1  เดือนครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย จากการติดตามสถานการณ์ผลกระทบทางด้านการท่องเที่ยว จนถึงปัจจุบัน  พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเล็กน้อย  ได้แก่  ภาคเหนือ  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
        ภาคเหนือ  มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 3 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี นครสวรรค์ และพิจิตร ขณะนี้ ระดับน้ำในพื้นที่ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง และใกล้กับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว
        ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย โดยส่วนใหญ่น้ำท่วมในพื้นที่เกษตรกรรม และเส้นทางการคมนาคมย่อยบางส่วน  สำหรับแหล่งท่องเที่ยวได้รับผลกระทบเพียง 3 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และขอนแก่น
        แต่ผลกระทบของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในภาพรวม คือ การคมนาคมที่ถูกตัดขาดในเส้นทางหลักที่เข้าถึง โดยเฉพาะสายเอเชีย ทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบท รวมถึงการขนส่งสาธารณะ เช่น เส้นทางรถไฟสายเหนือ ที่ต้องงดให้บริการ     
        ภาคตะวันออก และภาคใต้  ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากส่งผลให้มีผู้ประสบเหตุอุทกภัยเดินทางไปพักผ่อนยังภูมิภาคตะวันออกเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา
        ภาคกลาง เป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด  มีทั้งหมด 12 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี นครปฐม สุพรรณบุรี ชัยนาท ฉะเชิงเทรา อ่างทอง และกรุงเทพฯ มีแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องงดให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่จำนวนมาก จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ พระนครศรีอยุธยา, นนทบุรี, ปทุมธานี และกรุงเทพฯ
++++ประเมินผลกระทบด้านท่องเที่ยวอย่างไร
        ททท. ได้มีการประเมินผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางรวมถึงกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมแผนการฟื้นฟูการท่องเที่ยว โดยประเมินเฉพาะเรื่องของอัตราการลดลงของการท่องเที่ยวและการเสียโอกาสทางธุรกิจ ขณะที่ความเสียหายทางกายภาพของแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบนั้น จะเป็นการประเมินจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมศิลปากร กรมป่าไม้ และกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 
        จากการประเมินผลกระทบในส่วนของททท.นั้น นับจากปลายเดือนกันยายน 2554 จนถึงปัจจุบัน เทียบกับฐานในปี 2553 โดยแบ่งแบบจำลองออกเป็น 3 สถานการณ์(ตารางประกอบ)ซึ่งประเมินว่าหากสถานการณ์ยุติลงภายในเดือนพฤศจิกายน คาดว่ารายได้จากไทยเที่ยวไทยและการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทย ทั้งสองตลาดจะหายไป 16,121 ล้านบาท  กรณีเลวร้ายสุดหากสถานการณ์จบเดือนธันวาคม รายได้จากการท่องเที่ยวจะหายไป 25,582.84 ล้านบาท 
        ทั้งนี้ ททท.ประเมินความเสียหายใน 3 ระดับคือ 1.เหตุการณ์สิ้นสุดในเดือนตุลาคม ก็จะกระทบไม่มาก แต่ ณ ขณะนี้ถือว่าผ่านสถานการณ์ที่ 1 ไปแล้ว และกำลังก้าวเข้าสู่สถานการณ์ที่ 2 คือ สถานการณ์น้ำท่วมสิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งคาดว่าโอกาสการสูญเสียทางการท่องเที่ยวในส่วนของไทยเที่ยวไทย จะหายไปกว่า 7,621.75 ล้านบาท จากการเดินทางที่หยุดชะงักไปกว่า 1,344,711 ล้านคนครั้ง  จากการเข้าถึงพื้นที่ท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม ความเสียหายในด้านของอุปสงค์หรือโรงแรมต่างๆที่ถูกน้ำท่วม รวมไปถึงการเดินทางที่ไม่สะดวก ประกอบกับกลุ่มที่มีกำลังซื้อจากกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี มีปัญหาน้ำท่วม จึงเกิดการชะงักในการท่องเที่ยว  ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะหายไปกว่า 220,000 คน สูญรายได้กว่า 8,500 ล้านบาท
        ขณะเดียวกันหากน้ำท่วมเลยเวลาไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคมนี้ ก็จะก้าวสู่สถานการณ์ที่ 3 ที่การท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด คือ นักท่องเที่ยวไทย จะลดลงไปราว6,936,525 คน สูญรายได้กว่า 13,582.84 ล้านบาท  ขณะที่นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ จะหายราว 300,000 คน สูญรายได้กว่า 12,000 ล้านบาท นั่นหมายถึงจะกระทบการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซัน 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้
        แต่อย่างไรก็ตามททท.ก็ยังเชื่อว่าเป้าหมายการตลาดในปีนี้ที่วางไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทย 18.5 ล้านคน น่าจะเกินเป้าหมายที่วางไว้และมีแนวโน้มจะถึง 19.1 ล้านคน  สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวราว 730,000 ล้านบาท แต่อาจจะลดลงไปราว 2% จากแนวโน้มที่คาดว่าหากไม่มีเหตุการณ์ใดๆการท่องเที่ยวในปีนี้น่าจะขยายตัวได้ 19.5 ล้านคน สร้างรายได้ 740,000 ล้านบาท
        การขยายตัวของการท่องเที่ยวในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา(มกราคม-กันยายน) การท่องเที่ยวไทยขยายตัวสูงมาก โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทยแล้ว 11,320,987 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 27.11% และททท.จะเร่งบริหารจัดการด้านการสื่อสารให้เกิดความสมดุลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว เชื่อว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ยังคงขยายตัวอยู่ และในปีหน้ายังจะคงเป้าหมายรายได้ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยว19.5 ล้านคน สร้างรายได้ 766,000 ล้านบาท เนื่องจากยังมีช่วงไฮซีซันอีก 2 เดือนคือเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ในปีหน้า และททท.จะเร่งกระตุ้นตลาดอย่างเต็มที่ 
 +++เตรียมแผนรับมืออย่างไร
        สิ่งที่ททท.ยังเป็นกังวลคือ ข่าวสารต่างๆที่ออกไป โดยเฉพาะภาพของสนามบินดอนเมืองและเครื่องบินของการบินไทยที่จอดอยู่ท่ามกลางน้ำท่วม  อาจทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจผิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้นว่าไม่สามารถเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยได้ และเข้าใจผิดว่าเป็นภาพของสนามบินสุวรรณภูมิถูกน้ำท่วม ดังนั้นสิ่งที่ททท.จะต้องคำนึงถึงคือการฟื้นฟูและเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบ โดยจะแบ่งแผนการฟื้นฟูการท่องเที่ยวออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ระยะที่ 1 จะเป็นการเตรียมความพร้อม ระยะที่ 2 เป็นการดำเนินการในช่วงเผชิญเหตุและระยะที่ 3 เป็นการฟื้นฟูหลังน้ำลด 
        สำหรับระยะที่ 1  ซึ่งททท.ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ การจัดตั้งศูนย์ไครซิส แมนเนจเม้นท์ ตั้งแต่เดือนกันยายน เพื่อติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ระยะที่ 2 ที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ คือ การเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ต้องมีทั้งการดำเนินการเชิงรุกและเชิงรับต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะเน้นเรื่องของการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลในเชิงสร้างสมดุล ให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบว่ามีจุดใดที่เที่ยวได้และมีกิจกรรมต่างๆในอีกหลายพื้นที่ยังคงจัดเป็นปกติและสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้
        รวมถึงการเสนอขายแหล่งท่องเที่ยวอื่นทดแทน โดยชี้แจงให้นักท่องเที่ยวรับทราบว่าประเทศไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมาย นอกเหนือจาก กรุงเทพฯ และอยุธยา อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย หาดใหญ่ พัทยา ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ และนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้โดยตรง ทั้งทางเครื่องบิน (เที่ยวบินประจำ/ เที่ยวบินเช่าเหมาลำ) และทางรถยนต์ ซึ่งมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวและมีความปลอดภัยจากเหตุการณ์อุทกภัยในขณะนี้อย่างแน่นอน
+++ ชี้แจงสื่อกรณีภาพน้ำท่วมสนามบินดอนเมืองอย่างไร
        ต้องสร้างความเข้าใจในเรื่องของสนามบินว่าเกิดขึ้นที่ดอนเมือง ไม่ใช่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเราต้องบริหารจัดการข่าวสารต่างๆ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจ ที่ต้องทำผ่านสื่อในทุกรูปแบบ ทั้งผ่านสื่อช่องทางปกติ โซเชียล มีเดียและสื่อสมัยใหม่ต่างๆ ซึ่งด้านบริหารจัดการสื่อออนไลน์  (Online Crisis Management) จะมีการประเมินและสำรวจข่าวที่จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านลบของประเทศไทยใน website travel news และ เว็บไซต์ข่าวต่างๆ ทั่วโลกกว่า 32,000 เว็บไซต์ 
        รวมถึงการสื่อสารผ่านชุมชนออนไลน์ที่ทรงอิทธิพลของโลกกว่า 200 เว็บไซต์ทั่วโลก อาทิ Tripadvisor,LonelyPlanet,IgoUgo,Sina เป็นต้น  พร้อมตอบข้อซักถาม และให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับนักท่องเที่ยวในภาษาต่าง ๆ ถึง 7 ภาษาคือ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และมาเลเซีย 
        ขณะเดียวกันจะมีการอัพเดตข้อมูลสถานการณ์ผ่านการจัดทำเว็บไซต์เฉพาะกิจ Thailand Tourism Update (www.thailandtourismupdate.com) สำหรับการรายงานข้อเท็จจริงที่ทันสถานการณ์ให้นักท่องเที่ยวทราบเป็นระยะ พร้อมทั้งแสดงตำแหน่งแผนที่ Flood Situation Update ทั้งของประเทศและของกรุงเทพฯ เพื่อให้ใช้เป็นข้อมูลในการเดินทางและหลีกเลี่ยง รวมถึงการจัดทำ Official Statement เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการต่างชาติ  โดย link เข้ากับเว็บไซต์ของแต่ละสำนักงานเพื่อเป็นช่องทางการเข้าถึง และให้ข้อมูลที่เป็นทิศทางเดียวกัน
        การสื่อสารผ่านเว็บไซต์ท่าของ ททท. Tourismthailand.org ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และภาษาท้องถิ่นต่างๆ โดยเน้นการนำเสนอข้อมูลด้านแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติน้ำท่วม อีกทั้งยังมีการนำเสนอภาพ High Light สดจากพื้นที่ชายหาดพัทยาเพื่อกระตุ้นการเดินทางของคนไทยและนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดหลักอาทิ จีน รัสเซียที่นิยมเดินทางไป และการจัดทำ Minisite Update ( www.tourismthailand.org/flood-relief )  โดยรวบรวมสถานที่พักทั่วประเทศเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในราคาพิเศษ ซึ่งเป็นการประสานความร่วมมือของสำนักงาน ททท.ในประเทศและภาคเอกชน สมาคมโรงแรมในภูมิภาค ชมรมการท่องเที่ยวในพื้นที่  ปัจจุบันมีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 540 ราย และได้กระจายข้อมูลไปแล้วในเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นหลัก  และเชิญชวนคนกรุงเทพฯได้ทำการอพยพกึ่งเที่ยว Evacation ไปยังสถานที่พักต่างๆ ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ เพื่อหลีกหนีความตระหนกและความเครียด
        หากเกิดสถานการณ์ ฉุกเฉิน นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือ ได้ที่ คอลล์ เซ็นเตอร์ ททท.1672  และตำรวจท่องเที่ยว 1155
+++การฟื้นฟูท่องเที่ยวหลังน้ำลดจะทำอย่างไร
        สิ่งที่ต้องดำเนินการจะต้องเน้นใน 2 เรื่อง คือ 1.การเยียวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการเสียโอกาสที่เกิดขึ้น ซึ่งทางธุรกิจก็คงจะนำเสนอขอความช่วยเหลือผ่านสมาคมต่างๆ เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาช่วยเหลือด้านเงินกู้ หรือมีนโยบายด้านภาษีมาช่วย และ2.จะเป็นเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและการเดินทางมาเที่ยวไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยแผนดำเนินการภายหลังวิกฤติสถานการณ์ ททท.จะร่วมกับผู้ประกอบการเอกชนจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นตลาดเป้าหมายหลักในทุกรูปแบบ 
        ได้แก่ การจัดสัมมนา (sales seminar Front Liners Agents)  โดยนำพนักงานส่วนหน้าของบริษัทนำเที่ยวจากทุกตลาด ได้แก่ อินเดีย   ออสเตรเลีย  มาเลเซีย อินโดนีเซีย   เวียดนาม ฯลฯ เพื่อมารับทราบข้อมูลภายหลังวิกฤติน้ำท่วม การสนับสนุนการถ่ายทำรายการโทรทัศน์ /สารคดีท่องเที่ยวของคณะสื่อมวลชนต่างประเทศ  การกระตุ้นตลาดผ่านกลยุทธ์เซเลบริตี มาร์เก็ตติ้ง   การเข้าร่วมงานเทรดโชว์ และโรดโชว์ เช่น งาน CITM เพื่อกระตุ้นตลาดจีน  Road Show ในงาน Pre-WTM  และจะเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายการท่องเที่ยว WTM ในสัปดาห์หน้าที่สหราชอาณาจักร  การจัดแฟมทริปกลุ่มตัวแทนบริษัทนำเที่ยวและสื่อมวลชนจากตลาดพื้นที่หลัก มาทัศนศึกษา สำรวจความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งเส้นทางสีเขียว Green Route พร้อมจัดกิจกรรมพบปะกับผู้ประกอบการของไทย เพื่อเป็นโอกาสเจรจาธุรกิจซื้อ-ขายในระยะยาว
        ขณะที่การกระตุ้นตลาดต่างประเทศในเชิงรุกที่ททท.จะเน้นตลาดกลุ่มเป้าหมายหลัก และเป็นตลาดระยะใกล้   ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง จีน  อินเดีย เช่น ตลาดจีน จะร่วมกับสายการบินจัด CharterFlight จากซีอาน-ภูเก็ต ทุก 6 วัน/ ไถ่หยวน - กรุงเทพฯ /เจิ้งโจว - กรุงเทพฯ สัปดาห์ละ  2 เที่ยวบิน ร่วมกับสายการบิน China Eastern Airline  ขยายเส้นทางปักกิ่ง-คุนหมิง-ภูเก็ต การแจ้งข้อมูลปัจจุบันแก่นักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงผ่านเว็บไซต์ www.amazingthailand.org.hk
        ด้านตลาดเกาหลี - จัดกิจกรรม Power Blogger Contest โดยใช้พลังของนักเขียนบล็อกเพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีเดินทางกลับไปเที่ยวเมืองไทย ตลาดญี่ปุ่น จะเน้นเข้าร่วมงานอีเว้นต์ / งานสัมมนากลุ่มผู้ประกอบการที่พักพำนักระยะยาว  Long Stay  เพื่อชี้แจงข้อมูล การแข่งขันกอล์ฟ ทำให้ผู้เดินทางเห็นข้อเท็จจริง ว่ายังมีพื้นที่ที่สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย Update ข้อมูลสถานการณ์ผ่านสื่อท้องถิ่นเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวใน SUN-TV , หนังสือพิมพ์ Asahi และ Chunichi รวมทั้ง Travel Vision Link เพื่อเป็นช่องทางการให้ข้อมูลข่าวสารการเดินทาง  เป็นต้น           
        ส่วนตลาดอินเดีย จะเจรจากับบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่เพื่อเปลี่ยนเส้นทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ได้รับผลกระทบ  ทั้งนี้ นักท่องเที่ยว ซึ่งตลาดอินเดียและศรีลังกาส่วนใหญ่ไม่อ่อนไหวกับเหตุวิกฤติมากนัก และกว่า 70% ยังคงยืนยันการเดินทางตามกำหนดการเดิม ยกเว้นกลุ่มครอบครัวที่มีเด็กเล็กเดินทางด้วย ซึ่งจะเลื่อนการเดินทางออกไปก่อน 
        ในส่วนของการกระตุ้นตลาดในประเทศก็จะมีหลายโครงการที่จะดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ"ขับรถเที่ยวภาคกลาง"  "เที่ยวเหนือสืบสานโครงการพระราชดำริ""เที่ยวบึงบอระเพ็ด เมืองหลวงนกน้ำ" รวมทั้งกิจกรรมในเชิง CSR  หรือ ท่องเที่ยวจิตอาสา คาราวานนำเที่ยว ช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่าง ๆ  ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศความเคลื่อนไหวการท่องเที่ยวภายในประเทศให้คึกคักมากขึ้น และเรียกความมั่นใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้กลับเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยได้ตามปกติ
        ทั้งหมดเป็นกลยุทธ์ในการสร้างโอกาสกระตุ้นการท่องเที่ยวท่ามกลางวิกฤติที่เกิดขึ้น

 

โฆษณากับเราวันนี้

ติดต่อโฆษณากับเรา
075 612 317 , 081 089 8381 

RADIO SHOP LOGO1

เรดิโอ ช็อป ศูนย์สมุนไพรครบวงจร

คาวตอง แม็กซ์

Kaothong_Web2

FB_Battery_1

Banner 2010

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities.

Why should I upgrade to Internet Explorer 7? Microsoft has redesigned Internet Explorer from the ground up, with better security, new capabilities, and a whole new interface. Many changes resulted from the feedback of millions of users who tested prerelease versions of the new browser. The most compelling reason to upgrade is the improved security. The Internet of today is not the Internet of five years ago. There are dangers that simply didn't exist back in 2001, when Internet Explorer 6 was released to the world. Internet Explorer 7 makes surfing the web fundamentally safer by offering greater protection against viruses, spyware, and other online risks.

Get free downloads for Internet Explorer 7, including recommended updates as they become available. To download Internet Explorer 7 in the language of your choice, please visit the Internet Explorer 7 worldwide page.