|
น้ำใส-ไหลเย็นธารโบกขรณี

อากาศร้อน ๆ อย่างนี้ เห็นทีจะสมควรแก่เวลาที่จะไปเที่ยวท่องตามแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความเย็น สดชื่น คลายร้อน โดยเดลินิวส์ออนไลน์ ขอแนะนำ ‘น้ำตกธารโบกขรณี’ ที่ จ.กระบี่... สำหรับน้ำตกธารโบกขรณี เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี อำเภออ่าวลึก ซึ่งจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง พื้นที่ทั้งหมดรวม 121 ตารางกิโลเมตร มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ภูเขาหินปูน ป่าดิบ ป่าชายเลน และเกาะต่าง ๆ และพันธุ์ไม้ที่หลากหลาย เฉพาะการพักผ่อนหย่อนใจที่น้ำตกธารโบกขรณี จะอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ เดิมมีชื่อว่า ธารอโศก เนื่องจากมีต้นอโศก (โศกน้ำ) ขึ้นอยู่ริมธาร ต้นน้ำเป็นน้ำผุด บริเวณเขาไม้คำและเขาถ้ำน้ำผุด ก่อนจะรวมเป็นธารน้ำลอดออกมาจากถ้ำของเขาหินปูน ตามลำคลองอ่าวลึก แล้วไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ นักท่องเที่ยวนิยมลงไปนั่งแช่น้ำใส ๆ เย็น ๆ ให้ไหลผ่านตัว ทั้งยังมีแอ่งกว้างหลายบริเวณ ให้เด็ก ๆ จอมโลดโผนได้กระโจนตัวลงจากโขดหินสู่พื้นน้ำ บ้างก็มีเถาวัลย์ใหญ่แข็งแรงพาดผ่านแอ่งน้ำ ให้ได้นั่งหย่อนขาพักชมผู้คนเล่นน้ำอยู่รอบตัว โดยน้ำตกแห่งนี้ไม่ค่อยสูงชันนัก แต่จะมีเพียงสระธารโบกขรณีที่ไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำ เนื่องจากมีกระแสน้ำวน อุณหภูมิน้ำต่ำมีความเย็น และลึกถึง 5 เมตร นอกจากการเล่นน้ำ แช่ตัวอยู่ในน้ำเย็น ๆ จากธรรมชาติ ในบริเวณธารโบกขรณียังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่สถานที่ให้สักการะเพื่อความเป็นมงคล คือ ศาลโต๊ะช่อง-โต๊ะยวน หากเดินชมรอบบริเวณ ก็จะได้พบกับพันธุ์ไม้หลากชนิด ขึ้นรายล้อมเสมือนถูกจัดตกแต่งไว้อย่างสวยงาม แซมกับแอ่งน้ำน้อยใหญ่ มีทางตัดให้เดินได้อย่างสะดวก เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ หลายจุดจะได้เห็นฝูงปลาเวียนว่ายอยู่ใต้น้ำใส ๆ บ้างก็มีแมงมุมชักใจต้องแสงให้เห็น เสียงนกร้อง เสริมเสียงน้ำไหลได้บรรยากาศการท่องเที่ยวชื่นชมธรรมชาติไปอีกแบบหนึ่ง น้ำตกธารโบกขรณี ในอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เปิดให้บริการทุกวัน มีบริเวณให้แค้มป์ปิ้ง และที่พัก สามารถสอบถามรายละเอียด และขอทราบข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมที่ .
………………………..
หนีเที่ยวกันเถอะ..

วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 หลังตัดสินคดียึดทรัพย์หนึ่งวัน คุณนายทอม มีเหตุต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ระหว่างที่นั่งแท็กซี่ไปสนามบินสุวรรณภูมิก็คุยกับโชเฟอร์ เขาเล่าให้ฟังว่าไปซื้อที่ซื้อทางไว้ 10 ไร่ที่จังหวัดพะเยา ตอนแรกตั้งใจว่าจะขับรถพาลูกเมียขึ้นไปเที่ยว เพราะมีข่าวว่าจะมีการชุมนุมใหญ่กันในกรุงเทพฯ แกก็เลยไม่อยากอยู่ให้วุ่นวาย..
แต่พอได้ยินข่าวเขาจะเลื่อนไปชุมนุมวันที่ 12-14 มีนาคม พี่โชเฟอร์แกก็เลยเปลี่ยนใจ เลื่อนการเดินทางไปเหมือนกับพวกที่จะมาชุมนุมเหมือนกัน..
ดูข่าวทีวีไทย บอกว่า ชาวบ้านบางจังหวัดทางภาคอีสานกำลังเตรียมข้าวสารอาหารแห้งไว้เป็นเสบียงที่จะเข้ามาร่วมชุมนุมในกรุงเทพฯ แล้ว..
รัฐบาลก็ออกข่าวเตรียมพร้อมกันอย่างแข็งขัน พรรคพวกเป็นตำรวจภูธรอยู่บ้านนอก ยังได้รับคำสั่งให้เตรียมตัว อาจจะต้องเข้ามาผลัดเปลี่ยนกำลัง หากสถานการณ์ยืดเยื้อ..
..อย่ากระนั้นเลย เสื้อแดงจะมาแล้ว พวกเราเสื้อลาย เผ่นดีกว่า... ไปเที่ยวกระจายรายได้กันเถอะ.....
แม้พลิกดูปฏิทินเดือนมีนาคม จะไม่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์เลยสักวันเดียว แต่นี่ก็เพิ่งต้นปี วันลาพักร้อนยังเหลือเฟือ เด็ก ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ สอบเสร็จ เริ่มจะปิดเทอมกันแล้ว หลายคนบอกว่าร้อน ๆ อย่างนี้ ไปทะเลกันดีกว่า (จะเปิดเพลงของคุณน้าปานศักดิ์ คลอไปด้วยก็ไม่ว่ากัน)
ปฏิทินท่องเที่ยวของ ททท. บอกว่า งานเทศกาล ว่าวไทยและว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 11 ที่ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ มีวันที่ 13-14 มีนาคม พอดี..
เคยไปดูเมื่อปีก่อน สนุกดีเหมือนกัน แต่แดดร้อนเปรี้ยงเลย..
ใครทนแดดไม่ไหว จะหนีเข้าไปเดินเล่น กินลม ชมพระที่นั่งมฤคทายวัน แทนก็ได้ไม่ผิดกติกา..
ส่วนใครที่ชอบแบบโรแมนติคหน่อย จะขับรถเลยไปถึง ปราณบุรี บ้านกรูด เดี๋ยวนี้เขาโปรโมทจนกลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวสุดฮิตไปแล้ว รีสอร์ท โรงแรม เก๋ ๆ เพียบเลย ราคาไม่แพง เลือกพักได้ตามใจปรารถนา..
แต่ถ้าเป็นพวกชอบเที่ยวไป กินไป และมีเวลาพอ ขอแนะนำงาน สุราษฎร์ฟู้ดแฟร์ จัดที่ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี อำเภอเมือง สุราษฎร์ธานี งานมีตั้งแต่ 12-20 มีนาคม ไปพิสูจน์ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง กันได้เต็มคราบ..!
นอกจากเที่ยวทะเลแล้ว ยังมี งานมหกรรมศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว และพิธีบวงสรวงนายขนมต้ม ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 14-17 มีนาคม หรือหากยังติดใจบรรยากาศทางเหนือ สัปดาห์ที่แล้วเพิ่งขึ้นไปทำบุญวันมาฆะบูชาที่ลำพูน เมืองบุญล้านนา ช่วงเช้าอากาศยังเย็นอยู่เลย ขอบอก..
และสุดสัปดาห์นี้ ที่ปางช้างแม่สา จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 13 มีนาคม เขาจัดงาน วันช้างไทย น่าสนุกดีเหมือนกัน..
ใครยังไม่รู้จะไปไหน เสิร์ชข้อมูลใน google เขาบอกว่า 10 จังหวัดต่อไปนี้ น่าเที่ยวที่สุดในประเทศไทย 1 เชียงใหม่ อันนี้แน่นอนว่าสุดฮิต 2 ภูเก็ต ไข่มุกอันดามัน 3 กาญจนบุรี ต้องล่องแพ+สะพานข้ามแม่น้ำแคว 4 สุโขทัย เมืองประวัติศาสตร์ 5 สุรินทร์ งานช้างไงตัวเอง 6 หนองคาย เมืองน่าอยู่อันดับเจ็ดของโลกเชียวนะ 7 เชียงราย เหนือสุดยอดในสยาม 8 เพชรบุรี มีทะเล มีเขาวัง และมีขนมหม้อแกง 9 น่าน เมืองเก่า แถมร่ำรวยด้วยธรรมชาติ และ 10 ชัยภูมิ ทุ่งดอกกระเจียวกับที่เที่ยวอีกมากมาย
หลายคนเถียงว่าใน 10 อันดับไม่เห็นมีทะเลฝั่งตะวันออกบ้างเลย.. แล้วจังหวัดเลยล่ะ เลย... ไปได้ไง.. ฯลฯ.. จังหวัดบ้านใคร ก็ว่ามีดีไม่แพ้ที่อื่น อันนี้ขอชูมือเห็นด้วยจ้ะ.. เอาเป็นว่า ท่องเที่ยวในบ้านเรา เงินทองไม่รั่วไหล.. ชาวบ้านเขาจะได้มีงานทำ หลังเกี่ยวข้าว ไม่ต้องเข้ามาชุมนุมไง..!
……………………….. |