|
|

|

|
|
อำเภออ่าวลึกจัดงานรักอ่าวลึกปี 54 ปีที่ 5 เฉลิมพระเกียรติ ฯ ยิ่งใหญ่
|
เยอรมนี–สแกนดิเนเวียนแห่เที่ยวกระบี่ และอันดามัน
|
|

|

|
|
ประกบยิงเจ้าของเวทีมวยลันตาดับคาที
|
โจรแสบเจาะเซฟตู้เอทีเอ็มพาณิชย์ใน พื้นที่ อ.เมือง จ.กระบี่ หอบเงินสด 2.1 ล้าน
|
|

|

|
|
พายุพัดถล่มเกาะลิบงดินสไลด์ปิดทับถนน บ้าน ร้านค้า เสียหายกว่า 2 ล้าน
|
รวบสองโจ๋ลวงแท็กซี่ฆ่าชิงทรัพย์ข้ามจังหวัด
|
อำเภออ่าวลึกจัดงานรักอ่าวลึกปี 54 ปีที่ 5 เฉลิมพระเกียรติ ฯ ยิ่งใหญ่

นายประสิทธิ์ ภูชัชวนิชกุล นายอำเภออ่าวลึก กล่าวว่าในปีนี้อีกครั้งหนึ่งอำเภออ่าวลึก จะจัดให้มีงานรักอ่าวลึก เป็นปีที่ ๕ รูปแบบการจัดงาน สำหรับปีนี้จะจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เพื่อเป็นการเฉลิม ๘๔ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รูปแบบการจัดงานยังคงแนวคิดย้อนยุคเช่นเดิม นอกจากนั้นยังมีการนำวัฒนธรรมพื้นบ้าน และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ศิลปะการแสดงพื้นบ้านของแต่ละตำบลมาเป็นไฮไลท์ ในแต่ละขนำและลานวัฒนธรรม งานจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๓ - ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ บริเวณที่ว่าการอำเภออ่าวลึก ตำบลอ่าวลึกใต้ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ ๑. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนน้อมนำพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มาประพฤติปฏิบัติอันจะก่อให้เกิดความผาสุก ความสงบร่มเย็นแก่บ้านเมือง ๒. เพื่อปลูกจิตสำนึก สืบทอด อนุรักษ์ช่างฝีมือท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้มีการสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรม ๓. เสริมสร้างความสามัคคีในการทำกิจกรรมร่วมกันคงอยู่สืบไป ๔. เพื่อผนึกกำลังทุกภาคส่วนให้เป็นหนึ่งเดียวในการร่วมกันพัฒนาอำเภออ่าวลึก ๕. เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในมรดกและวัฒนธรรมของคนอ่าวลึก
นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พิพิธภัณฑ์ชุมชน ภาพถ่ายเก่า เล่าเรื่องเมืองอ่าวลึก นิทรรศการการท่องเที่ยว นิทรรศการเรื่องปาล์มน้ำมันและยางพารา พืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดกระบี่ ชมการสาธิตการแกะสลักผักและผลไม้ การร้อยมาลัย ถนนคนเดิน ตลาดย้อนยุค แฟชั่นย้อนยุค เศรษฐกิจสร้างสรรค์จากผลิตภัณฑ์ชุมชนอ่าวลึก จึงขอเชิญชวน นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และเพื่อให้งาน รักอ่าวลึก มีสีสัน มีเอกลักษณ์ จึงขอเชิญชวนทุกท่านแต่งกายย้อนยุค เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศและกิจกรรมของงาน รับรองว่างานสนุก มีสีสัน ย้อนยุค มีเอกลักษณ์ และแถมได้ความรู้ เกิดความรัก ในถิ่นฐานบ้านเกิดอีกด้วย และมีทีเด็ดขบวนแห่พิธีเปิดในวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ ช่วงเย็นมีเซอร์ไพร์แน่นอนครับ ------------------------------------ สำหรับท่านที่สนใจติดต่อ ที่ว่าการอำเภออ่าวลึก โทร.075-681361,075-681892,089-7248343
หมายเหตุ ขอเชิญชวนผู้ร่วมงานแต่งกายย้อนยุคให้เข้ากับบรรยากาศงานรักอ่าวลึก เช่น - สุภาพบุรุษ การแต่งกาย ผ้าไทย โสร่งฯ - สุภาพสตรี การแต่งกายผ้าปาเต๊ะ เสื้อลูกไม้ เสื้อคอกระเช้าฯลฯ
เยอรมนี–สแกนดิเนเวียนแห่เที่ยวกระบี่ และอันดามัน

ทัวร์ต่างชาติ เยอรมนี – สแกนดิเนเวียน แห่เที่ยวทะเลอันดามันคึกคัก ด้านททท.เตรียมต้อนรับใหญ่คณะผู้บริหารบริษัททัวร์-สื่อต่างชาติ
วันนี้ ( 11 พ.ย.) นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า บรรยากาศด้านการท่องเที่ยวขณะนี้ยังคงเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ที่ยังคงมีการขับเคลื่อนไปตามสภาวะ และล่าสุดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา บริษัทนำเที่ยว ทุย (TUI) ผู้ประกอบการนำเที่ยวรายใหญ่ของยุโรป ได้ร่วมกับ ททท. สำนักงานแฟรงค์เฟิร์ต นำสื่อมวลชน และผู้แทนบริษัทนำเที่ยวซึ่งขายรายการท่องเที่ยวสู่ไทย จำนวน120 ราย เดินทางมาสำรวจแหล่งท่องเที่ยวใน จังหวัดภูเก็ต – พังงา และ กระบี่ เพื่อได้เห็นข้อเท็จจริงว่า แหล่งท่องเที่ยวดังกล่าวยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้
ขณะเดียวกันในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 ททท. สำนักงานสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ได้ร่วมกับบริษัทการบินไทย จำกัด เปิดเที่ยวเปิดปฐมฤกษ์ ที่บินตรงระหว่างกรุงโคเปนเฮนเกน สู่จังหวัดภูเก็ต โดยได้เชิญผู้บริหารธุรกิจนำเที่ยวชั้นนำจากประเทศเดนมาร์ก เดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะภูเก็ต อ่าวพังงา และเกาะพีพี เพื่อให้เกิดความมั่นใจที่จะขายรายการนำเที่ยวมายังประเทศไทย
นายสุรพล ยังเผยอีกว่าในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ไปจนถึงต้นปีหน้า ซึ่งถือเป็นฤดูท่องเที่ยวของไทย อัตราการจองห้องพักในพื้นที่ 3 จังหวัดอันดามัน คือ ภูเก็ต พังงา กระบี่ สูงถึงร้อยละ 85 เนื่องจากผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวต่างทราบดีว่า พื้นที่แถบอันดามันไม่ ประสบปัญหาอุทกภัย สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้
สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวจากเยอรมนี ล่าสุดมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวน 556,852 คน สร้างรายได้เข้าประเทศ 31,733 ล้านบาท ส่วนนักท่องเที่ยวเดนมาร์กเดินทางเข้ามา 150,300 คน มีรายได้ 8,169 ล้านบาท
ประกบยิงเจ้าของเวทีมวยลันตาดับคาที
 กระบี่-คนร้ายประกบยิงโหดฆ่าเจ้าของเวทีมวยชื่อดังเกาะลันตาดับคาที่ส่วนเมียสาหัสขณะขับฟอร์จูนเนอร์กลับบ้าน คาดปมขัดแย้งส่วนตัวกับนายหน้าค้าที่ดิน พ.ต.ท.ดนัยทร ใจสบาย สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เกาะลันตา จ.กระบี่ รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต เหตุเกิดที่ริมถนนสายเกาะลันตา-ศาลาด่าน หมู่ที่ 2 ต.ศาลาด่าน จากนั้นเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมยศ สีหาบัว ผกก. พ.ต.ท.สุวิทย์ จันทร์ภูมริมทร์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.พิสิทธิ์ ปากบารา สวป. แพทย์เวรโรงพยาบาลเกาะลันตา และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ร่วมในการตรวจสอบ ไปถึงที่เกิดเหตุพบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน กย.775 สงขลา จอดเสียหลักอยู่ริมถนนหน้าบ้านเลขที่ 104 หมู่ 2 ต.ศาลาด่าน อ.เกาะลันตา ส่วนด้านในพบที่เบาะนั่งคนขับ พบศพนายด้าหนาน ก๊กใหญ่ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 ม.2 สภาพสวมเสื้อยืดแขนสั้น สีครีม สวมกางเกงวอมขายาวสีน้ำเงิน ชันสูตรถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ด้านขวา จำนวน 4 นัด ฟุบไปทางด้านซ้าย ส่วนผู้บาดเจ็บถูกยิงเข้าขาข้างขวาทะลุขาข้างซ้าย ทราบชื่อต่อมาคือนางดรุณี ก๊กใหญ่ อายุ 43 ปี ภรรยาผู้ตาย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล ส่วนอีกคนไม่ได้รับบาดเจ็บแต่นั่งมาด้วย ทราบชื่อคือนายชม กล้าปราบโจร อายุ 54 ปี บ้านอยู่ จ.นครศรีธรรมราช และจากการตรวจสอบรถยนต์ของผู้ตายพบที่กระจกด้านขวาถูกยิงทะลุหลายนับสิบรู ส่วนประตูหลังด้านขวามีรอยถูกยิงอีก 1 นัด ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 3 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนนายชม ให้การว่า ผู้ตายเป็นเจ้าของเวทีมวยเกาะลันตา ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้มาดูการชกมวยที่เวที ซึ่งจัดมวยนับสิบคู่ เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจากนั้นเมื่อมวยจบ ได้ขับรถกลับบ้านพักโดยมีผู้ตายเป็นคนขับส่วนตนนั่งด้านข้าง และภรรยาผู้ตายนั่งมาเบาะหลัง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ขณะจะเลี้ยวรถเข้าบ้าน ได้มีรถยนต์กระบะไม่ทราบสี ยี่ห้อ ตอนครึ่ง ขับมาเบียดทางด้านขวาอย่างรวดเร็วจากนั้น คนร้ายที่นั่งมาด้านหน้า และที่ท้ายรถกระบะ ได้ใช้ปืนไม่ทราบยี่ห้อถล่มยิงใส่ไม่ยั้ง ตนก้มลงไปมุดอยู่ด้านล่างเบาะหน้า จึงรอดจากคมกระสุนจากนั้นคนร้ายได้ขับหนีไปอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายได้ขับรถติดตามผู้ตายมาก่อนที่จะลงมือสังหาร ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าคนตายเมื่อ 9 เดือนที่ผ่านมา ได้ถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสมาแล้วครั้งหนึ่ง เหตุเกิดที่สภ.คลองเต็ง จ.ตรัง ก่อนที่จะมาถูกยิงตายในครั้งนี้ ส่วนประเด็นการสังหาร น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุที่ผ่านมา ซึ่งผู้ตายอาจไปมีปัญหาขัดแย้งกับผู้อื่น ซึ่งจะได้สอบสวนต่อไป
โจรแสบเจาะเซฟตู้เอทีเอ็มพาณิชย์ใน พื้นที่ อ.เมือง จ.กระบี่ หอบเงินสด 2.1 ล้าน

โจรใช้วิธีตัดระบบสัญญาณ แล้วลงมือเจาะเซฟตู้เอทีเอ็ม ของแบงก์ไทยพาณิชย์ใน พื้นที่ อ.เมือง จ.กระบี่ หอบเงินสด 2.1 ล้านหนีสบาย หลังสำนักงานใหญ่พบสิ่งผิดปกติ แต่ไม่มีใครไปตรวจสอบ...
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 พ.ย. 54 ร.ต.ท.นิวัต ทิมเกตุ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ พร้อมชุดสืบสวนตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานวิทยาการจังหวัดกระบี่ เข้าตรวจสอบตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ติดตั้งอยู่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ ตลาดเก่า ถ.ศรีตรัง ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ ฝั่งตรงข้ามกับสนามกีฬากลางจังหวัดกระบี่ หลังรับแจ้งว่าถูกคนร้าย งัดตู้เอทีเอ็มและกวาดเงินสดไปกว่า 2 ล้านบาท
จากการตรวจสอบที่บริเวณด้านหลังตู้เอทีเอ็ม พบว่า ที่ฝาตู้เซฟเก็บเงิน มีร่องรอยถูกเจาะด้วยแก๊สตัดเหล็กเป็นรอยไหม้ ทะลุเป็นช่องสี่เหลี่ยม กว้างประมาณ 20x50 ซม. ภายในพบว่ากล่องเก็บธนบัตรใบละ 1,000 บาท จำนวน 2 กล่องได้หายไป ซึ่งจากการตรวจสอบ ของเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ทราบว่า กล่องทั้งสองใบที่หายไปมีเงินอยู่ทั้งหมด 2,194,000 บาท ส่วนกล่องเก็บเงินที่เหลืออยู่ 2 ใบเป็นที่เก็บธนบัตรใบละ 100 บาทและใบละ 500 บาท พบว่ามีเงินสดเหลืออยู่ ทั้งหมด 430,000 บาท ห่างจากตู้ประมาณ 1 เมตร พบชุดไซเรนตรวจจับความร้อนของตู้เอทีเอ็ม ตกอยู่ 1 ชุด เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เวลา 16.55 น. วันที่ 11 พ.ย. เจ้าหน้าที่ ของบริษัท ทีโอที ได้รับแจ้งจากธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ว่า ระบบตู้เอทีเอ็ม ที่อยู่บริเวณหน้าปั๊มคาลเท็กซ์ ตลาดเก่า เกิดการขัดข้อง ต่อมาเวลาประมาณ 10.00 น. วันนี้ เจ้าหน้าที่ทีโอที จึงได้ทำการตรวจสอบ พบว่าตู้เอทีเอ็มถูกงัดแล้ว จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่า คนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน ได้มีการวางแผนเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันปั๊มน้ำมันก็อยู่ระหว่างปิดปรับปรุง คนร้ายจึงทำการแอบตัดระบบไฟฟ้าของตู้เอทีเอ็ม ใช้แก๊สตัดเหล็กเจาะตู้เอทีเอ็ม ตรงชั้นเก็บเงิน และดึงกล่องเก็บเงินสดหลบหนี เจ้าหน้าที่พยายาม ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งที่ตู้ดังกล่าว แต่ปรากฏว่า ขณะเกิดเหตุระบบไฟฟ้าถูกตัด เครื่องไม่ทำงาน และชุดไซเรนตรวจจับความร้อนก็ถูกทำลาย จึงทำให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความลำบาก อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะเร่งทำการสืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
พายุพัดถล่มเกาะลิบงดินสไลด์ปิดทับถนน บ้าน ร้านค้า เสียหายกว่า 2 ล้าน

ตรัง - พายุพัดถล่มบ้านเรือนชาวเกาะลิบง เสียหายยับ 3 หลัง รวมทั้งร้านค้าอีก 4-5 หลัง มูลค่ากว่า 2ล้าน ดินสไลด์ปิดทับถนน ขณะที่นายอำเภอกันตัง มอบนายก อบต.เกาะลิบง นำช่างโยธานำแบ็กโฮเกลี่ยดินแล้ว พร้อมสั่งเร่งสำรวจความเสียหายเยียวยาชาวบ้านไร้ที่อยู่ วันนี้(12 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกรรโชกแรงพัดบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่หมู่ 4 บ้านบาตูปูเต๊ะ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้มุงหลังคากระเบื้อง อยู่ติดกับชายหาด จนได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 3 หลัง จนต้องอพยพไปอยู่บ้านญาติใกล้กัน นอกจากนั้น ยังมีรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ห่างออกไปอีก 400 เมตร ยังมีร้านค้าบนฝั่งอีก ประมาณ 4-5 หลัง ที่ได้รับความเสียหายบางส่วนจนข้าวของได้รับความเสียหาย และน้ำยังได้ท่วมร้านค้าอีก ประมาณ 30-40 ซม.เนื่องจากมีน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำระบายไหลลงทะเลไม่ทัน ในพื้นที่หมู่ 5 บ้านหลังเขา ต.เกาะลิบง อ.กันตัง ได้มีดินสไลด์ที่ อบจ.ตรัง เข้าไปทำถนนไหลมาปิดทับถนนเส้นทางหลักในหมู่บ้าน ระยะทางยาวประมาณ 1.5 กม.ทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ นายวิสิฐ ตั้งปอง นายอำเภอกันตัง ได้มอบหมายสั่งการให้นายชูศักดิ์ ชุมคง นายก อบต.เกาะลิบง นำช่างโยธาธิการ อบต.นำรถแบคโฮ เข้าไปเกลี่ยดินที่สไลด์ไหลมาลงแล้ว เพื่อเปิดทางให้รถสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ พร้อมกับลงพื้นที่สำรวจประมาณการความเสียหายบ้านเรือนและร้านค้าที่ได้รับความเสียหาย เบื้องต้นคาดว่า น่าจะอยู่ที่ตัวเลข 2 ล้านบาท และเร่งให้การช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นแก่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบแล้ว ขณะเดียวกัน อบต.เกาะลิบง ยังได้เตรียมตั้งงบประมาณ เพื่อขุดล่องลอกน้ำคลองโต๊ะหมาด ในพื้นที่หมู่ 4 ต.เกาะลิบง ที่ตื้นเขิน เพื่อให้น้ำระบายไหลสะดวก ส่วนความเสียหายอื่น จากการตรวจสอบยังไม่พบรายงานความเสียหายแต่อย่างใด
รวบสองโจ๋ลวงแท็กซี่ฆ่าชิงทรัพย์ข้ามจังหวัด

ตำรวจภูเก็ต-พังงาโชว์ผลงานไม่ถึงเดือนรวบ 2 หนุ่มทำแผนประกอบคำสารภาพ หลังลวงแท็กซี่ข้ามจังหวัดฆ่าชิงทรัพย์แล้วนำรถป้ายแดงจำนำ ส่งค่าเช่ารถที่ได้จำนำไว้ก่อนหน้านี้...
เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2554 พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข ผกก.สภ.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา พร้อมด้วยพ.ต.อ.เอกวุฒิ เสน่ห์พรผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา รองผกก.สส.3 บก.สส.ภ.8 พ.ต.ท.ศิริวัฒน์ อินทร์ยิ้ม รองผกก.สภ.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา และพ.ต.ต.ภัทราวุธ อ่อนช่วย สว.สส.ภ.จว.พังงา ได้ร่วมทำแผนประกอบคำรับสารภาพภายหลังจับกุม 2 ผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเพื่อหวังทรัพย์สินประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ รุ่งสว่าง อายุ 27 ปี หนุ่มตกงาน บ้านเลขที่ 109 หมู่ที่ 3 ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม และนายไตรเทพ หินทอง อายุ 29 ปี อาชีพพนักงานขับรถสถานบริการสปาแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเก็ต อยู่บ้านเลขที่ 46หมู่ที่ 3 ต.ห้วยหมอนทอง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ 2 ตามหมายศาลจังหวัดพังงาได้ที่บริเวณหน้าแมนชั่น คอกช้าง เลขที่ 104 ห้อง 305 ต.กะรนอ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลางเป็นอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ไฟสปอตไลท์ รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ญ 5787 กทม ซึ่งเป็นรถยนต์ของนายกวี แสงระวี อายุ 25 ปี โดยเสียชีวิตที่บริเวณสวนปาล์ม ริมถนนเพชรเกษมสายโคกกลอย-พังงา หมู่ที่ 12 ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พบศพเมื่อวันที่ 25 ต.ค.2554 โดยแพทย์ระบุว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า4 วัน
จากการจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่สอบปากคำจนนายไตรเทพและนายณัฐวุฒิ รับสารภาพและมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพว่า เริ่มต้นจากทั้งคู่ได้เช่ารถยนต์จากเต็นท์รถบริเวณถนนปฏัก ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต จากนั้นได้ขับรถคันดังกล่าวไปจำนำไว้ที่นายทุนรายหนึ่งในจังหวัดนครปฐมเป็นเงินจำนวน 80,000 บาท ซึ่งใกล้จะถึงกำหนดเวลาคืนรถที่เช่ามาแต่ทั้งคู่ไม่มีเงินไปไถ่ถอนรถคันดัง กล่าวจึงได้วางแผนว่าจ้างนายกวี ผู้ตายให้ขับรถยนต์ไปส่งจากคิวรถแท็กซี่หน้าห้างจังซีลอน ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต ไปที่สะพานสารสิน ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งตกลงราคาว่าจ้างจำนวน 800 บาท
จากนั้นนายไตรเทพ ได้ขึ้นนั่งข้างคนขับ ส่วนนายณัฐวุฒิ ขึ้นนั่งเบาะหลัง เมื่อผู้ตายขับรถถึงบริเวณสะพานสารสิน นายไตรเทพได้บอกให้นายกวี ขับต่อไปในพื้นที่โคกกลอย ซึ่งห่างจากจุดที่ตกลงไว้ประมาณ 4 กม. โดยออกอุบายว่านัดแฟนสาวไว้ที่บริเวณริมถนนทางไปตัวเมืองพังงา โดยผู้ตายยินดีขับไปส่งเนื่องจากต้องการไปเติมน้ำมันที่ปั้มน้ำมันในพื้นที่โคกกลอย เมื่อเติมน้ำมันเสร็จนายไตรเทพจึงได้บอกให้ผู้ตายขับไปตามถนนเพชรเกษมเส้นทางเข้าบายพาสโคกกลอย
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุนายณัฐวุฒิ ที่นั่งด้านหลังคนขับได้ชักอาวุธปืนจากกระเป๋าสะพายที่ติดตัวมาด้วยพร้อมจี้ ให้คนขับเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยวจากนั้นได้บังคับให้ผู้ตายจอดรถและลงจากรถเดิน เข้าไปในสวนปาล์มน้ำมันที่ปลอดผู้คนนายณัฐวุฒิ ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่นายกวี จำนวน 5 นัดจนนายกวีล้มลงขาดใจตายทันที จากนั้นได้ขับรถยนต์ของผู้ตายขึ้นไป จ.นครปฐมเพื่อนำรถผู้ตายไปจำนำในราคา 140,000 บาทโดยระบุในสัญญาว่าจะคืนให้เป็นรายเดือนคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน และหักดอกเบี้ยจากยอดเงินจำนำไว้ล่วงหน้าเป็นเงิน 14,000 บาท
จากนั้นทั้งคู่ได้นำเงินดังกล่าวไปไถ่ถอนรถยนต์ที่เช่ามาก่อนหน้านี้เป็น เงิน 80,000บาท และโอนเงินค่าเช่ารถจากเต็นท์จำนวน 20,000 บาท และส่วนที่เหลือได้นำมาใช้จ่ายร่วมกันจนกระทั่งถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมได้เวลาต่อมา โดยทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเพื่อหวังทรัพย์สินโดยไตร่ตรองไว้ก่อน นำส่ง ร.ต.อ.ไชยยา เสกสรรค์ พงส.ร้อยเวร สภ.โคกกลอยอ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป |