|
|

|
|
กิตติรัตน์ มั่นใจไม่มีน้ำท่วมใหญ่อีก ชี้ไม่ควรโยนผิดให้รัฐบาล
|
|

|
|
วาฬหัวทุย 22 ตัวเกยตื้นตายหมู่บนหาดในออสเตรเลีย
|
กิตติรัตน์ มั่นใจไม่มีน้ำท่วมใหญ่อีก ชี้ไม่ควรโยนผิดให้รัฐบาล

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยในที่ประชุมเอเปคว่า ประเทศไทยจะไม่มีน้ำท่วมใหญ่อย่างทุกวันนี้อีก และยืนยันว่า ไม่ควรโทษรัฐบาลว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้ำท่วม...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 14 พ.ย. ว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยเป็นผู้แทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทยไปร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือ เอเปค ที่เมืองโฮโนลูลู มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา และจากเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปี ที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ถูกซักถามถึงความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่ออนาคตของไทย โดยนายกิตติรัตน์ ระบุว่า เหตุน้ำท่วมใหญ่แบบนี้ จะไม่เกิดขึ้นอีก
นายกิตติรัตน์ บอกต่อผู้สื่อข่าวในการประชุมว่า ประเทศไทยมีมาตรการในการจัดการน้ำระยะสั้นซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ และมีโครงการบริหารจัดการน้ำระยะยาวที่กำลังอยู่ในช่วงการวางแผน ทำให้นายกิตติรัตน์มีความมั่นใจอย่างมากว่า เหตุการณ์น้ำท่วมแบบนี้ จะไม่เกิดขึ้นอีก
นายกิตติรัฐยังบอกอีกว่า ไม่ควรโทษว่ารัฐบาลไทยเป็นต้นเหตุของน้ำท่วม และโยนความรับผิดชอบต่อความเสียหายของบริษัทต่างชาติที่เสียหายจากน้ำท่วมมาให้รัฐบาลฝ่ายเดียว และหากถามว่ารัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการทำผิดต่อหน้าที่ การบริหารจัดการที่ผิดพลาด และการปล่อยปละละเลยหรือไม่ ต้องบอกว่า ไม่มีข้อมูลชัดเจนที่ทำให้เชื่อแบบนั้น และบรรดานักธุรกิจก็ควรจะมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้เช่นกัน
ขณะที่ นายยูกิโอะ เอดาโนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของประเทศญี่ปุ่น ได้หารือกับนายกิตติรัตน์ และร้องขอให้รัฐบาลไทยเร่งทำการสูบน้ำออกจากโรงงานญี่ปุ่นที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมโดยเร็วที่สุด และขอให้อำนวยความสะดวกในเรื่องของวีซ่า เพื่อที่วิศวกรของญี่ปุ่นจะได้สามารถเดินทางเข้าประเทศไทย และกู้กำลังการผลิตกลับมาให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ นายเอดาโนะยังให้คำมั่นว่า จะให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูประเทศไทยในระยะยาวอย่างเต็มที่
วาฬหัวทุย 22 ตัวเกยตื้นตายหมู่บนหาดในออสเตรเลีย

อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่าออสเตรเลีย เผย วาฬหัวทุยเกยหาดแห่งหนึ่งบนเกาะแทสเมเนีย สิ้นใจตายหมู่แล้ว 22 ตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งช่วยชีวิตวาฬอีก 2 ตัว ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ให้กลับคืนสู่ท้องทะเลได้ทันเวลา ผู้เชี่ยวชาญสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลไปยังจุดเกิดเหตุในอ่าวแมคควารี ที่สเตรฮัน ชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐแทสเมเนีย แต่ความพยายามของหน่วยกู้ภัยต้องชะงักด้วยสภาพอากาศเลวร้าย วาฬหัวทุย 22 ตัว ซึ่งแต่ละตัวมีน้ำหนักราว 2 ตัน ขนาดยาวถึง 12 เมตร ขึ้นมาเกยฝั่งโอเชียน บีช ใกล้กับสเตรฮัน เมื่อวันเสาร์ (12) ที่ผ่านมา ตายหมดแล้ว ขณะที่วาฬอีก 4 ตัวว่ายหลงเข้าไปในอ่าวดังกล่าว และติดอยู่บริเวณสันดอนทราย แต่เจ้าหน้าที่สามารถช่วยให้วาฬ 2 ตัวกลับสู่ท้องทะเลได้สำเร็จแล้ว ทว่า ยังเหลืออีก 2 ตัวเกยตื้นอยู่ นอกจากนี้ ยังมีวาฬมิงค์ 2 ตัวเจอปัญหาเดียวกัน ในบริเวณใกล้เคียง แต่โชคร้ายต้องตายไปก่อน คริส อาร์เธอร์ ผู้ควบคุมดูแลเหตุการณ์ในอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่าแทสเมเนีย เผยว่า วาฬหัวทุยมีขนาดใหญ่โตมากจนอาสาสมัครไม่สามารถดึงมันกลับสู่ทะเลน้ำลึกได้อย่างง่ายดาย จึงจำเป็นต้องใช้ปฏิบัติการช่วยชีวิตที่ซับซ้อนขึ้นแทน อย่างไรก็ตาม อาร์เธอร์ กล่าวว่า สภาพอากาศกำลังเลวร้ายลง โดยมีทั้งคลื่นลมทะเลรุนแรง ทำให้ความพยายามในการพาวาฬอีก 2 ตัวทีเหลือกลับทะเลนั้นต้องถูกเลื่อนออกไปจนถึงวันอังคาร (15) หรือจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้น เขายังเสริมว่า วาฬ 2 ตัวนั้นมีอาการเหนื่อยอ่อน แต่พวกมันก็ยังสะบัดครีบ และเป่าน้ำได้อยู่ ซึ่งเชื่อว่าพวกมันยังสามารถรอดชีวิตไปได้อีกอย่างน้อย 2-3 วัน อีกปัญหาในการช่วยเหลือวาฬเหล่านี้ คือ ในสเตรฮันมีช่องแคบที่มีความแปรปรวน ถูกเรียกว่า เฮลล์เกตส์ หรือประตูนรก ซึ่งวาฬจะต้องผ่านไปเพื่อกลับสู่ทะเลน้ำลึก แต่อาร์เธอร์ก็มั่นใจว่าเจ้าสัตว์ทะเลยักษ์ทั้งสองนี้จะกลับคืนธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย สำหรับซากวาฬที่ตายแล้ว 22 ตัวยังคงนอนเกลื่อนชายหาด โดยต้องปล่อยให้เน่าเปื่อยเช่นนี้้ เนื่องจากพวกมันมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะเคลื่อนย้ายไปฝังที่อื่น แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้เก็บตัวอย่างชิ้นส่วนวาฬไปตรวจสอบแล้ว |