|
โรคของผิวที่เสื่อมเพราะแสง

ความเสื่อมสะสมของผิวจากการถูกแสงแดดที่แรงร้อนบ่อยครั้ง ทำให้เกิดปัญหาผิวพรรณ เช่น ริ้วรอยเหี่ยวย่น แก่ก่อนวัย ผิวหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส
ยิ่งในช่วงหน้าร้อน ซึ่งพื้นที่ของโลกบริเวณบ้านเราหันเข้าหาดวงอาทิตย์รับแสงยูวีเต็ม ๆ กันอย่างนี้ หากคุณผู้อ่านไม่ดูแลผิวพรรณเสียบ้าง ระวังจะเกิดปัญหาข้างต้น โดยสามารถแยกแยะออกเป็น
‘มะเร็งผิวหนัง’ นับว่าเป็นปัญหาผิวที่อันตรายที่สุด และจำเป็นต้องได้รับการรักษาเนื่องจากเป็นเนื้อร้าย หากปล่อยไว้มีแต่จะลุกลามไปสู่ผิวหนังบริเวณอื่น ๆ แต่ก็ยังเป็นโชคดีของคนเอเชียที่มีผิวพรรณไม่ค่อยขาวเท่าไหร่ ลักษณะของผิวจึงแข็งแรงพอ ไม่เหมือนกับผิวขาว ๆ ของคนเอเชียบางชาติ อย่าง จีน ญี่ปุ่น ที่ใกล้เคียงกับชาวยุโรป เจ้าของผิวขาวบอบบางไวต่อแสงจึงมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่า
นอกจากนี้ยังมีปัญหา ‘กระเนื้อ’ มักจะพบในผู้สูงอายุ ผิวที่เป็นกระเนื้อจะมีลักษณะดำและนูน แต่ไม่ใช่เนื้อร้าย ไม่รักษาก็ไม่ก่อให้เกิดอันตราย เพียงแต่ดูไม่สวยงาม
ส่วนปัญหาฝ้า กระแดด ที่มีลักษณะเป็นปื้นหรือเป็นจุดสีน้ำตาล และรอยเหี่ยวย่น ก็นับรวมเป็นปัญหาผิวจากการถูกแสงแดด
โดยทั้งหมดสามารถแบ่งวิธีการรักษากว้าง ๆ ได้ 3 แบบ คือ
การใช้ยารักษา ไม่ว่าจะเป็นยากินหรือยาทา
การทำพีลลิ่ง (Peeling) ลอกผิวด้วยสารเคมีหรือวิตามิน โดย 2 แบบแรก เหมาะกับการรักษาปัญหาผิวที่เกิดขึ้นกับชั้นผิวส่วนบน
ส่วนแบบสุดท้าย คือ การรักษาด้วยเลเซอร์ ซึ่งมีหลายกลุ่ม มีทั้งชนิดพลังงานต่ำ ที่รักษาแล้วไม่ทิ้งร่องรอย และชนิดพลังงานสูง ที่อาจทำให้เกิดรอยแดง หลังการรักษาสักระยะจึงจางหาย แต่ไม่ว่าจะเป็นพลังต่ำหรือสูง เลเซอร์ก็สามารถเข้าไปแก้ปัญหาผิวที่อยู่ลึก ๆ ได้ โดยกลไกการรักษา เลเซอร์จะทำให้รอยดำแตกละเอียดเป็นเม็ดเล็ก ๆ จากนั้นเม็ดเลือดขาวก็จะเข้ามากำจัดออก
………………………..
มะระสกัดมะเร็งเต้านมเข้าขวางส่งน้ำเลี้ยงไปช่วยให้มะเร็งเติบโต

แม้ว่ามันจะส่อว่า อาจเป็นตัวการต่อต้านมะเร็ง แต่ก็ยังจำเป็นที่จะต้องมีการทดสอบกับสัตว์ และกับคนต่อไปอีกเพราะยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่า กินมะระมากๆ แล้วจะป้องกันมะเร็งได้...
วารสารวิชาการ "งานวิจัยโรคมะเร็ง" ของสหรัฐฯ รายงานว่าสารสกัดของมะระ ดูเหมือนจะมีพลังกีดขวางมะเร็งเต้านมได้ เพราะนักวิทยาศาสตร์ได้พบว่า สารประกอบสำคัญในลูกสีเขียวที่มีผิวตะปุ่มตะป่ำนี้ สามารถขัดขวางท่อน้ำเลี้ยงทางเคมี ซึ่งไปเลี้ยงมะเร็งให้เติบโต ทั้งยังปิดสัญญาณที่สั่งให้เซลล์มะเร็งแตกตัว และเปิดสัญญาณยุให้เซลล์ฆ่าตัวเอง
รายงานแจ้งว่า อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า ยังต้องมีการทดสอบเพิ่มขึ้น ดร.ราเชษฐ์ อัครวาล แห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโด กล่าวว่า แม้ว่ามันจะส่อว่า อาจเป็นตัวการต่อต้านมะเร็ง แต่ก็ยังจำเป็นที่จะต้องมีการทดสอบกับสัตว์ และกับคนต่อไปอีก เพราะยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่า กินมะระมากๆ แล้วจะป้องกันมะเร็งได้
คณะนักวิจัยได้เกิดความหวังว่า อาจจะใช้สารสกัดของมันทำเป็นอาหารเสริมให้กับคนไข้ เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นซ้ำขึ้นอีก
ดร.ราเชษฐ์ผู้ร่วมวิจัย กล่าวบอกว่า "หลักฐานที่เชื่อถือได้และทันสมัย ได้แสดงให้เห็นว่า การดื่มสุราแต่น้อย ออกกำลังและรักษาน้ำหนักตัวที่เหมาะสม จะลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านมลงได้".
……………………….. |