|
|

|

|
|
ธ.หอการค้า.กระบี่ เผยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาวะวิกฤติอุทกภัย
|
เจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 กระบี่ ออกหน่วยบริการประชาชนเคลื่อนที่
|
|

|

|
|
ผอ.ส่วนประสานบริหารน้ำฯชี้แก้ปัญหาน้ำท่วมใต้ต้องดูทั้งระบบ
|
รวบอดีตทหารผ่านศึกตั้งโรงงานผลิตปืนเถื่อน
|
|

|

|
|
ตร.ฉลองภูเก็ตจับผู้ต้องหายาบ้า-ไอซ์ยึดของกลางเพียบ
|
เจ้าท่าสุราษฎร์ฯคุมเข้มท่าเรือช่วงลอยกระทง
|
ประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ เผยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาวะวิกฤติอุทกภัย

ประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ เผยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาวะวิกฤติอุทกภัย ขอให้ทุกภาคส่วนนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้เร็วที่สุด
นายภูวดิช ปรีชานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้ประชาชน ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะวิกฤตดังกล่าว ดังนั้นปัญหานี้จะต้องได้รับการแก้ไขหรือเยียวยาเพื่อให้ทุกคน มีทางออกที่ดีขึ้น โดยทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกัน ซึ่งทางหอการค้าจังหวัดกระบี่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ส่งเงินไปช่วยเหลือ 110,000 บาท วิกฤติเกิดที่ไหนก็แล้วแต่ก็มีผลกระทบทั้งนั้น ซึ่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาวะวิกฤติอุทกภัยในครั้งนี้ จำเป็นที่จะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศให้เร็วที่สุด ถ้าเราไม่เร่งสร้างความมั่น ประเทศเพื่อนบ้านที่พร้อมรองรับอุตสาหกรรมเหล่านี้ก็จะนำไปผลิตเอง ประเทศไทยอาจจะเสียประโยชน์ และขอให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญในการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เพื่อสร้างศักยภาพการดำเนินธุรกิจ และการดำเนินชีวิต ประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางหอการค้าจังหวัดกระบี่จัดให้มีโครงการ 1 ไร่ 2 แสน โดยจะทำงานคู่กันกับยุวเกษตรกร ในการทำเกษตรผสมผสาน เป็นโครงการสร้างสิ้นค้าที่จะรองรับเมื่อเกิดภัยพิบัติ เพื่อให้มีฐานการผลิตและสร้างความเชื่อมั่นให้กระบี่ยืนอยู่ด้วยลำแข้งของตัวเองให้ได้
สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขากระบี่ ประกาศกำหนดออกหน่วยบริการประชาชนเคลื่อนที่ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2554

นายศิริชัย ขุนดำ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขากระบี่ เปิดเผยว่า สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขากระบี่ จะจัดส่งหน่วยทะเบียนเรือเคลื่อนที่เดินทางมาอำนวยความสะดวก ให้แก่เจ้าของเรือและชาวเรือในการ รับจดทะเบียนเรือใหม่ ต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือ สอบความรู้และต่ออายุประกาศนียบัตรฝ่ายเดินเรือ ฝ่ายช่างกลเรือ ณ บริเวณท่าเทียบเรือโดยสาร – ท่องเที่ยวเกาะพีพี หมู่ที่ 7 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ในวันที่ 15 – 16 พฤศจิกายน 2554 ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขากระบี่ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ผู้ใช้เรือที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือใบอนุญาตขาดอายุ การควบคุมเรือ (เป็นนายท้ายเรือ) หรือควบคุมเครื่องจักร โดยไม่มีประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความสามารถจากกรมเจ้าท่า มีความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือฯ มีโทษปรับหรือถูกฟ้องร้องดำเนินคดี แล้วแต่กรณี
ผอ.ส่วนประสานบริหารน้ำฯชี้แก้ปัญหาน้ำท่วมใต้ต้องดูทั้งระบบ

นายสัมพันธ์ ดุลยาภรณ์ ผู้อำนวยการส่วนประสานบริหารจัดการลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่วนที่ 2 กล่าวว่า จังหวัดตรัง ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตกส่วนที่ 2 ซึ่งประกอบไปด้วย 4 ลุ่มน้ำสาขา โดยสาขาที่ 1 คือ ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก ตอนบน ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอสิเกา และรัษฎา รวมทั้งอำเภอคลองท่อม และเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ สาขาที่ 2 คือ ลุ่มน้ำตรัง ที่มีต้นกำเนิดมาจากอำเภอบางขัน และทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วไหลลงมาผ่านอำเภอรัษฎา วังวิเศษ ห้วยยอด นาโยง เมืองตรัง และกันตัง สาขาที่ 3 คือ ลุ่มน้ำปะเหลียน ที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาบรรทัด รอยต่อกับจังหวัดพัทลุง แล้วไหลลงมาผ่านอำเภอปะเหลียน ย่านตาขาว และกันตัง และสาขาที่ 4 คือ ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก ตอนล่าง รอยต่อกับจังหวัดสตูล แล้วไหลลงมาผ่านอำเภอปะเหลียน ย่านตาขาว และกันตัง
สำหรับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา ส่วนประสานบริหารจัดการลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่วนที่ 2 จะดูไปทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มิใช่เกิดน้ำท่วมตรงไหนแล้วแก้ไขเฉพาะตรงนั้น แต่ต้องดูสภาพปัญหาโดยรวมว่าเกิดมาจากสาเหตุอะไร เช่น มีการตัดไม้ทำลายป่าหรือไม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศอย่างไร โดยเฉพาะปรากฏการณ์ลานิญญ่า และเอลนิญโญ่ อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมปัญหายังอยู่ในสภาพที่ไม่รุนแรงจนเกินกว่าที่จะแก้ไขได้ เพียงแต่จะต้องร่วมกันดำเนินการให้ตรงจุด ตามความเห็นที่คณะกรรมการระดับจังหวัดกำหนดไว้ ซึ่งบางครั้งจะต้องประสานไปยังจังหวัดข้างเคียงด้วย เช่น จังหวัดกระบี่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสตูล เนื่องจากลุ่มน้ำหลายสายไหลต่อเนื่องกันมาในหลายพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขตรงกับสภาพความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้น
โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง ในพื้นที่อำเภอนาโยง และอำเภอเมืองตรัง ช่วงต้นปีที่ผ่านมานั้น เนื่องจากมีสภาพเป็นที่ราบต่ำ จึงรองรับน้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำตรัง และเทือกเขาบรรทัด ประกอบกับพบการบุกรุกทำลายป่าอย่างรุนแรงบริเวณต้นน้ำ ทำให้ไม่มีต้นไม้ไปช่วยการชลอการไหลหลากของน้ำ ซึ่งหนทางแก้ไขก็คือ การก่อสร้างฝายไปขวางกั้นทางน้ำเอาไว้ รวมทั้งการทำแก้มลิมไว้สำหรับการพักน้ำ หรือการขุดคลองเพื่อระบายน้ำลงไปสู่เส้นทางอื่น เพื่อให้น้ำในแม่น้ำตรังมีปริมาณเหลือน้อยที่สุดในยามน้ำหลาก และยังเป็นการช่วยลดความรุนแรงของน้ำ เพื่อมิให้ไหลบ่าไปยังพื้นที่ราบทั้ง 2 ฝั่ง นอกจากนั้น บางช่วงก็ยังมีปัญหาเรื่องน้ำทะเลหนุนสูงขึ้นมาอีกด้วย จนทำให้เกิดสภาพน้ำไหลเอ่อท่วมคลองย่อยในตัวเมืองตรัง เช่น คลองนางน้อย คลองน้ำเจ็ด คลองยน หรือคลองห้วยยาง ซึ่งจะต้องรีบเร่งทำการขุดลอกเพื่อช่วยระบายน้ำให้ดีที่สุด
รวบอดีตทหารผ่านศึกตั้งโรงงานผลิตปืนเถื่อน

ตรัง - ผู้การเมืองตรังนำกำลังบุกตรวจค้นบ้านอดีตทหารผ่านศึก พบเครื่องมือ อาวุธปืน และกระสุน จำนวนหลายรายการ ซึ่งแอบผลิตขายให้กับกลุ่มวัยรุ่น วันนี้ (9 พ.ย.) พล.ต.ต.สาคร ทองมุณี ผบก.ภ.จว.ตรัง พร้อมด้วย พ.ต.อ.บุญยงค์ ภู่จิรเกษม ผกก.สภ.ย่านตาขาว และ ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์ บัวเพชร หัวหน้าชุดสืบสวน สภ.ย่านตาขาว นำหมายศาลจังหวัดตรัง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง บุกเข้าตรวจค้นบ้านชั้นเดียว ที่มีสภาพก่ออิฐฉาบปูน มุงกระเบื้อง ซึ่งเป็นของ นายสนั่น หรือ หลั้ย ทองรักษ์ อายุ 63 ปี ชาวตำบลย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง หลังจากที่มีกลุ่มวัยรุ่นได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า ในเขตเทศบาลตำบลย่านตาขาวช่วงกลางคืน จนสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านมาแล้วหลายครั้ง และหลังจากก่อเหตุมักใช้เส้นทางหลบหนีไปที่บริเวณหมู่บ้านควนโพธิ์ และหมู่บ้านนายายหม่อม จึงทำการติดตามสืบสวนจนกระทั่งสืบทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้ไปแอบซื้ออาวุธปืนมาจาก นายสนั่น ทั้งนี้ จากการตรวจค้นบริเวณอาคารข้างครัวด้านหลัง ซึ่งเจ้าของบ้านเปิดเป็นที่ซ่อมเครื่องไฟฟ้าบังหน้า พบเครื่องมือ อาวุธปืน และกระสุน จำนวนหลายรายการ เช่น อาวุธปืน ชนิดลูกซองสั้น แบบผลิตเอง จำนวน 3 กระบอก อาวุธปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนอัดลมที่ผลิตจากเมืองนอก แต่นำมาแปลงสภาพเพื่อใช้กับกระสุน ขนาด .223 แบบเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก กระสุน ขนาด .38 จำนวน 14 นัด ขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัด ขนาด .223 แบบที่ใช้กับเอชเค. และ เอ็ม 16 จำนวน 11 นัด รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ สีม่วง หมายเลขทะเบียน กกท-757 ตรัง นอกจากนั้น ยังพบกระติกต้มน้ำไฟฟ้า พร้อมใบกระท่อมที่กำลังต้มไว้ดื่ม 1 ใบ และใบกระท่อมสด จำนวน 1 ถุง ส่วนหลังบ้านที่เกิดเหตุ มีต้นกระท่อมที่ปลูกไว้เก็บใบไว้เสพและจำหน่ายอีก 1 ต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ จากการสอบปากคำ นายสนั่น ผู้ต้องหารายนี้ ที่ให้การว่า ตนเพิ่งเปิดรับจ้างซ่อมและผลิตอาวุธปืนเถื่อนมาได้ประมาณ 5 เดือนแล้ว แต่ไม่ยอมเปิดเผยผู้ซื้อและผู้ที่นำอาวุธปืนมาให้ซ่อม พร้อมระบุว่า ได้ฝึกฝนวิชาจากในเรือนจำที่ตนเองเคยเข้าออกมาจากเหตุหลายคดี และยังเคยผ่านการเป็นทหารผ่านศึกมาแล้วด้วย ดังนั้น พล.ต.ต.สาคร ทองมุณี ผบก.ภ.จว. ตรัง จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายสนั่น พร้อมของกลางทั้งหมด นำส่ง พ.ต.ท.กิจ พงศ์ทิพย์พนัส รอง ผกก.สภ.ย่านตาขาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนั้น ยังมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันตัดโค่นต้นกระท่อมที่ผู้ต้องหาแอบปลูกไว้ พร้อมทั้งทำการปล่อยนกกวัก ซึ่งเป็นนกคุ้มครองตามกฎหมาย จำนวน 3 ตัว ที่ผู้ต้องหาครอบครองไว้ กลับคืนสู่ป่าตามธรรมชาติไป ทั้งนี้ ยังมีนกป่าคุ้มครองอีกหลายชนิดที่ผู้ต้องหาเลี้ยงขังกรงไว้รอบบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจยึดเพื่อดำเนินคดีต่อไป
ตร.ฉลองภูเก็ตจับผู้ต้องหายาบ้า-ไอซ์ยึดของกลางเพียบ

ภูเก็ต - ตร.ฉลอง จับ 3 ผู้ต้องหาคดียาเสพติดยึดของกลางยาบ้า 1,585 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนัก 113.14 กรัม เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (9 พ.ย.) ที่สถานีตำรวจภูธรฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต พ.ต.ท.ณรงค์ ลักษณะวิมล รอง ผกก.สภ.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดในพื้นที่ความรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรฉลอง ซึ่ง พ.ต.อ.กฤตภาส เดชอินทรศร ผกก.สภ.ฉลอง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการเชิงรุกปิดล้อมตรวจค้นชุมชนเป้าหมายยาเสพติด รวมทั้งบุคคลที่มีพฤติกรรมการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ ปรากฏว่า จากการปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 3 คน ประกอบด้วย 1 นายณรงค์ฤทธิ์ หรือ เข่ง เมตุลา อายุ 19 ปี (เสื้อสีน้ำตาล) อยู่บ้านเลขที่ 41 ม.7.ต.บ้านข่า อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 0.2 กรัม แจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย 2.นายบัวลิน หรือ เกียรติ พนันชัย อายุ 40 ปี (เสื้อสีเทา) อยู่บ้านเลขที่ 11 ม. 4 ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 1.34 กรัม ยาบ้าจำนวน 185 เม็ด แจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดไห้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์, ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และ 3.นายเสกสรร หรือ เสก ศรีธรรมา อายุ 25 ปี (เสื้อสีน้ำเงิน) อยู่บ้านเลขที่ 178 ม.31 ต.เมืองเดช อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 111.60 กรัม ยาบ้าจำนวน 1,400 เม็ด แจ้งขอกล่าวหา มียาเสพติดให้โทรประเภท 1(ยาไอซ์, ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย รวมของกลางที่ได้จากการจับกุมในครั้งนี้ประกอบด้วยยาไอซืน้ำหนัก 113.14 กรัม และยาบ้าจำนวน 1,585 เม็ด สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรฉลองได้รับแจ้งจากสายลับ และทำการสืบสวนจนทราบว่าบริเวณปากซอยแม่อำพัน ถ.ปฏัก ม.10 ต.ฉลอง มีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติด จึงได้เดินทางไปตรวจสอบเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น.วันที่ 7 พ.ย.54 เมื่อไปถึงพบวัยรุ่นคนหนึ่งขับรถจักรยานยนต์อยู่ และมีลักษณะพิรุธ ทราบชื่อภายหลังคือ นายณรงค์ฤทธิ์ หรือ เข่ง เมตุลา เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจค้น จากการตรวจค้นพบยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 0.2 กรัม หลังจากนั้น ได้นำตัวมาสอบสวนขยายผล จนทราบว่าซื้อยาไอซ์มาจากที่ไหนและนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นที่บ้านเช่าภายในซอยข้างปั้มน้ำในพื้นที่ ต.กะรน ในเวลาประมาณ 17.30 น.ของวันเดียวกัน จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 คน คือ นายบัวลิน หรือ เกียรติ พนันชัย ซึ่งทราบชื่อภายหลัง พร้อมขอตรวจค้นตัวและตรวจค้นภายในบ้านเช่า พบยาไอซ์น้ำหนัก 1.34 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง นอกจากนั้นจากการตรวจค้นภายในบ้านเช่าพบยาบ้าจำนวน 185 เม็ดซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นวางโทรทัศน์ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาสอบสวนขยายผลจนทราบว่ารับซื้อยามาจากนายเสก โดยนำยาบ้ามาส่งที่บ้านหลังดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนจับกุม และเวลาประมาณ 19.30 น.นายเสก หรือ นายเสกสรร ศรีธรรมา ซึ่งทราบชื่อภายหลัง ได้ขับรถมาที่บ้านของนายบัวลิน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวจับกุมและทำการตรวจค้นพบของกลางยาบ้าจำนวน 1,400 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนัก 111.60 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในกางเกงชั้นในของนายเสกสรร เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่งสถานีตำรวจภูธรฉลองดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เจ้าท่าสุราษฎร์ฯคุมเข้มท่าเรือช่วงลอยกระทง

สุราษฎร์ธานี- เจ้าท่าภูมิภาค 4 สุราษฎร์ฯ แจ้งเตือนมาตรการเกี่ยวกับการใช้โป๊ะท่าเทียบเรือ การเดินเรือ และประชาชน เพื่อความเป็นระเบียบในการสัญจรทางน้ำ และความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน กำชับพิเศษ 3 เกาะดังฝั่งอ่าวไทย สมุย-พะงัน-เกาะเต่า ให้ปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด นายวิวัธน์ ชิดเชิดวงศ์ ผอ.สนง.เจ้าท่าภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า เนื่องในวันที่ 10 พ.ย.เป็นวันลอยกระทง จะมีประชาชนจำนวนมากใช้เรือเป็นพาหนะ ในการเดินทางคมนาคมสัญจรทางน้ำเพื่อการท่องเที่ยว รวมทั้งเพื่อความสำราญ หรือการกีฬาตามแม่น้ำลำคลองและแหล่งน้ำสาธารณะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งนี้ เพื่อความเป็นระเบียบในการสัญจรทางน้ำ และความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งป้องกันอุบัติเหตุอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 สาขาสุราษฎร์ธานี จึงประกาศกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการใช้โป๊ะท่าเทียบเรือ การเดินเรือ และประชาชนที่จะมาลอยกระทง ดังนี้ ด้านโป๊ะท่าเทียบเรือให้ผู้ประกอบกิจการ ผู้ใช้เรือ ผู้ครอบครอง จะต้องมีป้ายระบุจำนวนคนที่สามารถรับน้ำหนัก ติดไว้ในที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน, โป๊ะท่าเทียบเรือต้องมีพวงชูชีพ พร้อมที่จะใช้งานได้ทันที, ให้ติดตั้งไฟส่องสว่างทั่วบริเวณโป๊ะ, ให้จัดเจ้าหน้าที่คอยควบคุมไม่ให้ประชาชนลงไปเกินกว่าจำนวนที่กำหนด ส่วนเจ้าของเรือและผู้ควบคุมเรือ ให้ทำการตรวจสอบเรือและระมัดระวังความปลอดภัยในการเดินเรือ โดยตรวจสอบสภาพความพร้อมของตัวเรือ และเครื่องจักรเรือว่า มีสภาพเหมาะสมกับการใช้งาน, จัดเตรียมอุปกรณ์ประจำเรือ เช่น เบาะที่นั่งชูชีพ เสื้อชูชีพ พวงชูชีพ และเครื่องมือดับเพลิง, สำหรับเรือโดยสาร ต้องมีป้ายระบุจำนวนคนโดยสารติดตั้งในที่ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เรือทุกลำต้องเปิดใช้โคมไฟเรือเดินตามกฎหมายกำหนดไว้, เรือทุกลำต้องบรรทุกคนโดยสารไม่เกินกว่าจำนวนที่กำหนด, ห้ามนำเรือที่มิใช่เรือกลมาใช้ในแม่น้ำตาปีและทางน้ำอื่นๆ ในคืนวันลอยกระทง, ในการนำเรือเข้า-ออก ท่าเทียบเรือ ต้องคอยจนกว่าร่องน้ำท่าเทียบเรือว่าง, การนำเรือออกจากท่าเทียบเรือ หากมีสิ่งบดบังสายตาผู้ควบคุมเรือจะต้องแสดงสัญญาณทุกครั้ง ขณะนำเรือเล่นสวนกันในร่องน้ำระยะใกล้เคียงให้ผู้ควบคุมเรือลดความเร็วลง, ให้หลีกเลี่ยงการใช้หางเสือที่มีมุมหักมากในขณะทำการเลี้ยวเรือ, ห้ามผู้โดยสารยืนหรือนั่งบริเวณหัวเรือ ท้ายเรือกราบเรือและหลังคาเรือ, ห้ามผู้โดยสารจุดดอกไม้ไฟในเรือ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ และห้ามผู้ควบคุมเรือดื่มสุรา หรือเสพของมึนเมาในคืนวันลอยกระทง สำหรับประชาชนทั่วไป หรือผู้ที่เดินทางมาลอยกระทง ควรปฏิบัติ ดังนี้ ประชาชนที่ว่ายน้ำไม่เป็น เมื่อจะขึ้น-ลงเรือ ควรจัดเสื้อชูชีพติดตัวไปด้วย หรือขอเสื้อชูชีพได้จากผู้ควบคุมเรือ, ควรใช้เครื่องแต่งกายที่ถอดออกได้ง่าย และรองเท้าไม่ควรเป็นรองเท้าหุ้มข้อและรองเท้าหุ้มส้นไม่ควรใช้ชนิดผูกเชือก, การลงเรือให้ยืนคอยเรือบนท่าเทียบเรือ และไม่ควรยืนรอบโป๊ะท่าเทียบเรือ ซึ่งการขึ้น-ลงเรือจะต้องรอให้เรือจอดสนิท, ในขณะที่เรือเอียงหรือเรือโคลงอย่าตื่นตกใจ ให้ผู้โดยสารพยายามจับหนังพิงที่นั่งให้มั่น, ผู้โดยสารไม่ควรดื่มสุรา หรือเสพของมึนเมา, ห้ามจุดดอกไม้ไฟในเรือ และประชาชนที่จะทำการลอยกระทงบนโป๊ะท่าเทียบเรือ ห้ามลงมาบนโป๊ะเกินจำนวนคนที่กำหนด นายวิวัธน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น เกาะพะงัน เกาะสมุย และเกาะเต่า นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่จะต้องเฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ เพราะว่าอยู่ในช่วงการจัดงานฟูลมูนปาร์ตี้ ถ้าเกิดมีอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำให้เสียภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวได้ ประกอบกับที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำหนักเกินล่มกลางทะเลแล้วหลายครั้ง จึงต้องแจ้งเตือนและกำชับผู้ประกอบการเดินเรือชนิดต่างๆ ให้ปฏิบัติตามระเบียบในการสัญจรทางน้ำ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ |