|
|

|

|
|
ผู้ว่าฯกระบี่พร้อมคณะฯออกเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน
๑๐๐ ปี อ.คลองท่อม
|
เทศบาลเมืองกระบี่ขุดลอกคูระบายน้ำ
ย่านศูนย์การค้ามหาราช
|
|

|

|
|
อบจ.กระบี่ ร่วมกับกลุ่มแม่บ้าน ทำน้ำพริกมะขาม ไข่เค็ม
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
|
ลุงชาวตำบลคลองพนจ.กระบี่ อนุรักษ์เต่าพื้นเมืองเพื่อให้
คนรุ่นหลังได้ศึกษา
|
|

|

|
|
พระสุดทนแจ้งจับเจ้าหน้าที่สธ.ตำบลโค่นไม้วัดขาย
|
จับอดีตดีเจดังเมืองสตูล ผันตัวเองเป็นเอเยนต์ค้ายาเสพติด
|
ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่พร้อมคณะฯออกเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน ๑๐๐ ปี อ.คลองท่อม
 วันนี้ 2 พฤศจิกายน 2554 นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นางสุไลรัตน์ โอสถานนท์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่พร้อมคณะ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันออกเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน ๑๐๐ ปีในเขตอำเภอคลองท่อม จ.กระบี่ ที่มีอยู่จำนวน ๔ ราย ได้แก่ นางปั่น สิขวัตร อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 6 ต.เพหลา อ.คลองท่อม อายุ 105 ปี นางฟุ้งกิ้ม ศรีงาม อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 1 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม อายุ 100 ปี นายหวาน สุขยัง อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 8 ต.คลองพน อ.คลองท่อม และ นางตำ สูทอก อยู่บ้านเลขที่ 120 หมู่ 10 ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ในการเดินทางไปเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุในครั้งนี้ได้มีการมอบกระเช้าของขวัญ เงินช่วยเหลือจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รายละ 2,000 บาท เหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่มอบเงินช่วยเหลือรายละ 2,000 บาท
นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่าการออกเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน ๑๐๐ ปี ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังใจผู้สูงอายุ และให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าผู้สูงอายุ เป็นการตอบแทนคุณงามความดีของผู้สูงอายุ ที่ได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมมาโดยตลอด
เทศบาลเมืองกระบี่ขุดลอกคูระบายน้ำ ย่านศูนย์การค้ามหาราช
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 เวลา 08.30 น. กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองกระบี่ จัดโครงการถนนปลอดขยะ รณรงค์ทำความสะอาดย่านศูนย์การค้า มหาราช โดยมี นางสาวชนัสพร เรืองศรี ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองกระบี่ ประธานชุมชน อสม.และประชาชน เข้าร่วม โดยในวันนี้ได้ทำการขุดลอกคูบริเวณ ถนนรื่นฤดี ย่านศูนย์การค้ามหาราช
เทศบาลเมืองกระบี่มักจะได้รับการร้องเรียนจากประชาชนย่านศูนย์การค้ามหาราช อยู่เป็นประจำเรื่องของคูระบายน้ำ ด้านหลังอาคารพาณิชย์ บริเวณถนนพัฒนา ประชาชื่น รื่นฤดี ศรีสวัสดี และถนนสายอื่นๆ ที่อยู่บริเวณดังกล่าว มีปัญหาเรื่องการระบายน้ำในเวลาที่ฝนตก ทำให้น้ำเจิ่งนองเข้าบ้านพักอาศัย เทศบาลเมืองกระบี่จึงได้แก้ปัญหาโดยสั่งการให้กองสาธารณสสุขและสิ่งแวดล้อมเข้าจัดการขุดลอกคูระบาย เนื่องจากในพื้นที่ศูนย์การค้ามหาราชจะมีอาคารพาณิชย์ จำนวนมากและออกแบบให้หลังบ้านใกล้กันโดยมีคูระบายขนาด ประมาณ 30 เซนติเมตร ตลอดแนวอาคารพาณิชย์ดังกล่าวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ในคูระบายน้ำ มีขยะอุดตันจำนวนมาก เจ้าของอาคารบางรายได้สร้างท่อน้ำทิ้งลงในคูระบายน้ำ ทำให้เกิดปัญหาในระบบระบายน้ำ ระบายน้ำไม่สะดวกทางเทศบาลเมืองกระบี่จึงได้แจ้งเจ้าของอาคารให้ดำเนินการแก้ไขต่อไป
อบจ.กระบี่ ร่วมกับกลุ่มแม่บ้าน ทำน้ำพริกมะขาม ไข่เค็ม ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 ที่อาคารท่าเทียบเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยวปากคลองจิหลาด ตำบลไสยไทย อำเภอเมืองกระบี่ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายก อบจ.กระบี่ นำ เจ้าหน้าที่พนักงาน กลุ่มแม่บ้าน อบจ. กระบี่ กว่า100 คน ร่วมกันทำน้ำพริกมะขามจำนวน 1,200 กิโลกรัม ต้มไข่เค็ม จำนวน 13,000 ฟอง เพื่อเตรียมสำหรับเปิดครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัย บริเวณหน้ากระทรวงมหาดไทยกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 3 พฤศจิกายน อบจ.กระบี่ จัดขบวนรถนำ สิ่งของที่ได้รับบริจาค น้ำดื่ม ข้าวสารอาหารแห้ง พร้อมอุปกรณ์เครื่องครัวเพื่อเปิดครัวทำอาหารช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร
นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายก อบจ.กระบี่ กล่าวว่า ที่ผ่านมา อบจ.กระบี่ร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ในจังหวัดกระบี่ จัดงาน โครงการรวมน้ำใจชาวกระบี่ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีผู้ร่วมบริจาคเงินสด รวมเป็นเงิน 1,195,212.-บาท และบริจาคสิ่งของที่จำเป็นจำนวนหนึ่ง องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม จำนวน สามล้านบาท เพื่อรวมกับเงินที่ได้รับบริจาคเป็นจำนวนเงิน4,000,000 บาท ดำเนินการจัดซื้อสิ่งของที่จำเป็นในการดำรงชีพ ข้าวสาร ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำพริก และผ้าอนามัย ส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วครั้งหนึ่ง และเหลืองบประมาณ จำนวน 3 แสนบาท จึงดำเนินการ ทำน้ำพริกมะข้าว และไข่เค็ม ในวันนี้
ลุงชาวตำบลคลองพนจ.กระบี่ อนุรักษ์เต่าพื้นเมืองเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

นายประภาส กาเยาว์ อายุ 67ปี ชาวบ้าน ตำบลคลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้เลี้ยงเต่าพื้นบ้านมานานกว่า 10 ปี โดยขึ้นทะเบียนไว้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ไว้ทั้งหมด 300 ตัว แต่ปัจจุบัน เต่าที่เลี้ยงไว้ ถูกขโมยไปขายจนเหลือไม่ถึง 200 ตัว ทำให้ต้องย้ายสถานที่เลี้ยงไปไว้ในสวน ผลไม้ ใกล้บ้าน โดยขุดเป็นบ่อเล็กๆและกั้นลวดหนามเพื่อป้องกันขโมย ลุงประภาส เล่าว่า เมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อนตนเริ่มสังเกตเห็นว่า เต่าที่มีอยู่ตามพื้นบ้านกำลังจะหมดไปจากพื้นที่ เด็กๆไม่ค่อยรู้จักเพราะมีให้เห็นไม่บ่อยนัก เนื่องจากแหล่งที่อยู่อาศัยของเต่าถูกทำลาย กลายเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง หรือถูกปรับสภาพเป็นที่อยู่อาศัย ห้างร้านต่างๆ มากขึ้น ทำให้เต่าไม่ดำรงชีวิตอยู่ได้
ลุงประภาส กล่าวอีกว่า สาเหตุได้อนุรักษ์เต่าพื้นเมือง เนื่องจากปัจจุบันเต่าที่มีอยู่ตามธรรมชาติหาดูยาก และพบเห็นไม่บ่อยนัก เด็กๆรุ่นหลังไม่รู้จักเต่าที่มีอยู่ในบ้านเรา จึงได้รวบรวมเต่าพื้นเมืองชนิดต่างๆมาได้ประมาณ 300 ตัว มีทั้งเต่ากา เต่านา เต่าหับ และเต่าดำ โดยขึ้นทะเบียนไว้เรียบร้อย เพื่ออนุรักษ์ไว้ให้เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ ว่าเต่าบ้านเรามีกี่ชนิด และมีลักษณะเป็นอย่างไร ซึ่งผลปรากฏว่าได้รับความสนใจจากเด็กๆ พอสมควร แต่ช่วงหลังเต่าที่เลี้ยงไว้เหลือน้อยลงทุกที เนื่องจากมีกลุ่มวัยรุ่นขโมยไปขายจำนวนมาก ประกอบกับตนไม่รู้วิธีการแพร่พันธุ์หรือขยายพันธุ์ จึงจำต้องเลี้ยงแบบธรรมชาติ ให้อาหารเท่าที่มีอยู่เช่น กล้วย สับปะรด ขนุน และปลา เป็นต้น
“ที่ผ่านมาตนก็ได้ไปปรึกษากับนักวิจัย เพื่อที่จะขอคำแนะนำวิธีขยายพันธุ์เต่าพื้นบ้าน แต่ไม่มีใครให้ความสนใจเท่าที่ควร ไม่มีใครบอกได้ว่า ขยายพันธุ์อย่างไร ซึ่งต้องเลี้ยงไปตามธรรมชาติ แต่เป็นไปอย่างเชื่องช้า เพราะเต่าไม่เหมือนสัตว์ชนิดอื่น จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้อง ช่วยให้คำแนะนำด้วย เพราะหากปล่อยไว้เต่าพื้นบ้านก็คงจะสูญหายไปจากพื้นที่อย่างแน่นอน”
พระสุดทนแจ้งจับเจ้าหน้าที่สธ.ตำบลโค่นไม้วัดขาย

สุราษฎร์ธานี-เจ้าอาวาสวัดสามพันพร้อมคณะกรรมการวัด ในพื้นที่อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สุดทนรุดแจ้งความจับกุมสาธารณสุขประจำตำบลโค่นต้นไม้ที่เป็นไม้ห้วงห้ามในพื้นที่วัดและเป็นพื้นที่อนุรักษ์เป็นป่าชุมชนหมู่บ้านแปรรูปขาย เช้าวันนี้ ( 03 พ.ย.) พระสมุห์เที่ยงปิยธโส เจ้าอาวาสวัดสามพัน นายสมชาย หอมประกอบ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านสามพันตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมคณะกรรมการวัดได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.อ.ชิงชัย ภู่รัตนโอภาส ผกก.สภ.พระแสง เพื่อดำเนินคดี ต่อนายสุรศักดิ์ ปรัชวเมธีกุล หรือหมอหนุ่ม สาธารณสุขประจำตำบลไทรขึง ทั้งนี้ ได้กล่าวหาว่าหมอต้นได้นำรถแบ็กโฮ เข้าทำการโค่นต้นไม้พะยอมขนาดใหญ่ที่ปลูกอยู่ในพื้นที่ของวัดสามพันและทางวัดอนุรักษ์เป็นป่าชุมชนของหมู่บ้าน ในพื้นที่เกิดเหตุพบไม้พะยอมขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลาง 80- 100 เซนติเมตรอายุกว่า 100 ปี ถูกรถแบ็คโฮดันล้มอย่างถอนลากถอนโคนจำนวน 2 ต้น และถูกแปรรูปนำไม้ของกลางออกไปจากพื้นที่แล้วกว่าร้อยละ 90 เจ้าอาวาสระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าชุมชนประมาณ 2 ไร่ที่อยู่สิทธิครอบครองตามกฎหมาย ( โฉนด ) โดยพื้นที่บางส่วน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอได้ขอใช้พื้นที่เป็นที่ตั้งสำนักงานผดุงครรภ์ แต่ต่อมาสำนักงานได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น จึงยกเลิกใช้พื้นที่ไปกว่า 10 ปี ที่ผ่านมา ต่อมาทางสาธารสุขประจำตำบลได้มาขอจากทางวัดจะทำการแปรรูปไม้ที่ล้มลงจากอุทกภัยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา จำนวน 2 ต้น โดยอ้างกับวัดว่าจะนำไม้ดังกล่าวไปก่อสร้างสถานีอนามัยหรือโรงพยาบาลชุมชน พร้อมกันนี้ได้นำรถแบ็กโฮมาไถปรับดันต้นไม้พะยอมที่เป็นไม้มีค่าและเป็นไม้หวงห้ามล้มไปอีก 2 ต้น แล้วใช้เครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ทำการแปรรูปไม้ทั้งหมดจำนวน 4 ต้น ออกจากพื้นที่ไป ทำให้ชาวบ้านและกรรมการเกิดสงสัย จึงสอบถามไปทางนายบรรเจิด อินทร์คง สาธารณสุขอำเภอพระแสงได้ยืนยันว่าไม่มีการก่อสร้างอาคารตามคำกล่าวอ้างแต่อย่างใด ชาวบ้านและคณะกรรมวัดไม่พอใจ จึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องพร้อมจัดเก็บพยานหลักฐานต่างๆในที่เกิดเหตุเพื่อออกหมายจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
จับอดีตดีเจดังเมืองสตูล ผันตัวเองเป็นเอเยนต์ค้ายาเสพติด

สตูล - จับ “ดีเจเคน” อดีตนักจัดรายการวิทยุชื่อดังใน จ.สตูล หลังผันตัวเองมาเป็นเอเยนต์ค้ายาเสพติด พร้อมของกลางยาไอซ์ ทอง และเงินสดจำนวนหนึ่ง วานนี้ (2 พ.ย.) เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.พิษณุ อัชนะพรกุล ผู้กำกับ กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล มอบหมายให้ พ.ต.ท.อภิสิทธิ์ ปะดุกา สว.สส.กก.ภ.จว.สตูลพร้อม ด.ต.จิรศักดิ์ รุ่งเรือง และ ด.ต.ณรงค์ ชอบแต่ง ผบ.หมู่ (ป.) วางแผนล่อซื้อยาเสพติดจากนายอัครพัชร์ ทองทา อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 251 ม.8 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล หรือที่รู้จักในนาม “ดีเจเคน” พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 2 ห่อ น้ำหนักรวม 1.3 กรัม ทองและเงินสด จำนวน 4,000 บาท โดยล่อซื้อได้ที่บริเวณซอยปากทางเข้าโรงเรียนอนุบาลทักษิณ ถ.สตูลธานี ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้ พบว่ามีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาไอซ์ หรือน้ำแข็ง ชนิดแบ่งขายให้กับกลุ่มผู้ทำงานกลางคืน และนักท่องเที่ยวตามร้านอาหาร ผับบาร์ โดยจะทำการแบ่งขายเป็นถุงพลาสติกขนาดเล็กแบบหูรูด จำหน่ายเป็นห่อหรือที่เรียกในกลุ่มนักเสพว่าแบ่งขายเป็นจี หรือถุงละ 3,500-4,000 บาท โดยเจ้าตัวรับสารภาพว่าไปรับมาจาก อ.สะเดา จ.สงขลา และที่หันเหมาทำเพราะเพื่อนชวนเสพ ก่อนผันตัวเองมาเป็นเอเย่นต์จำหน่ายรายย่อยในพื้นที่ สำหรับ “ดีเจเคน” เป็นอดีตดีเจชื่อดังใน จ.สตูล เมื่อหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นดีเจที่มีหน้าตาหล่อเหลา บวกกับงานพิธีกรนอกสถานที่บ่อยๆ จึงเป็นที่หมายปองของสาวๆ โดยเฉพาะกลุ่มสาวประเภทสอง ทำให้มีชื่อโด่งดังอยู่พักใหญ่ จากนั้นผันตัวเองมาเป็นครูอัตราจ้างสอนวิชา ดนตรีในโรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.สตูล ก่อนจะมาจนมุมตำรวจหลังพบเบื้องหลังลอบเป็นนักค้ายาเสพติดรายสำคัญดังกล่าว |