|
|

|
'อีเอ็มบอล'กู้น้ำเน่า
|
|

|
อยากให้สมองไบร์ทฝึกได้ไม่ยาก
|
'อีเอ็มบอล'กู้น้ำเน่า

นาทีนี้ชาวกรุงเทพมหานครที่น้ำยังท่วมมาไม่ถึงหน้าบ้านก็ยังต้องคอยลุ้นกับสถานการณ์แบบวันต่อวัน ขณะที่ชาวกรุงเทพฯ บางส่วนต้องเผชิญกับน้ำท่วมขัง และอีก 21 จังหวัดที่น้ำท่วมมานานร่วม 2 เดือน นอกจากจะต้องกังวลความเสียหายที่เกิดขึ้น แล้วยังต้องเครียดที่ต้องจำทนอยู่กับสภาพน้ำที่เน่าเสียแล้ว....
ท่ามกลางวิกฤติที่เกิดขึ้น ทีมคลินิกเทคโนโลยี ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) เทพสตรี จ.ลพบุรี เล็งเห็นถึงการแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียให้แก่คนในชุมชนท้องถิ่น ด้วยการผลิตอีเอ็มบอล (EM ball) หรือจุลินทรีย์ที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสียและการเกษตร เพื่อปรับสภาพน้ำให้มีความสมดุลและพัฒนาคุณภาพของแหล่งน้ำในเขตชุมชน ป้องกันปัญหามลพิษทางกลิ่น ตลอดจนภัยเกี่ยวกับเชื้อโรคต่าง ๆ รวมถึงไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงซึ่งจะนำโรคติดต่อมาสู่คนได้
ผศ.ธรณี เพ็ชรเสนา รองคณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะผู้จัดการคลินิกเทคโนโลยี มรภ.เทพสตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ รศ.ดร.กวี ศิริโภคาภิรมย์ อธิการบดี มรภ.เทพสตรี ได้อนุมัติงบประมาณ 10,600 บาท สนับสนุนการทำอีเอ็มบอล ชนิดก้อนกลม จำนวน 20,000 ลูก ซึ่งระหว่างนี้อยู่ในขั้นการผลิตโดยนักศึกษาอาสาสมัครพร้อมด้วยชาวบ้านในชุมชนที่มาร่วมด้วยช่วยกัน สำหรับอีเอ็มบอลที่ผลิตได้ทั้งหมดนั้นจะส่งมอบให้แก่จังหวัดลพบุรี นำไปแจกจ่ายและดำเนินการหย่อนลงแหล่งน้ำเน่าเสียบริเวณบ้านเรือนประชาชนต่อไป
เพื่อเป็นการวัดประสิทธิภาพของอีเอ็มบอลที่ทำขึ้น ก่อนหน้านี้ทีมงานคลินิกเทคโนโลยีได้ลงพื้นที่สำรวจและเก็บตัวอย่างแหล่งน้ำท่วมขังบริเวณหมู่ 4 ต.ท่าแค ชุมชนวัดสำราญ และชุมชนโพธิ์เก้าต้น อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยมีการทดสอบด้วยการหย่อนอีเอ็มบอลลงในแหล่งน้ำดังกล่าว คิดเป็นปริมาตรน้ำในพื้นที่ 10 ตารางเมตรต่ออีเอ็มบอล 1 ลูก จากนั้นจะใช้ระยะเวลา 1 สัปดาห์เพื่อให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และพืช ซึ่งถูกเพาะอยู่ในลูกอีเอ็มบอลนั้น ทำหน้าที่แปรสภาพน้ำที่เน่าเสียให้กลับมีคุณภาพดีขึ้น
“สาเหตุที่เราต้องมีการตรวจสอบว่าอีเอ็มบอลที่ใช้กับแหล่งน้ำท่วมขังในแต่ละพื้นที่ได้ผลมากน้อยแค่ไหน เพราะบางแห่งสภาพน้ำอาจมีความใสอยู่บ้างและบางแห่งอาจไม่มีเลย รวมถึงบางจุดมีน้ำท่วมขังสูงและตื้นไม่เท่ากัน ซึ่งทั้งหมดจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ดีอีเอ็มบอลสามารถลดปัญหาน้ำเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นได้ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่หากผลการทดสอบดังกล่าวออกมาก็จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจ เนื่องจากมีข้อมูลสำหรับการจัดการกับแหล่งน้ำเน่าเสียในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างได้ผลต่อไป” ผศ.ธรณี กล่าว
สำหรับส่วนผสมอีเอ็มบอลสูตรของ มรภ.เทพสตรี “ผจก.คลินิกฯ” แจงว่า การทำอีเอ็มบอลในแต่ละท้องที่นั้น ไม่ได้มีกรรมวิธีแตกต่างกันมากนัก โดยส่วนประกอบและกระบวนการผลิต ได้แก่ การนำรำข้าวละเอียด ทราย และดินร่วน มาผสมรวมกันในอัตราส่วนที่เท่ากัน อย่างละ 1 กิโลกรัม จากนั้นให้นำภาชนะบรรจุสำหรับส่วนผสมกากน้ำตาล 4 ช้อนโต๊ะ (60 ซีซี) หัวเชื้ออีเอ็ม 2 ช้อนโต๊ะ (30 ซีซี) นำมารวมกันแล้วละลายด้วยน้ำกรองที่ปราศจากสารคลอรีน ปริมาตร 500 ซีซี จากนั้นจึงนำไปคลุกเคล้ากับส่วนผสมแรกเพื่อปั้นเป็นลูกบอลขนาดเท่ากำมือ หรือคิดเป็นน้ำหนักประมาณ 63 กรัม
ทั้งนี้ในส่วนที่ต้องสังเกตให้ดีคือเรื่องของน้ำ ซึ่งหากใช้น้ำประปาจะทำให้มีคลอรีนผสมกลายเป็นตัวฆ่าจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ทำให้อีเอ็มบอลหมดประสิทธิภาพ นอกจากนี้ดินร่วนที่นำมาเป็นส่วนผสมหากเป็นดินที่มีคุณภาพดี จุลินทรีย์เยอะก็จะยิ่งทำให้อีเอ็มบอลใช้งานได้อย่างดียิ่งขึ้นด้วย และเมื่อปั้นส่วนผสมเสร็จเรียบร้อยให้ทิ้งไว้นาน 5-15 วัน ก่อนบรรจุใส่ถุง จากนั้นจะสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน 4-5 เดือน
หมู่บ้านใดที่ประสบกับภาวะน้ำท่วมขังเน่าเสีย สามารถติดต่อปรึกษาและขอความรู้ในการแก้ปัญหาได้ที่ คลินิกเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มรภ.เทพสตรี โทร. 0-3642-7485-93 และหากชุมชนใดประสงค์จะให้วิทยากรลงพื้นที่ผลิตอีเอ็มบอลเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทันทีก็สามารถแจ้งได้ เพราะทางมหาวิทยาลัยมีวัตถุดิบสนับสนุนการผลิต อาทิ รำข้าวละเอียดและหัวเชื้ออีเอ็ม พร้อมกันนี้ อาจารย์ มรภ.เทพสตรี ยังฝากเตือนสำหรับประชาชนที่ลองทำใช้เองให้ระมัดระวังเรื่องความสะอาด ควรล้างมือทุกครั้งเพื่อไม่ให้เชื้อจุลินทรีย์เข้าสู่ร่างกาย แม้จะไม่เป็นอันตรายแต่ปลอดภัยไว้ก่อนเป็นดี.
อยากให้สมองไบร์ทฝึกได้ไม่ยาก

ดร.พอล เดนนิสัน แห่ง Educational Kinesiology Foundation ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้คิดค้นพัฒนาวิธีบริหารสมองมากว่า 20 ปี เพื่อช่วยให้สมองทั้งด้านซ้ายด้านขวาทำงานประสานกันได้ดี ผ่านวิธีฝึกแบบ Brain Gym ข้อมูลจากนิตยสาร ผู้หญิงวันนี้
จิบน้ำเปล่าทีละน้อยตลอดวัน วิธีนี้จะช่วยให้จิตใจและร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา และสมองก็จะเปิดว่าง สามารถรับข่าวสาร และข้อมูลได้ดี เพราะน้ำช่วยปรับสารเคมีที่สำคัญในสมองและระบบประสาท ในช่วงเวลาที่รู้สึกเครียด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะร่างกายขาดน้ำ ฉะนั้นจึงควรจิบน้ำเปล่าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้น้ำไปหล่อเลี้ยงระบบของร่างกาย
บริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่ ใช้มือซ้ายจับไหล่ขวา บีบกล้ามเนื้อให้แน่น พร้อมกับหายใจเข้า ลำดับต่อไป ให้หายใจออกและหันศีรษะไปทางซ้าย จนกระทั่งสามารถมองข้ามไหล่ซ้ายของตัวเองไปได้ จากนั้น ให้สูดลมหายใจลึก ๆ วางแขนซ้าย ลงบนไหล่ขวา พร้อมกับห่อไหล่ ค่อย ๆ หันศีรษะกลับ ไปตรงกลาง และเลยไปด้านขวา จนกระทั่งสามารถมองข้ามไหล่ขวาไปได้ ยืดไหล่ทั้ง 2 ข้างออก ก้มคางลง จรดหน้าอก พร้อมกับ สูดหายใจลึก ๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อ ได้ผ่อนคลาย เปลี่ยนมาใช้มือขวาจับไหล่ซ้ายบ้าง และทำซ้ำกัน ข้างละ 2 ครั้ง วิธีบริหารแบบนี้ จะช่วยกระตุ้นความชำนาญด้านการฟังและการได้ยิน
บริหารขาสวย ส่งผลดีต่อสมอง ยืนตรงให้เท้าชิดกัน ถอยเท้าซ้ายไปข้างหลัง โดยยกส้นเท้าขึ้น งอเข่าขวาเล็กน้อย แล้วโน้ม ไปข้างหน้าเล็กน้อยให้ก้นจะอยู่ในแนวเดียวกับส้นเท้าขวา สูดลมหายใจเข้า และ ผ่อนออก ในขณะที่ปล่อยลมหายใจออกนี้ ค่อย ๆ กดส้นเท้าซ้าย ให้วางลงบนพื้นพร้อมกับ งอเข่า ขวาเพิ่มขึ้น หลังเหยียดตรง สูดลมหายใจเข้า แล้วกลับไปตั้งต้นใหม่อีกครั้ง เปลี่ยนจากขาข้าง ซ้ายเป็นขาข้างขวา โดยออกกำลังในท่านี้ทั้งหมด 3 ครั้งด้วยกัน การบริหารในท่านี้จะดีสำหรับการปรับปรุงสมาธิ รวมทั้งเพิ่มอัตราความเร็วในการอ่านหนังสือ
ขีด ๆ เขียน ๆ บริหารสมอง เขียนเส้นขยุกขยิก หรือ อะไรก็ได้ลงบนกระดาษ โดยเขียนด้วยมือทั้งสองข้างพร้อมกัน ลายเส้นที่ได้อาจจะดูเพี้ยน ๆ แต่ได้ผลดี ต่อระบบสมองมากวิธีนี้จะช่วยปรับปรุง ระบบการประสานงานของสมอง ผลดีคือเพิ่มประสิทธิภาพความทรงจำในเรื่องทิศทาง และความชำนาญด้านการสะกดคำ การคำนวณ
นวดใบหู กระตุ้นความเข้าใจ นั่งพักสบาย ๆ แตะปลายนิ้วทั้ง 2 ข้างที่ใบหู เคลื่อนนิ้วไปยังส่วนบนของหู จากนั้นบีบนวด และ คลี่รอยพับของใบหูทั้ง 2 ข้างออก ค่อย ๆ เคลื่อนนิ้ว ลงมานวดบริเวณอื่น ๆ ของใบหู ดึงเบาๆ เมื่อถึงติ่งหู ดึงลง ให้ทำซ้ำกัน 2 ครั้ง วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการได้ยิน และ ทำให้ความ เข้าใจดีขึ้น
นวดจุดเชื่อมสมอง วางมือข้างหนึ่งไว้บนสะดือ ส่วนมืออีกข้างหนึ่ง ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือ และ นิ้วชี้ วางบนกระดูก หน้าอกบริเวณใต้กระดูกไหปลาร้า ค่อย ๆ นวดทั้ง 2 ตำแหน่งประมาณ 10 วินาที วิธีการนี้จะช่วยลดความงง หรือความสับสน และกระตุ้นพลังงาน ช่วยให้มีความคิดแจ่มใส
กดจุด คลายเครียด ใช้นิ้ว 2 นิ้วกดลงบนหน้าผากทั้ง 2 ด้าน ประมาณกึ่งกลางระหว่างขนคิ้ว และ ตีนผม กดค้าง ไว้ประมาณ 3 - 10 นาที วิธีนี้จะช่วยคลายความตึงเครียด และ เพิ่มการหมุนเวียนโลหิตเข้าสู่สมอง |