|
|

|
พิธีฮินดูเบียดเหยียบกันตายเพียบ
|
|

|
“ปินส์” ห้ามอดีตผู้นำออกนอกประเทศ
|
พิธีฮินดูเบียดเหยียบกันตายเพียบ

ในพิธีแสวงบุญ ศาสนาฮินดู ริมแม่น้ำคงคา ประเทศอินเดีย คนเบียดกันเหยียบตายเพียบ พบ 16 ศพ เจ็บ 50 ราย
วันนี้ ( 8 พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองลัคเนา ประเทศอินเดีย ว่า เกิดเหตุโกลาหลอลหม่าน ฝูงชนเบียดเสียดเหยียบกันตายอย่างน้อย 16 คน และได้รับบาดเจ็บอีกราว 50 คน ระหว่างการประกอบพิธีทางศาสนาของชาวฮินดู ริมฝั่งแม่น้ำคงคา ทางภาคเหนือของอินเดีย
เหตุเกิดที่เมืองฮาริดวาร์ รัฐอุตตรประเทศ เริ่มจากผู้แสวงบุญบางคนหกล้ม แต่ผู้ที่ตามมาข้างหลังยังคงเดินไปข้างหน้าต่อไปโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า ทั้งนี้ ผู้แสวงบุญหลายหมื่นคน มาชุมนุมกันริมฝั่งแม่น้ำคงคา เพื่อประกอบพิธีสวดมนต์ในเมืองฮาริดวาร์ ซึ่งเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยวัด ตั้งอยู่เชิงเขาหิมาลัย พื้นที่ที่แม่น้ำคงคาไหลลงสู่ที่ราบภาคเหนือของประเทศ เมืองฮาริดวาร์ อยู่ห่างจากเมืองลักเนา เมืองเอกรัฐอุตตรประเทศ ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 500 กิโลเมตร อามิต จันโทลา โฆษกรัฐบาลท้องถิ่น กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพผู้เสียชีวิต 16 ศพในที่เกิดเหตุ และผู้บาดเจ็บประมาณ 50 คนถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ผู้แสวงบุญชาวฮินดูหลายหมื่นคนจะเดินทางมายังเมืองฮาริดวาร์เป็นประจำทุกปี เพื่ออาบน้ำในแม่น้ำคงคา ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าจะเป็นการล้างบาป และหลุดพ้นจากการเวียนวายตายเกิด ทำให้เหตุการณ์เหยียบกันตายเกิดขึ้นเป็นประจำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถจัดการกับการเร่งรีบของผู้แสวงบุญได้ โศกนาฏกรรมดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อฝูงชนพยายามเข้าไปยังวัดชานติคุนจ์ เพื่อเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อฉลอง 1,000 ปี ตั้งแต่การอุบัติของชรีรัม ชาร์มา ผู้ก่อตั้งวัดแห่งนี้ เมืองฮาริดวาร์ ห่างจากกรุงนิวเดลี ไปทางตอนเหนือประมาณ 173 กิโลเมตร ซึ่งเป็นต้นแม่น้ำคงคาที่ไหลจากเทือกเขาหิมาลัย เป็นเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของชาวฮินดู และชาวฮินดูมุ่งหน้ามาเมืองนี้มากที่สุดของอินเดีย เหตุการณ์เหยียบกันตายครั้งสุดท้ายในอินเดีย เกิดขึ้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในรัฐเกราลา ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน.
“ปินส์” ห้ามอดีตผู้นำออกนอกประเทศ

ฟิลิปปินส์ สั่งห้าม “กลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย” ออกนอกประเทศ หลังโดนเล่นงานในคดีเกี่ยวกับการทุจริต
วันนี้ (8 พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ยืนยันคำสั่งห้าม นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย อดีตประธานาธิบดี เดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งเธอร้องขอเดินทางเพื่อไปรักษาอาการเจ็บป่วย โดนรัฐบาลระบุว่าเธออาจจะพยายามหลบหนีการดำเนินคดีทุจริต นางไลลา เดอ ลิมา รัฐมนตรียุติธรรมฟิลิปปินส์ เผยในวันนี้ (8 พ.ย.) ว่า นางอาร์โรโยวัย 64 ปี ได้ขออนุญาตจากรัฐบาล เพื่อเดินทางไปรักษาโรคกระดูกไขสันหลังที่ต่างประเทศ หลังการผ่าตัดในกรุงมะนิลาในปีนี้ไม่ประสบความสำเร็จ นางเดอ ลิมา กล่าวว่า รัฐบาลเห็นว่าการรักษาที่ฟิลิปปินส์มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญพอ และเกรงว่าหากอนุญาตตามที่ขอ เธออาจจะไม่เดิอนทางกลับประเทศ เนื่องจากมีคดีทุจริตคอร์รัปชันที่เธออาจถูกฟ้องรออยู่ “เรามองไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วน ที่เธอจะต้องเดินทางออกนอกประเทศ เพราะจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการสอบสวนคดีทุจริต ที่กำลังเดินหน้า” นางเดอ ลิมา กล่าว นางอาร์โรโยขออนุญาตเดินทางไปรักษาที่ประเทศสิงคโปร์ เยอรมนี และอีกหลายประเทศ ซึ่งนางเดอ ลิมา ตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศที่ขอเดินทางไปอย่างน้อย 5 ประเทศ ไม่มีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับฟิลิปปินส์ ด้านนายราอูล ลัมบิโร ทนายความของนางอาร์โรโย กล่าวโจมตีการตัดสินใจของนางเดอ ลิมา ว่า เป็น “เผด็จการทรราชอย่างแท้จริง” นางอาร์โรโยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ระหว่างปี 2544 – 2553 และถูกกล่าวหาว่าทุจริตคอร์รัปชันมโหฬาร รวมถึงการโกงเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือน พ.ค. 2547 ซึ่งทำให้เธอชนะคู่แข่งคนสำคัญ นายเฟอร์นานโด โป อดีตดาราดังที่หันมาเล่นการเมือง แค่ฉิวเฉียด. |