|
|

|
กสทช.เปิดคอลเซนเตอร์น้ำท่วม
|
|

|
แนะสำรองข้อมูลไว้นอกประเทศ
ป้องกันระบบไอทีสำลักน้ำท่วม
|
กสทช.เปิดคอลเซนเตอร์น้ำท่วม

กสทช.เปิดคอลเซ็นเตอร์1200รับแจ้งขอความช่วยเหลือ วันนี้ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ( ศปภ.) แจ้งว่า พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ กรรมการกิจกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุว่า ได้จัดตั้งศูนย์การติดต่อสื่อสาร ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยผ่านทางคอลเซ็นเตอร์ โทรสายด่วน 1200 หรือที่สำนักงาน กสทช. ถนนพหลโยธิน กทม.ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นศูนย์รับแจ้งขอความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยในต่างจังหวัดจะผ่านสำนักงานเขต 14 แห่ง และผ่านศูนย์วิทยุสมัครเล่น เช่น เอชเอสโอเอบี พร้อมกันนี้ สายด่วน 1200 จะเป็นศูนย์รับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อนำส่งต่อไปยังศูนย์ความช่วยเหลือหลัก เช่น ศปภ. และหน่วยงานอื่นๆ ต่อไป.
แนะสำรองข้อมูลไว้นอกประเทศ ป้องกันระบบไอทีสำลักน้ำท่วม

อาจารย์ มช.แนะดาต้าเซ็นเตอร์ ควรใช้บริการคลาวด์สำรองข้อมูลไว้ต่างประเทศ เผยที่ เชียงใหม่ มีประสบการณ์ปรับตัวหนีน้ำไว้แล้วอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีรายงานว่าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบางองค์กร รวมถึงสถาบันการศึกษาได้รับความเสียหายอย่างมาก ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนักวิชาการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเคยมีปัญหาน้ำท่วมหนักมาแล้ว ได้รับคำชี้แจงจาก ผศ.ดร.จักรพงศ์ นาทวิชัย รองหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่า ผลกระทบที่สำคัญคือบุคลากรในระบบ ที่ต้องอพยพหนีน้ำ ทำให้งานชะงัก รองลงมาคือระบบสาธารณูปโภคที่มีความสัมพันธ์กับเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์หรือศูนย์ให้บริการข้อมูลที่มีความเสี่ยงภัยต้องปิดระบบหยุดการให้บริการเพื่อความปลอดภัย
ผศ.ดร.จักรพงศ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เซิร์ฟเวอร์หรือเครื่องแม่ข่ายมักขนย้ายหนีน้ำทัน ที่น่าเป็นห่วง ได้แก่ ระบบเครือข่าย สายไฟเบอร์ออปติก สายทองแดง ที่แม้จะหุ้มอย่างดี แต่มักเกาะกับเสาไฟฟ้า หากเสาล้มก็มีปัญหา ที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ปรับตัวหลังเกิดน้ำท่วมหนักในปี 2548 โดยบรรดากิจการพัฒนาซอฟต์แวร์จะตั้งอยู่ชั้น 2–3 ส่วนเซิร์ฟเวอร์จะใช้ระบบ รีดันแดนต์
(Redundant ระบบสำรองร่วมกับระบบหลัก ทำงานทันทีเมื่อเกิดปัญหา) และมีหลายรายทำระบบสำรองด้วยเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติง ฝากไว้กับอเมซอนดอตคอม (http://aws.amazon.com/s3/ และ http://aws.amazon.com/ec2/) ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็กำลังพิจารณาจัดระบบบริการไว้กับ กูเกิล(www.google.com/apps/intl/en/business/messaging_value.html) ซึ่งมีค่าลงทุนที่ไม่สูงเทียบกับการซื้อเซิร์ฟเวอร์เองที่ต้องดูแล ทั้งยังเพิ่มความสามารถในการทำงานได้เมื่อมีผู้ใช้มากขึ้น “การฝากระบบสำรองในต่างประเทศ ไม่น่ามีปัญหาเรื่องการรั่วไหล โดยเลือกบริษัทมีชื่อเสียงอีกทั้งในสหรัฐอเมริกามีกฎหมายป้องกันการละเมิดข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพมาก” ผศ.ดร.จักรพงศ์ กล่าว |