ข่าวเด่นวันนี้

101Banner-2010

สถานีวิทยุ ออนไลน์ ฟังเพลงสดๆจากทุกสถานีโดยตรง Radio Online Live

101Radio_Onair Logo_Design_d.onweb WorldMusic-2

เอฟ.เอ็ม101 MHz กระบี่

เอฟ.เอ็ม 94.0 MHz กระบี่

World Music Radio

Lungsuan-01

MusicForYou

วิทยุเสียงจะนะ

เอฟ.เอ็ม95.00 MHz หลังสวน

Music For You

วิทยุเสียงจะนะ FM 98.50 MHz

โฆษณาสินค้ากับเราวันนี้Hot Merchandise

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

คลิ๊กดูรายละเอียด

มีเงิน 30 บาท ก็เป็นเจ้าของได้

คลิ๊กดูรายละเอียด

เปาไวท์

อ่าวนาง ทราเวล แอนด์ ทัวร์ คลิ๊กดูรายละเอียด

มหาราชผ้าม่าน ถนน.มหาราช

เปา ไวท์ คลิ๊กดูรายละเอียด

กระบี่ เพ้นท์

สมาท พูล คลิ๊ก !!!! ดูรายละเอียด

Qwood คลิ๊ก !!!



เพชรเกษม วิศวกรรม

ประชาสัมพันธ์อย่างมีคุณภาพ

ท่องเที่ยวทั่วไทย Tourisms พิมพ์ อีเมล

28 ปีลูกหม้อ'ทอท.' กับภารกิจเอ็มดีใหม่

TAT_1

การชะลอตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบิน นับจากการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ จนถึงขณะนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)หรือทอท.ไม่น้อย เห็นได้จากปริมาณการจราจรทางอากาศของสนามบินทั้ง 6 แห่ง ทั้งดอนเมือง เชียงใหม่ หาดใหญ่ เชียงราย ภูเก็ต และสุวรรณภูมิ ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2551-พฤษภาคม 2552) มีเที่ยวบินลดลงกว่าร้อยละ17 จำนวนผู้โดยสารลดลงร้อยละ 19.53 ฉุดรายได้จากการดำเนินงานในงวด 6 เดือนนี้ (ตุลาคม 2551-มีนาคม 2552)ลดลงร้อยละ10.84

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทอท.จะฝ่ามรสุมนี้ได้อย่างไร และทิศทางการดำเนินธุรกิจจะเป็นอย่างไร นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. คนที่13 ซึ่งเป็นลูกหม้อของทอท.มากกว่า 28 ปี ทั้งยังเป็นคนแรกที่นั่งเก้าอี้จะเป็นผู้ให้คำตอบ

ประสานรอยร้าวในองค์กร

นายเสรีรัตน์ กล่าวเปิดใจว่าภายหลังจากที่ได้รับเลือกเข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ด้วยคะแนนที่เป็นเอกฉันท์ ต่อมาได้ลงนามในสัญญาจ้างในตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ในวงเงินจ้าง 6.3 แสนบาทต่อเดือน และจะเริ่มงานในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ถือเป็นการทำหน้าที่ที่พร้อมจะทำงานได้ทันที จากเดิมที่เคยดำรงตำแหน่งรักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.มา 8 เดือน

การเข้ามารับตำแหน่งครั้งนี้ถือเป็นความยินดีมาก ที่ได้รับโอกาสและความไว้วางใจจากทอท.จากนี้จะใช้ความตั้งใจในการทำงานและจะใช้ประสบการณ์ทำงานที่ร่วมกับทอท.มากว่า 28 ปีในฐานะที่เป็นพนักงานมาตลอด ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และจะสานสัมพันธ์ในองค์กรเป็นเสมือนพวกพ้องไม่ให้มีความแตกแยกมีหลายฝ่ายเหมือนที่ผ่านมา เพื่อจะให้การทำงานไปอย่างเป็นระบบเพื่อให้ทอท.ประสบความสำเร็จก้าวไปสู่การเป็นแนวหน้าของวงการธุรกิจไทย

หน้าที่จากนี้คือการบริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้ติดอันดับ 1 ใน 10 สนามบินที่บริการด้วยคุณภาพของโลก เช่นเดียวกับนโยบายเมื่อเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสนามบินสุวรรณภูมิ และจากผลการประเมินไตรมาสแรกถือว่าคะแนนดีกว่าปีที่ผ่านมา และคาดว่าเมื่อจบการประเมินสิ้นปีสุวรรณภูมิจะติดอันดับ 1 ใน 10 สนามบินบริการคุณภาพระดับโลกได้

ผนึกแอร์ไลน์ฝ่าวิกฤติ

ขณะนี้เป็นปีแห่งวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งไม่เพียงสายการบินที่ได้รับผลกระทบ ทอท.ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจสนามบินก็ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง โดยทอท.ก็จะต้องช่วยเหลือสายการบินเพื่อให้ธุรกิจการบินอยู่รอด ด้วยการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งการช่วยเหลือนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐและเพื่อให้สายการบินลดค่าใช้จ่าย และเปิดบินเข้าไทยเพิ่ม

"หากทอท.ไม่ช่วยเหลือสายการบิน ทอท.ก็ได้รับผลกระทบอยู่ดี ดังนั้นเพื่อไม่ให้ธุรกิจได้รับผลกระทบมาก หรือทำให้รายได้และผลกำไรลดลง จึงขอความร่วมมือของฝ่ายบริหารและพนักงานทุกคนร่วมกันทำงานเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ ร่วมกันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นร่วมกัน"

เพราะปริมาณจราจรทางอากาศของ ทอท.ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2552 ลดลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกและผลจากเหตุการณ์ปิดท่าอากาศยานในช่วงปลายปี 2551 ส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร ยิ่งไปกว่านั้นในช่วง เมษายน 2552 เกิดเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองอีกครั้ง ตามด้วยการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสาร

ส่งผลให้การดำเนินงานด้านการเงินงวด 6 เดือน (ตุลาคม 2551 - มีนาคม 2552) ปีงบประมาณ 2552 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 11,140.27 ล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันของปีงบประมาณ 2551 จำนวน 1,354.90 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.84 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวม 8,676.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140.81 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.65 กำไรจากการดำเนินงานรวม 2,463.55 ล้านบาท ลดลง 1,495.71 ล้านบาท หรือร้อยละ 37.78 กำไรสุทธิ 153.61 ล้านบาท ลดลง 3,343.45 ล้านบาท หรือร้อยละ 95.61 กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.11 บาท ลดลงจากปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิต่อหุ้น 2.45

เน้นเพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์

ส่วนแผนการเพิ่มรายได้ของทอท.นั้นต้องให้ความสำคัญกับธุรกิจเชิงพาณิชย์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการบินมากขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ในส่วนนี้แทนที่รายได้จากสายการบินที่มาใช้บริการ ซึ่งในขณะนี้ธุรกิจการบินประสบปัญหาอยู่ โดยแผนหารายได้จะใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่เหลือบริเวณข้างศูนย์ขนส่งและลานจอดระยะไกลที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงการพัฒนาพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์สนามบินดอนเมือง เพื่อเป็นศูนย์บริการเครื่องบินส่วนตัวหรือรองรับเครื่องบินวีไอพี และได้ใช้สำหรับเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยานแห่งเอเชีย

ล่าสุดได้หารือกับแอร์พอร์ต เดลพาลี ของฝรั่งเศส โดยได้สอบถามว่าแอร์บัส มีศูนย์ซ่อมอากาศยานของแอร์บัสอยู่ในเอเชียหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มี จึงได้ฝากให้แอร์พอร์ตเดลพาลี ไปสอบถามกับแอร์บัสว่ามีความสนใจจะเปิดศูนย์ซ่อมอากาศยานของแอร์บัสหรือไม่ เพราะในภูมิภาคนี้สายการบินใช้บริการของแอร์บัสกว่าครึ่ง และหากสนใจไทยก็พร้อมจะเป็นฐานให้เข้ามาลงทุนเปิดศูนย์ซ่อมดังกล่าวได้

นอกจากนี้ในระยะยาวทอท.ยังได้จัดเตรียมแผนงานในอนาคตที่สำคัญในการเพิ่มรายได้จากกิจกรรมเชิงพาณิชย์ของแต่ละท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ เช่น ในสนามบินสุวรรณภูมิก็มีโครงการพัฒนาคอมมิวนิตีมอลล์ ซึ่งเป็นโครงการให้เอกชนร่วมทุนพัฒนาธุรกิจบนที่ดินแปลง 37 และพื้นที่ทดแทนทางด้านทิศใต้ 600 ไร่ ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ก็มีโครงการให้เอกชนดำเนินการก่อสร้างและบริหารอาคารคลังสินค้าส่วนกลาง และโครงการศูนย์ธุรกิจรถยนต์ครบวงจร

ส่วนในสนามบินสุวรรณภูมิ ก็มีแผนพัฒนาอาคารผู้โดยสาร สำหรับอากาศยานส่วนบุคคล (Private Jet Terminal) ณ อาคารรับรองพิเศษ โครงการซ่อมอากาศยาน ศูนย์ฝึกบินจำลอง และโครงการอื่นที่เกี่ยวข้อง สนามบินเชียงใหม่ มีโครงการศึกษาการจัดตั้งเขตปลอดอากร(Free Zone) ณ คลังสินค้า สนามบินภูเก็ต มีแผนพัฒนาอาคารผู้โดยสาร สำหรับอากาศยานส่วนบุคคล และสนามบินหาดใหญ่ มีแผนพัฒนา ศูนย์กลางการบริการขนส่งทางบก (Express Way Center)

ขยายสุวรรณภูมิรับ 80 ล้านคน

ในส่วนของสนามบินสุวรรณภูมิ นั้น ทอท.ได้เตรียมโครงการพัฒนา เพื่อให้มีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 80 ล้านคนต่อปี และเพียงพอในการรองรับจำนวนผู้โดยสารได้จนถึงปี 2562 โดยมีแนวทางเป็น 2 กลุ่มงานคือ การดำเนินการก่อสร้างกลุ่มงานอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (ปี2553 - 2556) และการดำเนินการตามแผนโครงการพัฒนาระยะที่ 2 ดำเนินการ 6 ปี (ปี2554-2559)

สำหรับการพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาคในความดูแลของ ทอท.นั้น คาดว่าสนามบินภูเก็ต จะเต็มขีดความสามารถในอนาคตอันใกล้ ดังนั้นเพื่อให้สามารถรักษาคุณภาพและมาตรฐานการบริการ ตลอดจนประสิทธิภาพการดำเนินงาน จึงได้พิจารณาเตรียมโครงการพัฒนาสนามบินภูเก็ตในปีงบประมาณ 2552-2556 ระยะเวลาการดำเนินงาน 5 ปี เช่น การก่อสร้างในเขตปฏิบัติการการบินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร และอาคารสนับสนุน การก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ เป็นต้น โดยเมื่อแล้วเสร็จ ทภก.จะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้ถึง 12.5 ล้านคนต่อปี ซึ่งเพียงพอที่จะรองรับผู้โดยสารและปริมาณการจราจรทางอากาศได้ถึงปี 2561

ทั้งหมดล้วนเป็นภาพรวมและทิศทางธุรกิจของ ทอท.ในปีที่ 30 ของการดำเนินงานและทิศทางการพัฒนาสนามบินของทอท. ภายใต้การบริหารงานของ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ คนใหม่

-------------------------------------------------

 แรงงานต่างด้าว ยึดอาชีพคนไทย19กิจการ

TAT_2

การชะลอตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบิน นับจากการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ จนถึงขณะนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)หรือทอท.ไม่น้อย เห็นได้จากปริมาณการจราจรทางอากาศของสนามบินทั้ง 6 แห่ง ทั้งดอนเมือง เชียงใหม่ หาดใหญ่ เชียงราย ภูเก็ต และสุวรรณภูมิ ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2551-พฤษภาคม 2552) มีเที่ยวบินลดลงกว่าร้อยละ17 จำนวนผู้โดยสารลดลงร้อยละ 19.53 ฉุดรายได้จากการดำเนินงานในงวด 6 เดือนนี้ (ตุลาคม 2551-มีนาคม 2552)ลดลงร้อยละ10.84

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทอท.จะฝ่ามรสุมนี้ได้อย่างไร และทิศทางการดำเนินธุรกิจจะเป็นอย่างไร นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. คนที่13 ซึ่งเป็นลูกหม้อของทอท.มากกว่า 28 ปี ทั้งยังเป็นคนแรกที่นั่งเก้าอี้จะเป็นผู้ให้คำตอบ

ประสานรอยร้าวในองค์กร

นายเสรีรัตน์ กล่าวเปิดใจว่าภายหลังจากที่ได้รับเลือกเข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ด้วยคะแนนที่เป็นเอกฉันท์ ต่อมาได้ลงนามในสัญญาจ้างในตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ในวงเงินจ้าง 6.3 แสนบาทต่อเดือน และจะเริ่มงานในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ถือเป็นการทำหน้าที่ที่พร้อมจะทำงานได้ทันที จากเดิมที่เคยดำรงตำแหน่งรักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.มา 8 เดือน

การเข้ามารับตำแหน่งครั้งนี้ถือเป็นความยินดีมาก ที่ได้รับโอกาสและความไว้วางใจจากทอท.จากนี้จะใช้ความตั้งใจในการทำงานและจะใช้ประสบการณ์ทำงานที่ร่วมกับทอท.มากว่า 28 ปีในฐานะที่เป็นพนักงานมาตลอด ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และจะสานสัมพันธ์ในองค์กรเป็นเสมือนพวกพ้องไม่ให้มีความแตกแยกมีหลายฝ่ายเหมือนที่ผ่านมา เพื่อจะให้การทำงานไปอย่างเป็นระบบเพื่อให้ทอท.ประสบความสำเร็จก้าวไปสู่การเป็นแนวหน้าของวงการธุรกิจไทย

หน้าที่จากนี้คือการบริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้ติดอันดับ 1 ใน 10 สนามบินที่บริการด้วยคุณภาพของโลก เช่นเดียวกับนโยบายเมื่อเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสนามบินสุวรรณภูมิ และจากผลการประเมินไตรมาสแรกถือว่าคะแนนดีกว่าปีที่ผ่านมา และคาดว่าเมื่อจบการประเมินสิ้นปีสุวรรณภูมิจะติดอันดับ 1 ใน 10 สนามบินบริการคุณภาพระดับโลกได้

 

ผนึกแอร์ไลน์ฝ่าวิกฤติ

ขณะนี้เป็นปีแห่งวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งไม่เพียงสายการบินที่ได้รับผลกระทบ ทอท.ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจสนามบินก็ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง โดยทอท.ก็จะต้องช่วยเหลือสายการบินเพื่อให้ธุรกิจการบินอยู่รอด ด้วยการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งการช่วยเหลือนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐและเพื่อให้สายการบินลดค่าใช้จ่าย และเปิดบินเข้าไทยเพิ่ม

"หากทอท.ไม่ช่วยเหลือสายการบิน ทอท.ก็ได้รับผลกระทบอยู่ดี ดังนั้นเพื่อไม่ให้ธุรกิจได้รับผลกระทบมาก หรือทำให้รายได้และผลกำไรลดลง จึงขอความร่วมมือของฝ่ายบริหารและพนักงานทุกคนร่วมกันทำงานเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ ร่วมกันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นร่วมกัน"

เพราะปริมาณจราจรทางอากาศของ ทอท.ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2552 ลดลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกและผลจากเหตุการณ์ปิดท่าอากาศยานในช่วงปลายปี 2551 ส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร ยิ่งไปกว่านั้นในช่วง เมษายน 2552 เกิดเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองอีกครั้ง ตามด้วยการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสาร

ส่งผลให้การดำเนินงานด้านการเงินงวด 6 เดือน (ตุลาคม 2551 - มีนาคม 2552) ปีงบประมาณ 2552 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 11,140.27 ล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันของปีงบประมาณ 2551 จำนวน 1,354.90 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.84 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวม 8,676.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140.81 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.65 กำไรจากการดำเนินงานรวม 2,463.55 ล้านบาท ลดลง 1,495.71 ล้านบาท หรือร้อยละ 37.78 กำไรสุทธิ 153.61 ล้านบาท ลดลง 3,343.45 ล้านบาท หรือร้อยละ 95.61 กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.11 บาท ลดลงจากปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิต่อหุ้น 2.45

เน้นเพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์

ส่วนแผนการเพิ่มรายได้ของทอท.นั้นต้องให้ความสำคัญกับธุรกิจเชิงพาณิชย์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการบินมากขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ในส่วนนี้แทนที่รายได้จากสายการบินที่มาใช้บริการ ซึ่งในขณะนี้ธุรกิจการบินประสบปัญหาอยู่ โดยแผนหารายได้จะใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่เหลือบริเวณข้างศูนย์ขนส่งและลานจอดระยะไกลที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงการพัฒนาพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์สนามบินดอนเมือง เพื่อเป็นศูนย์บริการเครื่องบินส่วนตัวหรือรองรับเครื่องบินวีไอพี และได้ใช้สำหรับเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยานแห่งเอเชีย

ล่าสุดได้หารือกับแอร์พอร์ต เดลพาลี ของฝรั่งเศส โดยได้สอบถามว่าแอร์บัส มีศูนย์ซ่อมอากาศยานของแอร์บัสอยู่ในเอเชียหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มี จึงได้ฝากให้แอร์พอร์ตเดลพาลี ไปสอบถามกับแอร์บัสว่ามีความสนใจจะเปิดศูนย์ซ่อมอากาศยานของแอร์บัสหรือไม่ เพราะในภูมิภาคนี้สายการบินใช้บริการของแอร์บัสกว่าครึ่ง และหากสนใจไทยก็พร้อมจะเป็นฐานให้เข้ามาลงทุนเปิดศูนย์ซ่อมดังกล่าวได้

นอกจากนี้ในระยะยาวทอท.ยังได้จัดเตรียมแผนงานในอนาคตที่สำคัญในการเพิ่มรายได้จากกิจกรรมเชิงพาณิชย์ของแต่ละท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ เช่น ในสนามบินสุวรรณภูมิก็มีโครงการพัฒนาคอมมิวนิตีมอลล์ ซึ่งเป็นโครงการให้เอกชนร่วมทุนพัฒนาธุรกิจบนที่ดินแปลง 37 และพื้นที่ทดแทนทางด้านทิศใต้ 600 ไร่ ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ก็มีโครงการให้เอกชนดำเนินการก่อสร้างและบริหารอาคารคลังสินค้าส่วนกลาง และโครงการศูนย์ธุรกิจรถยนต์ครบวงจร

ส่วนในสนามบินสุวรรณภูมิ ก็มีแผนพัฒนาอาคารผู้โดยสาร สำหรับอากาศยานส่วนบุคคล (Private Jet Terminal) ณ อาคารรับรองพิเศษ โครงการซ่อมอากาศยาน ศูนย์ฝึกบินจำลอง และโครงการอื่นที่เกี่ยวข้อง สนามบินเชียงใหม่ มีโครงการศึกษาการจัดตั้งเขตปลอดอากร(Free Zone) ณ คลังสินค้า สนามบินภูเก็ต มีแผนพัฒนาอาคารผู้โดยสาร สำหรับอากาศยานส่วนบุคคล และสนามบินหาดใหญ่ มีแผนพัฒนา ศูนย์กลางการบริการขนส่งทางบก (Express Way Center)

ขยายสุวรรณภูมิรับ 80 ล้านคน

ในส่วนของสนามบินสุวรรณภูมิ นั้น ทอท.ได้เตรียมโครงการพัฒนา เพื่อให้มีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 80 ล้านคนต่อปี และเพียงพอในการรองรับจำนวนผู้โดยสารได้จนถึงปี 2562 โดยมีแนวทางเป็น 2 กลุ่มงานคือ การดำเนินการก่อสร้างกลุ่มงานอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (ปี2553 - 2556) และการดำเนินการตามแผนโครงการพัฒนาระยะที่ 2 ดำเนินการ 6 ปี (ปี2554-2559)

สำหรับการพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาคในความดูแลของ ทอท.นั้น คาดว่าสนามบินภูเก็ต จะเต็มขีดความสามารถในอนาคตอันใกล้ ดังนั้นเพื่อให้สามารถรักษาคุณภาพและมาตรฐานการบริการ ตลอดจนประสิทธิภาพการดำเนินงาน จึงได้พิจารณาเตรียมโครงการพัฒนาสนามบินภูเก็ตในปีงบประมาณ 2552-2556 ระยะเวลาการดำเนินงาน 5 ปี เช่น การก่อสร้างในเขตปฏิบัติการการบินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร และอาคารสนับสนุน การก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ เป็นต้น โดยเมื่อแล้วเสร็จ ทภก.จะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้ถึง 12.5 ล้านคนต่อปี ซึ่งเพียงพอที่จะรองรับผู้โดยสารและปริมาณการจราจรทางอากาศได้ถึงปี 2561

ทั้งหมดล้วนเป็นภาพรวมและทิศทางธุรกิจของ ทอท.ในปีที่ 30 ของการดำเนินงานและทิศทางการพัฒนาสนามบินของทอท. ภายใต้การบริหารงานของ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ คนใหม่

-------------------------------

ปล่อยผีแรงงานต่างด้าว30จ. ยึดอาชีพคนไทย19กิจการ

รัฐดีเดย์ปล่อยผีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เปิดทางให้ขึ้นทะเบียนเข้าระบบตลอดเดือนก.ค.นี้ แถมขยายอาชีพเพิ่มเติมอีก 19 กิจการ ให้สิทธิทำได้ทั้งลูกจ้างร้านค้าปลีก ค้าส่ง สถานพยาบาล โรงเรียน อุตสาหกรรมยานยนต์ โรงงานเสื้อผ้า จนถึงกิจการที่พัก โรงแรม และไม่ระบุจำนวน เผยงานต้องการขุดแรงงานเถื่อนให้เข้าระบบ ด้านเอกชน-แรงงานได้ โวย หวั่นเป็นชนวนเหตุทำให้แรงงานไทยตกงานเพิ่ม หลังพบมีการเตรียมแรงงานต่างด้าวไว้รอขดทะเบียนเพียบ

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงในจังหวัดระนอง เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบแนวทางการดำเนินการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว กัมพูชา ที่อยู่นอกระบบการผ่อนผัน(แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย)ตามมติคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ครั้งที่ 2/2552 วันที่ 27 เมษายน 2552 ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1-30 กรกฎาคม 2552 นี้ ในพื้นที่ 30 จังหวัดทั่วประเทศที่มีการอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าทำงาน ทราบว่าที่ผ่านมาแรงงานต่างด้าวที่ทราบข่าว รวมถึงกลุ่มนายจ้าง เจ้าของกิจการ โรงงานต่างๆ ได้นำพาแรงงานต่างด้าวเข้ามาหลบซ่อนเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากข้อมูลของหน่วยงานด้านความมั่นคงคาดว่าจะมีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายยื่นขอขึ้นทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน จากจำนวนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ประมาณ 1.5-2 ล้านคน (รวมผู้ติดตาม)

ทั้งนี้การเปิดจดทะเบียนรอบใหม่นี้ ทางคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน มีมติเพิ่มกิจการอื่นๆ อีก 19 กิจการให้สามารถเข้าทำงานได้ จากเดิมที่มีการเปิดรับเพียง 5 กิจการ ประกอบด้วยกิจการประมง,กิจการเกษตรและปศุสัตว์,กิจการก่อสร้าง,กิจการต่อเนื่องประมงทะเล,ผู้รับใช้ในบ้าน สำหรับกิจการอื่นๆ ที่ประกาศเพิ่มอีกจำนวน 19 กิจการนั้น เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานระดับล่างในกิจการที่คนไทยไม่ทำ ซึ่งมีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจ ทางที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้เปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่อยู่นอกระบบผ่อนผันเพื่อให้ทำงานกรรมกรใน 19 กิจการดังนี้

1.กิจการต่อเนื่องการเกษตร เช่นการแปรรูปพืชผลทางการเกษตร การรับซื้อพืชไร่ พืชสวน ลานมัน ลานากข้าว โรงสี นาเกลือ ฯลฯ 2.กิจการต่อเนื่องปศุสัตว์ เช่น โรงฆ่าสัตว์ ชำแหละเนื้อสัตว์ ฯลฯ 3.กิจการรีไซเคิล รับซื้อของเก่า คัดแยกของเก่า 4.กิจการทำเหมืองแร่ และเหมืองหิน เช่นโรงโม่หิน โรงแต่งหิน บ่อดิน บ่อทราย ฯลฯ 5.กิจการผลิต/ จำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโลหะ เช่น โรงกลึง โรงหล่อ โรงชุบ เชื่อมโลหะ หลอม รีด ขัดโลหะ ฯลฯ 6.กิจการผลิต/จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม 7.กิจการผลิต/จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากดิน เช่น การทำอิฐ การผลิตเครื่องปั้นดินเผา เครื่องเคลือบ และเซรามิก 8.กิจการผลิต/จำหน่ายวัสดุก่อสร้าง 9.กิจการแปรรูปหิน 10.กิจการผลิต/จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากพลาสติก เคมีภัณฑ์ ผลิตปุ๋ย ของเล่นเด็ก

11.กิจการผลิต/จำหน่ายผลิตภัณฑ์กระดาษ 12.กิจการผลิต/จำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องแต่งกาย สิ่งทอ เครื่องประดับ ชิ้นส่วนรองเท้า 13.กิจการผลิต/จำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และยานยนต์ 14.กิจการขนถ่ายสินค้าทางบก ทางน้ำ คลังสินค้า 15.กิจการค้าส่ง ค้าปลีก แผงลอยในตลาดและร้านค้าทั่วไป 16.กิจการอู่ซ่อมรถ ล้าง อัดฉีด 17.กิจการปั๊มน้ำมัน ก๊าซ เชื้อเพลิง 18.กิจการสถานศึกษา มูลนิธิ สมาคม สถานพยาบาล และ19. กิจการให้บริการต่างๆ เช่น การซักอบรีด การบริการที่พัก ฯลฯ แต่ทั้งนี้กิจการทั้งหมดจะต้องจัดให้มีการประกาศรับสมัครคนไทยเข้าทำงานก่อน หากคนไทยไม่ทำจึงอนุญาตให้จ้างแรงงานต่างด้าวได้

นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานกรรมการหอการค้า จ.ระนอง กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่รัฐบาลเปิดให้มีการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวนอกระบบ เพราะจะเป็นผลดีต่อการจัดทำฐานข้อมูล เพื่อการจัดระเบียบและควบคุมคนกลุ่มนี้ต่อไปในอนาคต แต่ที่เป็นห่วง คือ การเปิดกว้างในกลุ่มอาชีพมากเกินไป การเปิดกว้างมากถึง 24 อาชีพ อาจจะส่งผลกระทบต่อปัญหาการว่างงานของคนไทยในอนาคต

นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยในระหว่างการประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่อยู่นอกระบบผ่อนผัน ปี 2552 ซึ่งจะเริ่มเปิดรับการจดทะเบียนในวันที่ 1-30 กรกฎาคม 2552 นี้ว่า ในส่วนของจังหวัดระนองจากการสำรวจข้อมูลล่าสุดของจังหวัดเมื่อปลายปี 2550 ที่ผ่านมาพบว่าปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดระนองจำนวน 64,000 คน ในขณะที่ความต้องการใช้แรงงานภายในจังหวัดมีจำนวน 50,003 คน แต่ปรากฏว่าได้รับอนุญาตให้จ้างได้เพียงจำนวน 17,809 คน คาดว่าจากการเปิดรับการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่อยู่นอกระบบผ่อนผันในครั้งนี้ จะมีแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว กัมพูชา โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวชาวพม่าที่มีอยู่เป็นจำนวนมากมาขอรับการขึ้นทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50,000 คน

นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ผู้อำนวยการทะเบียนกลาง เปิดเผยว่า แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ที่เปิดรับจดทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 จะได้รับใบอนุญาตทำงานของกรมการจัดหางาน แยกเป็นพื้นบัตรเป็นสีต่างๆ จำแนกตามประเภทกิจการ ดังนี้ สีฟ้า กิจการประมง สีส้ม กิจการต่อเนื่องประมงทะเล สีเขียว เกษตรและปศุสัตว์ สีเหลือง ก่อสร้าง สีเทา ผู้รับใช้ในบ้าน สีน้ำตาล กิจการอื่นๆ ส่วนคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ที่ไม่ใช่กลุ่มคนต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2552 ให้ใช้พื้นบัตรเป็นสีชมพูทั้งสองด้าน ด้านหน้าเป็นรายการบุคคล ด้านหลังเป็นใบอนุญาตทำงานของกรมการจัดหางาน

นายวีรภัทร์ วิลัยศรี แรงงานคนไทยชาวจังหวัดระนอง กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลเปิดกว้างให้แรงงานต่างด้าวเข้าไปทำงานเพิ่มได้อีกถึง 19 กิจการ ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดปัญหากระทบถึงผู้ใช้แรงงานไทยอย่างแน่นอน ทั้งยังเป็นช่องทางที่จะทำให้นายจ้างบีบแรงงานไทยให้ออกจากงานมากขึ้น ดังนั้นคาดว่าในจังหวัดระนอง จะมีแรงงานไทยตามโรงงานต่างๆ จะโดนเลิกจ้างไม่ต่ำกว่า 5,000-10,000 คนอย่างแน่นอน ซึ่งพบว่าขณะนี้หลายโรงงานมีการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาไว้ในโรงงานเป็นจำนวนมากเพื่อรอประกาศขึ้นทะเบียนในช่วงวันที่ 1-30 กรกฎาคมนี้

---------------------------------------

 

โฆษณากับเราวันนี้

ติดต่อโฆษณากับเรา
085 692 3320 /  081 089 8381 

Banner 2010

J_V-1-Giff

Baanrao_Gif

Morseng1Banner

BoonsiamHotel53

Smartpool_Giff2010

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities.

Why should I upgrade to Internet Explorer 7? Microsoft has redesigned Internet Explorer from the ground up, with better security, new capabilities, and a whole new interface. Many changes resulted from the feedback of millions of users who tested prerelease versions of the new browser. The most compelling reason to upgrade is the improved security. The Internet of today is not the Internet of five years ago. There are dangers that simply didn't exist back in 2001, when Internet Explorer 6 was released to the world. Internet Explorer 7 makes surfing the web fundamentally safer by offering greater protection against viruses, spyware, and other online risks.

Get free downloads for Internet Explorer 7, including recommended updates as they become available. To download Internet Explorer 7 in the language of your choice, please visit the Internet Explorer 7 worldwide page.