|
สพป.กระบี่ จัดอบรมปฏิบัติการใช้เครื่อง Tablet เพื่อการเรียนการสอน แก่ผู้บริหารและข้าราชการครู ๒๒๔ แห่ง

สพป.กระบี่ จัดอบรมปฏิบัติการใช้เครื่อง Tablet เพื่อการเรียนการสอน แก่ผู้บริหารและข้าราชการครู ๒๒๔ แห่ง นายสมเกียรติ เอ่งฉ้วน ประธานอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ เป็นประธานเปิดการอบรมปฏิบัติการใช้เครื่อง Tablet เพื่อการเรียนการสอนให้กับผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ โดยใช้ ที่ศูนย์การเรียนรู้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่เป็นสถานที่อบรม รุ่นที่ ๑ ประกอบด้วยผู้บริหารโรงเรียนและข้าราชการครู โรงเรียนบ้านร่าปู และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒ รวมจำนวน 20 คน โดยทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ได้ใช้งบประมาณในการจัดซื้อเครื่อง Tablet จำนวน ๒๕ เครื่อง ๆ ละ ๕,๐๐๐ บาท เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๒๕,๐๐๐ บาท เพื่อใช้ในการอบรมปฏิบัติการ มีคณะวิทยากรประกอบด้วยบุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ที่ได้ผ่านการอบรมการเป็นวิทยากรหลักและวิทยากรผู้ช่วยมาแล้ว ทั้งนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ วางเป้าหมายให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนทุกคนในโรงเรียนทั้ง ๒๒๔ แห่ง ทยอยเข้ารับการอบรมการใช้เครื่อง Tablet เพื่อการเรียนการสอน เป็นรุ่น ๆ ละ ๒๐ คน โดยจัดอบรมในวันราชการปกติ วันละ ๑ รุ่น ๆ ละ ๓ ชั่วโมง เวลา ๑๗.๐๐-๒๐.๐๐ น. และวันเสาร์ จำนวน ๒ รุ่น เวลา ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น. และเวลา ๑๓.๐๐-๑๖.๐๐ น.
สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกระบี่จำกัด จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี

สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกระบี่จำกัด จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี พร้อมการเลือกตั้งคณะกรรมการแทนชุดเก่าที่หมดวาระ
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกระบี่ จำกัด ได้จัดประชุม ใหญ่สามัญประจำปี 2554 โดยนายสมควร จงอักษร ประธานคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกระบี่ จำกัด พร้อมกรรมการ ได้รายงานผลการบริหารกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกระบี่ จำกัด ในรอบปีที่ ผ่านมา ต่อสมาชิกปัจจุบัน มีจำนวน 6,049 คน ที่มาจากข้าราชการครูทุกสังกัดภาครัฐและเอกชน ข้าราชการบำนาญ
ทั้งนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกระบี่ จำกัด ดำเนินการบริหารย่างเข้าเป็นปีที่ 50 เป็นสถาบันทางการเงินที่มั่นคง มีทุนเรือนหุ้น 1,740 ล้านบาทเศษ มีเงินรับ 1,936 ล้านบาทเศษ และมีเงินกู้สถาบันการเงินอื่นและตั๋วสัญญาใช้เงิน 1,473 ล้านบาทเศษ ยอดเงินกู้แก่สมาชิก ประจำปี 2554 จำนวน กว่า 5,235 ล้านบาท ในรอบปี 2554 จากการดำเนินงานสหกรณ์ กำไรสุทธิ 145 ล้านบาทเศษ ในการประชุมครั้งนี้ ยังได้เสนอเรื่องเพื่อพิจารณา ด้วยกัน 7 เรื่องเช่น รับรองงบดุลและงบกำไรขาดทุนประจำปี 2554 อนุมัติจัดสรรกำไรสุทธิ แผนงานและงบประมาณ ปี 2555 และอื่นๆ
นอกจากนี้ยังจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมที่หมดวาระลง ในวันนี้ จำนวน 3 คณะกรรมการ โดยมวลสมาชิกทำการเลือกตั้ง ผลการเลือกตั้ง ประธานคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกระบี่ จำกัด ได้แก่ หมายเลข 2 นายวินัย ทองทิพย์ ข้าราชการครู โรงเรียนเหนือคลองประชาบำรุง ได้คะแนนเสียง 2,873 คะแนน ชนะหมายเลข 1 นายสมควร จงอักษร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ซึ่งนั่งอยู่เดิมได้คะแนนเสียง เพียง 2,000 คะแนน ส่วนกรรมการรวมเขต เลือกได้ 3 คน ได้แก่ หมายเลข 1 นางพัชรี ชูมณี หมายเลข 3 นายมิตร คำเลี้ยง หมายเลข 2 นายวิทยานามวงษ์ มีวาระ 2 ปี และ กรรมการผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ ได้แก่หมายเลข2 นายบุญโรจน์ ภูมิภมร หมายเลข 6 นางอาภาพรรณ แสงทอง และหมายเลข 1 นางธณภัชร์สรณ์ งามขำ มีวาระ1 ปี
ตำรวจเขาพนม รวบหนุ่มใหญ่มีปืนสงคราม และกัญชา

เวลา 10.30 น.วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ที่สภ.เขาพนม จ.กระบี่ พ.ต.อ.อานนท์ พูลธนพงศ์ ผกก.สภ.เขาพนม พ.ต.ท.กิตติ ราชูพิมล สว.สส. พ.ต.ท.ขจิตร คงปราบ พนักงานสอบสวน ร่วมแถลงผลการจับกุมตัวผู้ต้องหามีอาวุธปืนสงคราม และมียาเสพติดไว้ในครอบครอง โดยผู้ต้องหาคือ นายสมคิด หรือเปี๊ยก เกลี้ยงบุตร อายุ 38 ปี อยู่เลขที่ 62 ม.3 ต.เขาพนม อ.เขาพนม พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนเล็กยาวสปริงฟิลด์ M1903 (ปลย 88) จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนเล็กยาวสปริงฟิลด์ M1903 (ปลย 88) จำนวน 37 นัด ซองบรรจุอาวุธปืนสีดำ 1 ซอง อาวุธปืนยาวขนาด.22 จำนวน 1 กระบอก กัญชาแห้งหนัก 0.7 กรัม และอุปกรณ์ในการเสพยา 1 ชุด
สำหรับการจับกุมทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เขาพนม ได้ออกตรวจตามโครงการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งมีเป้าหมายตามที่ได้มีบัญชีไว้ โดยระหว่างออกตรวจสอบ ที่ถนนในหมู่บ้านหมู่ที่ 2 ต.เขาพนม พบนายสมคิด กำลังขับรถอยู่ จึงได้เข้าตรวจค้นพบมีกัญชา จึงได้นำตัวไปตรวจค้นที่บ้านของผู้ต้องหาและพบอาวุธปืนดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ในบ้าน เบื้องต้นผู้ต้องหาอ้างว่ามีไว้ป้องกันตัว เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครอง ซึ่งจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รวบ "น้อยตีนแมว" เพิ่งพ้นคุกตั้งแก๊งย่องเบาเดือดร้อนทั่วตรัง

ตรัง - ตำรวจเมืองตรังแกะรอยกล้องวงจรปิด ล่าตัวแก๊งลักทรัพย์ฉายา "น้อยตีนแมว" หลังเพิ่งจะได้รับอภัยโทษออกมาจากคุกแค่ 1 เดือน แล้วก่อเหตุย่องเบาเพื่อนำทรัพย์ไปขายแลกยา วันนี้ (4 ก.พ.) พ.ต.อ.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผกก.สภ.เมืองตรัง ได้นำกำลังบุกเข้าจับกุมแก๊งลักทรัพย์ จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายนิรุทธิ์ จีนประชา อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ 4 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง, นายไมตรี ธนพัฒน์ศิริ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ 4 ต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง และนายวุฒิพงศ์ จงภักดี อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 1 ต.ท่าสะบ้า อ.วังวิเศษ จ.ตรัง พร้อมของกลางเป็นยาไอซ์ น้ำหนัก 0.08 กรัม และยาบ้า จำนวน 172 เม็ด โดยสามารถจับกุมได้บน ถ.ท่ากลาง ซ.โรสอินน์ ต.ทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง พร้อมขยายผลจับกุมต่อเนื่องในพื้นที่ ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง ผกก.สภ.เมืองตรัง เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เดือน ม.ค.55 เป็นต้นมา ได้เกิดเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์สินภายในเคหสถานในเวลากลางคืนหลายราย ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวน และแกะรอยจากภาพกล้องวงจรปิดภายในแมนชั่นแห่งหนึ่งบน ถ.เพลินพิทักษ์ ในเขตเทศบาลนครตรัง จนทราบเบาะแสคนร้ายที่ก่อเหตุ คือ นายนิรุทธิ์กับพวก จึงขยายผลจับกุมได้พร้อมยาเสพติดดังกล่าว โดยในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนมาแล้ว 5 ครั้ง จนทำให้ นายนิรุทธิ์ ได้รับฉายาว่า "น้อยตีนแมว" ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ล่าสุดถูกศาลตัดสินจำคุก 6 ปี และเพิ่งจะได้รับการพระราชทานอภัยโทษมาได้ 1 เดือน ก่อนที่ร่วมกับเพื่อนในแก๊งออกก่อเหตุลักทรัพย์ตามบ้านเรือน แล้วนำไปขายแลกยาบ้าเพื่อนำมาเสพ กระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ทั้ง 3 คน ว่า ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพโดยผิดกฎหมาย
นอภ.คุระบุรี สั่งเข้มกำจัดต้นกระท่อมให้หมดพื้นที่

พังงา - นายอำเภอคุระบุรี จ.พังงา นำกำลังฝ่ายปกครองตัดทำลายต้นกระท่อม กว่า 60 ต้น หลังพบมีการลักลอบปลูกในสวนยางพารา พร้อมสั่งทุกพื้นที่ระดมกำลังกวาดล้างให้สิ้นซาก หากพื้นที่ใดไม่ปฏิบัติตามถือเป็นการขัดคำสั่งจะตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (4 ก.พ.) นายมานิต เพียรทอง นายอำเภอคุระบุรี จ.พังงา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จำนวน 30 นาย เดินทางด้วยรถปิกอัพ 7 คัน จากตัวอำเภอเข้าสู่พื้นที่ที่มีการลักลอบปลูกต้นกระท่อม ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร จากนั้นได้เดินเท้าเข้าสู่สวนยาง หมู่ที่ 7 บ้านแสงทอง ตำบลคุระ อ.คุระบุรี ซึ่งเป็นสวนยางพาราขนาดใหญ่กว่า 100 ไร่ โดยขณะที่เจ้าหน้าที่เดินทางถึงพบว่าคนงานได้ไหวตัวหลบหนีเข้าป่าไปหมดแล้ว
จากการตรวจสอบพื้นที่รอบๆ บ้านพักคนงานซึ่งเป็นชาวพม่า พบต้นกระท่อมที่มีอายุกว่า 10 ปีขึ้นไป จำนวน 67 ต้น ยังพบว่ามีการปลูกต้นกระท่อมขนาดเล็กรอบๆพื้นที่อีกประมาณ 200 ต้น โดยสวนใหญ่ปลูกในร่องยางพารา และมีการย้ายต้นกระท่อมออกไปบางส่วนก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางเข้าถึง นอกจากนั้น ยังมีการตัดทำลายต้นกระท่อมขนาดใหญ่ลงไปแล้วกว่า 30 ต้น จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ อส.และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ใช้อุปกรณ์ตัดทำลายต้นกระท่อมทั้งหมดทิ้งพร้อมกับเผาทำลายทันที แล้วให้ทายาฆ่าต้นตอกระท่อมเพื่อไม่ให้มีการงอกขึ้นมาแทนอีก นายมานิต กล่าวว่าในพื้นที่อำเภอคุระบุรี มีการปลูกต้นกระท่อมเป็นจำนวนมาก จึงได้กำชับให้ผู้นำชุมชนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เร่งออกสำรวจว่ามีการปลูกต้นกระท่อมในพื้นที่ของตนเองหรือไม่ หากพบว่าพื้นที่ใดยังคงปล่อยให้มีการปลูกอยู่อีกให้รีบทำลายทิ้งให้หมด พื้นที่ใดไม่ทำลายจะถือว่าเป็นการขัดคำสั่ง จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับผู้นำชุมชน โดยเฉพาะกำนันผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครองที่รับผิดชอบ หากมีส่วนร่วมรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาด้วย
ที่ผ่านมาพบว่าพื้นที่อำเภอคุระบุรีมีการปลูกต้นกระท่อมมานาน และเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่คนในหมู่บ้านจะใช้รับประทานเพื่อทำงานหรือเป็นยา ซึ่งกฎหมายยังไม่รุนแรงสามารถอนุโลมได้ ต่อมาเมื่อสังคมเปลี่ยนไปกลับมีการนำใบกระท่อมไปผสมกับสารตัวอื่นๆ เพื่อให้เป็นยาเสพติดที่รุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน กฎหมายจึงได้กำหนดให้เป็นยาเสพติดประเภท 1 มีการเพิ่มโทษสูงขึ้น จึงต้องมีการทำลายทิ้งทั้งหมด ไม่ให้มีการปลูกอีกต่อไป "ตั้งแต่ดำเนินการตามนโยบายนี้อย่างจริงจัง ได้มีการทำลายต้นกระท่อมไปแล้วทั้งหมดรวม 723 ต้น นับว่าเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกมากในภาคใต้ สำหรับรายล่าสุดนี้จะสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับเจ้าของที่ดินที่ปลูกต้นกระท่อมให้ถึงที่สุดด้วย" นายมานิต กล่าว
ตร.นครศรีฯ รวบเอเย่นต์ยาเสพติดยกบ้าน เผยมีโปรโมชั่นซื้อยาบ้าแถมปืน!

นครศรีธรรมราช - ตร.นครศรีฯ จับเอเย่นต์ยาค้าเสพติดยกครอบครัว พ่อคว้าเอ็ม 16 หวิดดวลเดือด โชคดี จนท.ตะครุบทัน ด้าน ผบก.นครศรีฯ เผยเอเย่นต์รายใหญ่ขยายเครือข่ายแบบมีโปรโมชั่นแถมอาวุธสงคราม วันนี้ (3 ก.พ.) เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.รณพงศ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางเข้าอำนวยการสืบสวนขยายผลกลุ่มผู้ต้องหายาเสพติดและอาวุธสงคราม หลังจากที่ พ.ต.ท.สุวรรณ ดำสิงห์ รอง ผกก.ป.รักษาการ ผกก.สภ.จุฬาภรณ์ นครศรีธรรมราช รายงานว่ามีการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่พร้อมทั้งมีการตรวจยึดอาวุธสงคราม ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.ท.สุวรรณ ดำสิงห์ รอง ผกก.ป.รักษาการณ์ ผกก.สภ.จุฬาภรณ์ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จุฬาภรณ์หลายนายได้เข้าปิดล้อมบ้านเลขที่ 76 ม.4 ต.นาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช หลังจากสืบทราบว่าบ้านเลขที่ดังกล่าวเป็นแหล่งค้ายาเสพติดรายใหญ่ โดยขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการปิดล้อมนั้น มีผู้หญิงรายหนึ่งวิ่งหนีออกจากตัวบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถคุมตัวไว้ได้ ขณะเดียวกันชายอีกคนได้วิ่งเข้าไปในบ้านและถืออาวุธปืนเอ็ม 16 ออกมา แต่เจ้าหน้าที่ได้เข้าประชิดและจู่โจมจับกุมตัวไว้ได้ก่อนที่จะมีการเปิดฉากยิงต่อสู้ จากนั้นจึงคุมตัวทั้งสองราย ทราบชื่อคือนายบุญนำ สมัยสงฆ์ อายุ 54 ปี เจ้าของบ้าน และนางเจียร อ้นทอง อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 205 ม.2 ต.ควนมุด อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ยึดอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่นายบุญนำเตรียมยิงเจ้าหน้าที่ไว้เป็นของกลาง และเข้าตรวจค้นภายในบ้าน พบกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 96 นัด แมกกาซีน 2 อัน ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก กระสุน 5 นัด ยาบ้า 950 เม็ด จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่พบว่าบ้านที่อยู่ใกล้กันซึ่งเป็นบ้านของลูกชายของนายบุญนำ เป็นแหล่งส่งยาเสพติดให้กับผู้เสพรายสำคัญ เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจค้นโดยใช้อำนาจเจ้าพนักงาน ปปส. พบบุคคลอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวจำนวน 3 ราย คือนายธีระพงศ์ ดำสุข อายุ 24 ปี น.ส.ขนิษฐา ทองมาก อายุ 22 ปี และนายครรชิต ยุ่งนาค อายุ 25 ปี นอกจากนี้ ยังพบยาบ้า 32 เม็ด และยาไอซ์ 0.2 กรัม เบื้องต้น นายธีระพงศ์ รับสารภาพว่ารับยาเสพติดจากพ่อไปขายต่อยังใน อ.ชะอวด และเมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่าเหตุใดจึงไม่ใช้นามสกุลพ่อ นายธีระพงศ์ระบุว่าแม่ได้แจ้งเกิดให้เป็นลูกของคนอื่นเนื่องจากพ่อมีคดีติดตัวเมื่อคราวยังเป็น ผกค.เมื่อราว 30 ปีก่อนเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เตรียมดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จกับเจ้าพนักงานด้วย พล.ต.ต.รณพงศ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ได้กระจายยาเสพติดลงพื้นที่ มีการสร้างแรงจูงใจให้กับเอเย่นต์รายย่อยมากขึ้น โดยส่งของให้ก่อนแล้วค่อยจ่ายเงินไปทีหลังเมื่อขายของไปหมดแล้ว และยังมีการนำอาวุธสงครามมาให้กับเอเย่นต์รายย่อยด้วย นัยยะหนึ่งเพื่อเป็นการแสดงอำนาจว่าหากไม่มีการจ่ายเงินค่ายาเสพติดผู้ที่รับของไปขายต่อนั้นจะถูกปิดบัญชีทันทีด้วยความตาย และอีกนัยหนึ่งคือพร้อมใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่และติดตามสังหารลูกค้าที่ไม่จ่ายเงิน “สำหรับการดำเนินการกับเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำนครศรีธรรมราช ขณะนี้ได้ประสานงานกับผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องคาดว่าอีกไม่กี่วันจะสามารถดำเนินการได้ ซึ่งจะเป็นการกวาดล้างครั้งใหญ่มากทีเดียว” ผบก.นครศรีธรรมราชกล่าว |