|
|

|
|
ประเทศในเอเชียเป็นแหล่งแพร่"ข้อความขยะ"มากที่สุดในโลก
|
 |
ธุรกิจโทรคมนาคม-ไอทีเต็มที่ดูแลเพื่อนพนักงานน้ำท่วมบ้าน
|
ประเทศในเอเชียเป็นแหล่งแพร่"ข้อความขยะ"มากที่สุดในโลก

เว็บไซต์โซฟอส ซึ่งเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เผยว่า ภูมิภาคเอเชียกลายเป็นภูมิภาคที่แพร่ข้อความขยะ (สแปม) มากที่สุดในโลก คิดเป็นครึ่งหนึ่งของทั้งหมด และมากกว่าสหรัฐฯซึ่งเป็นประเทศต้นทาง
ขณะที่เมื่อเทียบเป็นรายประเทศ พบว่าสหรัฐฯเป็นประเทศที่มีอัตราการส่งข้อความขยะมากที่สุดถึงร้อยละ 11.3 ตามมาด้วยเกาหลีใต้ ที่ร้อยละ 9.6 อินเดีย 8.8 รัสเซียและบราซิล ในอัตราร้อยละ 7.9 และ 5.7 ตามลำดับ
โดยอันดับ 6 ตกเป็นของไต้หวัน ร้อยละ 3.8 เวียดนาม 3.5 อินโดนีเซีย 3.3 ยูเครน 3.1 โรมาเนีย 2.8 ปากีสถาน 2.0 และอิตาลีในอันดับ 10 ที่ร้อยละ 1.9
โซฟอสระบุในรายงานไตรมาส 3 ปี 2554 ว่า สัดส่วนของสแปมที่มีต้นกำเนิดจากเอเชียมีมากถึงร้อยละ 50.1 ของสแปมทั่วโลก เพิ่มขึ้นอย่างมากจากร้อยละ 35.1 ในไตรมาส 3 ของปีก่อน ตามมาด้วยยุโรปที่ร้อยละ 21.4 และอเมริกาเหนือที่ร้อยละ 14.2
แม้สหรัฐฯยังคงครองตำแหน่งประเทศที่ส่งสแปมมากที่สุดในโลก แต่ประเทศในเอเชียส่งสแปมรวมกันมากที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนว่าคนในเอเชียออนไลน์มากขึ้น แต่กลับไม่มีมาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันคอมพิวเตอร์ไม่ให้ได้รับสแปม ซึ่งเกิดจากการใช้บอตเน็ตอย่างแพร่หลาย
สแปมที่เข้าไปก่อกวนบัญชีอีเมลของผู้ใช้มีตั้งแต่โฆษณาน่ารำคาญไปจนถึงการโจมตีคอมพิวเตอร์อย่างร้ายแรง กรณีที่ร้ายที่สุดสแปมอาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ติดไวรัสโทรจันหรือเข้าไปขโมยข้อมูลบัญชีการเงิน
ธุรกิจโทรคมนาคม-ไอทีเต็มที่ดูแลเพื่อนพนักงานน้ำท่วมบ้าน
ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ต่างจังหวัดจะยังอยู่กับเราไปอีกพักใหญ่ จนกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหาทางระบายน้ำจำนวนมหาศาลลงแม่น้ำ ลงทะเลไปจนหมด
ในช่วงน้ำท่วมธุรกิจเอกชนหลายแห่งได้ออกมาตรการพิเศษเพื่อช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับความเดือดร้อนจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ ทัั้งการช่วยเหลือระหว่างน้ำท่วมและหลังน้ำท่วม สำหรับธุรกิจโทรคมนาคมและไอที ก็มีมาตรการช่วยเหลือเพื่อนพนักงานเช่นกัน ในขณะเดียวกันงานด้านบริการก็ต้องทำต่อเนื่องเพื่อไม่ให้การติดต่อสื่อสารในพื้นที่น้ำท่วมขาดหายไป
นางจารุนันท์ อิทธิอาชวกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานทรัพยากร เอไอเอส เปิดเผยว่า ปกติแล้วบริษัทจะมีมาตรการให้ความช่วยเหลือพนักงานที่น้ำท่วมอยู่แล้ว แต่ปีนี้น้ำท่วมมากกว่าทุกปี จึงได้เริ่มดูแลพนักงานมาตั้งแต่เริ่มท่วมในภาคเหนือจนมาถึงพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเมื่อน้ำท่วมบ้าน พนักงานจะได้รับเงินช่วยเหลือทันที 5,000 บาท โดยไม่ต้องส่งหลักฐานใด ๆ เพียงแค่แจ้งให้หัวหน้างานรับทราบเพื่อจะได้นำส่วนนี้ไปใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือซ่อมแซมบ้านก่อน หากเสียหายก็สามารถแจ้งความเสียหายเพิ่มเติม สามารถเบิกได้สูงสุดถึง 25,000 บาท
ความช่วยเหลือที่เอไอเอสให้พนักงานไม่ใช่แค่บ้านตัวเอง อาจจะเป็นบ้านพ่อแม่หรือบ้านที่พนักงานไปอาศัยอยู่หากพนักงานต้องหาที่อยู่ใหม่เพราะน้ำท่วมมากจนอาศัยไม่ได้ ก็หาที่พักให้ ขณะนี้ได้จัดหาโรงแรม คอนโดมีเนียม และอพาร์ต
เมนต์ในย่านใกล้ ๆ สำนักงานใหญ่มากกว่า 270 ห้อง ให้อยู่ได้ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม-10 พฤศจิกายน 2554 หลังจากนั้นหากยังกลับเข้าบ้านไม่ได้ ก็จะให้เงินช่วยเหลือค่าที่พักอีกเดือนละ 6,000 บาท นาน 3 เดือน เพราะพนักงานบางคนอาจจะอึดอัดกับห้องแบบโรงแรม บางคนมีสัตว์เลี้ยง ก็จะให้พนักงานไปหาที่พักอย่างที่ชอบเอง นอกจากนี้ยังมีเงินค่าซ่อมแซมยานพาหนะ บางคนต้องใช้ทรัพย์สินส่วนตัวขับลุยน้ำไปดูแลงานดูแลสถานีฐานเพื่อให้โทรศัพท์มือถือใช้งานได้ ในส่วนนี้ให้เบิกจ่ายได้ตามจริง นางจารุนันท์กล่าวว่า หลังน้ำลดบริษัทก็ยังมีโครงการเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย ขณะนี้อยู่ระหว่างการอนุมัติกองทุนเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อให้พนักงานใช้ซ่อมบ้าน นอกเหนือไปจากถุงยังชีพ อาหาร น้ำ เสื้อชูชีพและเงินเดือนที่ออกล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม เพื่อให้พนักงานไม่เครียด ไม่กดดัน
ส่วนค่ายดีแทค ก็ให้พนักงานที่ทรัพย์ สินเสียหาย เช่น น้ำเข้าบ้านมาเคลมประกันได้ หากออกนอกพื้นที่ไม่ได้ บริษัทจะคอยดูแลจนกว่าจะได้รับการช่วยเหลือ และถ้าจำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ดีแทคก็จะคอยส่งข้าวส่งน้ำให้ พร้อมจัดหาที่พักชั่วคราวให้หลายจุดเช่น จามจุรีสแควร์ ดีแทคเฮาส์ รังสิตคลอง 5 ศรีนครินทร์ นอกเหนือไปจากให้นั่งทำงานที่บ้าน และแน่นอนมีเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้อีก 5,000 บาท
สำหรับทรูมูฟ มาตรการให้ความช่วยเหลือพนักงานทั้งพนักงานประจำและพนักงานสัญญาจ้างที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม มีดังนี้ มอบถุงยังชีพมูลค่า 1,000 บาท ให้ทั้งพนักงานและตัวแทนขาย กรณีบ้านพักของตัวเองที่อาศัยอยู่ประจำได้รับความเสียหาย จะช่วยเหลือตามจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาทถ้าเป็นบ้านเช่าหรือบ้านพักอาศัยที่อยู่เป็นประจำ แต่ไม่ใช่ของตนเอง ได้รับความเสียหาย จะช่วยเหลือตามจริงไม่เกิน 10,000 บาท รถยนต์ที่ใช้เป็นประจำเสียหาย ช่วยเหลือตามจริงไม่เกิน 10,000 บาท รถจักรยานยนต์ ช่วยเหลือตามจริงไม่เกิน 5,000 บาท
หากเสียหายทั้งบ้านพักและยานพาหนะจะช่วยเหลือตามจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท หรือ 10,000 บาท ส่วนบ้านรวมทรัพย์สินภายในบ้านของบิดามารดา ที่พนักงานไม่ได้อาศัยอยู่ประจำ ช่วยเหลือตามจริงไม่เกิน 5,000 บาท บริษัทช่วยเหลือค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราวตามจริงไม่เกินเดือนละ 5,000 บาท ไม่เกิน 2 เดือน
นอกจากนี้ยังให้ยืมเงินเพื่อสำรองค่าใช้จ่าย สำหรับกรณีน้ำท่วมแบบปลอดดอกเบี้ย สำหรับพนักงานประจำไม่เกิน 30,000 บาท และพนักงานสัญญาจ้างไม่เกิน 10,000 บาท โดยชำระคืนด้วยการหักเงินเดือนเป็นระยะเวลา 6 เดือน
ส่วนธุรกิจโทรศัพท์มือถือ เริ่มที่บริษัทโนเกีย ประเทศไทย จำกัด ได้เปิดศูนย์ฮอตไลน์ให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ รวมถึงการอพยพหากต้องการ อนุญาตให้พนักงานที่บ้านน้ำท่วม อยู่ในพื้นที่เสี่ยง หรือไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ ทำงานจากที่บ้าน หรือหยุดงานได้ตามความจำเป็นจัดหาที่พัก และออกค่าที่พักให้แก่พนักงานและครอบครัวที่อพยพ ซึ่งเป็นโรงแรม บริการอพาร์ตเมนต์ เมื่อน้ำลดโนเกียเตรียมแผนให้ความช่วยเหลือ อาทิ การทำความสะอาด ซ่อมแซมบ้าน และสิ่งของที่เสียหาย
สำหรับซัมซุงก็ไม่น้อยหน้า ให้ความช่วยเหลือทั้งพนักงานและลูกค้า โดยก่อนหน้านี้ได้บริจาคเงิน อุปกรณ์การติดต่อสื่อสาร เช่น โทรศัพท์มือถือ และลงพื้นที่อาสาสมัครกับหน่วยงานต่าง ๆ มีทีมงานพิเศษเพื่อคอยมอนิเตอร์สถานการณ์น้ำท่วมตลอดเวลา จะได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อนพนักงาน คู่ค้าได้ทันที
เมื่อน้ำลดแล้วซัมซุงจะเปิดจุดบริการในพื้นที่น้ำท่วมอีก 20 จุด เพื่อให้บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี โดยคิดค่าอะไหล่แค่ 50%มาดูแวดวงสื่อมวลชนกันบ้าง เท่าที่สอบถามได้จากพรรคพวก เช่น บางกอกโพสต์ ก็จัดหาถุงยังชีพ เสื้อชูชีพ เรือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักข่าวที่ต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ภาคสนาม และให้เงินช่วยเหลือแก่พนักงานที่บ้านน้ำท่วมอีกคนละ 10,000 บาท โดยให้หัวหน้าแผนกเป็นผู้รับรอง
มั่นใจว่าทั้งภาครัฐและเอกชนต่างมีมาตรการพิเศษเพื่อให้ความช่วยเหลือดูแลเพื่อนร่วมงานในยามยาก เหมือนคนเฒ่าคนแก่ที่มักจะพูดกันติดปากอยู่เสมอว่า คนเราจะเห็นใจกันซึ้งใจกันในยามเดือดร้อนนี่แหละ.
ปรารถนา ฉายประเสริฐ |