ผักคาวตอง ลักษณะของพืช

Kourthong 1 เป็นพืชล้มลุก มีกลิ่นคาว ลำต้นใต้ดินเป็นปล้องสั้นๆ สีนวลตามข้อมีรากออกโดยรอบลำต้นที่อยู่เหนือดินสูง30 เซนติเมตร ใบเดี่ยว ออกเวียนหรือออกสลับ แผ่นใบรูปไข่กว้าง 2.5-7.5 เซนติเมตรยาว 3-9 เซนติเมตรปลายใบแหลมมาก โคนใบรูปหัวใจ หรือรูปไต ขอบใบเรียบ เส้นใบออกที่โคนใบ 5-7 เส้น มีขนสั้นๆตามโคนใบแผ่นใบบนสีเขียวเข้มกว่าใต้ใบ ช่อดอกออกตามยอด หรือซอกใบใกล้ยอด รูปทรงกระบอกกว้าง กว้าง 5-8 มิลลิเมตร ยาว 2-2.5 เซนติเมตร มีกลีบประดับสีขาว 4 กลีบ รูปรีหรือรูปไข่กลับแกมขอบขนาน กว้าง 5-7 มิลลิเมตร ยาว 1-2 เซนติเมตร รองรับโคนช่อ ก้านช่อยาว 1-2 เซนติเมตร ออกดอกประกอบด้วยดอกเล็กๆจำนวนมาก เรียงตัวแน่นตามความยาวของแกนช่อ ดอกแต่ละดอกไม่มีก้านดอก ไม่มีกลีบดอก มีเฉพาะเกสรเพศผู้ 3 อัน ยาวประมาณ 6 มิลลิเมตร อับเรณูสีเหลือง ดอกออกมากในเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม มักจะขึ้ตามที่ชืันแฉะริมน้ำ พบได้ตามที่ราบต่ำไปจนถึงที่สูงจากระดบน้ำทะเลประมาณ 2,500 เมตร มีเขคกระจายอยู่ทั่วๆปในเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ในประเทศไทยพบมากในจังหวัภาคเหนือของไทย พบมากในจังหวัด เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา ในท้องถิ่นนิยมนำใบมาทานเป็นผักสด กับ ลาบ หลู้ ส้า ส้มตำ น้ำพริก

 

ส่วนที่ใช้ทำยา :  ราก ทั้งต้น ต้น ใบ

สรรพคุณและวิธีใช้

ในประเทศจีนมีการใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยาผงสำหรับรับประทาน

- ใช้ในการรักษามะเร็งทางเดินอาหารและมะเร็งทางเดินหายใจรวมไปถึงเนื้องอกในรังไข่(oophoroma)มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม

- ใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยาสำหรับรักษามะเร็งปอด เป็นส่วนประกอบในตำรับยาจีนซึ่ง กล่าวว่ามีสรรพคุณในการกำจัด ความร้อนและสารพิษเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และใช้ รักษามะเร็งหลอดอาหาร

- ใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยารับประทานสำหรับยับยั้ง และทำลายเซลล์มะเร็ง และเพิ่มภูมิต้านทาน ใช้เป็นส่วนประกอบใน ตำรับยาในรูป ointment สำหรับใช้ทาภายนอกรักษาเต้านมอักเสบ และมะเร็งเต้านม

- ใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยาทั้งในรูปแบบที่ใช้รับประทานและ เป็นยาฉีดสำหรับรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร

- ใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยาจีนสำหรับรักษามะเร็ง และรักษาอาการข้างเคียงที่เกิดจากการใช้รังสีรักษาและเคมีบำบัด

- ใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยาน้ำรับประทานรักษา โรคมะเร็งลำไส้ส่วน rectum มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งเต้านม

การขยายพันธ์ :   ปักชำ กิ่ง แยกต้น หน่อ

สภาพดินฟ้าอากาศ :

ผักคาวตองเป็นพืชที่ต้องการร่มเงาและความชื้นสูง สามารถเจริญเติบโตได้ในดินต่างๆ ตั้งแต่ดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์จนถึงดินทรายที่มีปริมาณธาตุอาหารบางชนิดค่อนข้างต่ำและ

เจริญเติบโตได้ในสภาพน้ำท่วมขังนิยมปลูกใกล้แหล่งน้ำที่มีความชื้นสูง และเป็นบริเวณที่ได้รับแสงแดดไม่มากนัก หรือได้รับแสงไม่ตลอดทั้งวัน

การปลูก :

ขยายพันธ์ได้ง่ายโดยวิธีการปักชำ ในการเตรียมกิ่งชำชำควรปักชำในภาชนะหรือกระบะชำที่มีวัสดุปักชำไม่โปร่งมากนักแต่มีความชุ่มชื้นเพียงพอเช่น ในดินผสมขุยมะพร้าวในอัตราส่วนการปลูกเป็นแปลงใหญ่เลือกกิ่งที่สมบูรณ์ยาว 8-10 เซนติเมตรมีข้อ2-3 ข้อ ตัดปลายกิ่งเฉียง 45 องศา

เอกสารอ้างอิง

- เต็ม สมิตินันทน์.2523.ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (ชื่อพฤกษศาสตร์-ชื่อพื้นเมือง). กรมป่าไม้.379 หน้า

- สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. 2546. ผักคาวตอง 3,7,9,19 หน้า

สรรพคุณของผักคาวตอง

1.มีฤทธิ์ในการช่วยต่อต้านมะเร็ง ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

2.มีฤทธิ์ในการช่วยบำบัดฟื้นฟู โรคความดันโลหิตสูง

3.ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ต้านทานโรคช่วยยืดอายุผู้ป่วยให้อยู่สู้โรคได้นานมากขึ้น

4.สรรพคุณของคาวตองมีส่วนช่วยยับยั้งเบาหวาน รักษาความสมดุลของร่างกาย

5.ช่วยทำให้กระดูกเชื่อมติดกันเร็วขึ้น (ต้นสด)

6.ช่วยรักษาปริมาณของเหลวในร่างกาย

7.ช่วยรักษาอาการหูชั้นกลางอักเสบ (ทั้งต้น)

8.ใช้รักษาโรคติดเชื้อและทางเดินหายใจ (ต้น)

9.ประโยชน์ของผักคาวตองช่วยแก้ไข้ (ใบ)

10.ช่วยรักษาโรคไข้มาลาเรีย (ต้น)

11.ใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้นใช้ทารักษาและช่วยต้านเชื้อโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่

12.ใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาช่วยรักษาอาการติดเชื้อเฉียบพลัน ติดเชื้อทางเดินหายใจ

13.ใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้นใช้ทารักษาคางทูม ต่อมทอนซิลอักเสบ และปอดอักเสบในเด็ก

14.คาวตองสรรพคุณช่วยแก้และบรรเทาอาการไอ (ทั้งต้น)

15.มีส่วนช่วยกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาวช่วยรักษาภาวะภูมิแพ้ หอบหืด

16.ช่วยรักษาโรคไอกรน (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)

17.ช่วยรักษาการอักเสบชนิดธรรมดาบริเวรแก้วตา (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)

18.ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ (ทั้งต้น)

19.ช่วยรักษาโรคหลอดลมขยายตัวมากเกินไป (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)

20.ช่วยรักษาอาการปอดบวม ปอดอักเสบ (ทั้งต้น)

21.ช่วยรักษาฝีหนองในปอด (ต้น)

22.ช่วยรักษาอาการคั่งน้ำในอกจากโรคมะเร็ง (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)พลูคาว สรรพคุณ

23.ช่วยลดอาการบวมน้ำ (ทั้งต้น)

24.สรรพคุณพลูคาวใช้เป็นยาระบาย อาหารไม่ย่อย (ใบ)

25.รักษาอาการท้องเสีย (ใบ)

26.ใช้แก้โรคบิด (ต้น,ใบ,ทั้งต้น)

27.ช่วยขับพยาธิ (ใบ)

28.ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ (ราก,ทั้งต้น)

29.ช่วยรักษาอาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (ทั้งต้น)

30.ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร (ต้นสด,ใบ,ทั้งต้น)

31.ช่วยรักษาโรคหนองใน (ใบ)

32.ใช้ปรุงเป็นยาแก้กามโรค (ใบ)

33.ช่วยรักษานิ่ว (ต้น)

34.ช่วยแก้โรคไต (ใบ)

35.ช่วยรักษาอากรไตผิดปกติ (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)

36.ช่วยรักษาโรคตับอักเสบชนิดดีซ่าน (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)

37.ช่วยขับระดูขาว (ต้น)

38.ช่วยรักษาแผลอักเสบคอมดลูก (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)

39.ช่วยรักษาการอักเสบบริเวณกระดูกเชิงกราน (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)

40.ช่วยแก้โรคข้อ (ใบ)

41.ช่วยรักษาโรคหัด (ใบ)

42.ช่วยรักษาโรคผิวหนังต่าง ๆ (ต้นสด ใบ)

43.ช่วยรักษาผื่นคัน ฝีฝักบัว (ต้นสด)

44.มีฤทธิ์ช่วยระงับอาการปวด

45.ช่วยห้ามเลือด

46.มีฤทธิ์ต้านการอักเสบต่าง ๆ

47.ใช้พอกฝี บวมอักเสบ (ต้นสด,ทั้งต้น)

48.ช่วยรักษาบาดแผล (ต้นสด)

49.ช่วยรักษาแผลเปื่อย (ต้นสด)

50.ผักคาวตองช่วยรักษาแผลให้หายเร็วขึ้น (ใบ)

51.ใช้พอกแผลที่ถูกงพิษกัด (ต้นสด)

52.ช่วยป้องกันการติดเชื้อหลังผ่าตัด (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)

53.ใบสดผิงไฟพอนิ่มใช้พอกเนื้องอกต่าง (ใบ)

54.มีฤทธิ์ช่วยต่อต้านเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส

55.ประโยชน์ของพลูคาวช่วยยั้งการเจริญเติบโตของไวรัสชนิดต่าง ๆเช่น ไข้ทรพิษ หัด งูสวัด เริม เอดส์ (HIV)

56.แก้โรคน้ำกัดเท้า

57.ในประเทศจีนใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาช่วยป้องกันและรักษาโรคที่เกิดจากไวรัสในไก่ โดยใช้ผสมในอาหารที่ใช้เลี้ยงไก่

58.ใบสดใช้ป้องกันปลาเน่าเสีย (ใบ)

59.ใบนำมารับประทานเป็นผักสด

60.ใบสดต้มน้ำนำมารดต้นข้าว ข้าวสาลี ต้นฝ้าย ป้องกันพืชเป็นโรคเหี่ยวเฉาตาย

61.ใช้ขับทากที่ตายในท้อง (ดอก)

62.เหมาะกับผู้ป่วยและผู้ที่ต้องการบำรุงร่างกาย ผู้ป่วยในระยะพักฟื้น

63.เหมาะกับผู้ที่ต้องการ detox ล้างพิษออกจากร่างกายป้องกันโรคร้าย ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ทำให้โรคต่าง ๆ มีอาการดีขึ้น และหายจากอาการของโรคต่าง ๆได้ในที่สุด

64.ใช้ควบคู่กับการรักษาด้วยเคมีบำบัด หรือการฉายรังสี จะช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการแพ้น้อยลง

65.ประโยชน์พลูคาวใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางประเภทครีมทาแก้ผิวหนังแห้งหยาบกร้าน ป้องกันผิวหนังแตก

วิธีใช้ทั้งต้นแห้งประมาณ 15-30 กรัม (ต้นสด 30-60 กรัม) นำมาแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที แล้วนำมาต้มน้ำให้เดือดประมาณ 5 นาทีแล้วนำมาดื่ม แต่หากใช้ร่วมกับสมุนไพรหรือยาชนิดอื่น ให้ต้มยาอื่นให้เดือดก่อนจึงใส่ยาต้มให้เดือด การรับประทานถ้ามากเกินไปอาจจะทำให้หัวใจสั้นและถี่ อาจเป็นอันตรายได้

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี , สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

สมุนไพรคาวตองโกลด์แม็กซ์

ภก.อุดม รินคำ ซึ่งเป็นผู้คิดค้นสูตรการผลิต “สมุนไพรคาวตองโกลด์แม็กซ์” เดิมได้นำสูตรมาพัฒนาให้ดีขึ้นจนเกิดขึ้นมาเป็นสมุนไพรคาวตองโกลด์แม็กซ์ ที่มีความเข้มข้นกว่าสูตรเดิมถึง 3 เท่า หรือก็คือ คาวตอง โกลด์แม็กซ์ 1 ขวดเท่ากับสูตรเก่า 3 ขวด  สมุนไพรคาวตองโกลด์แม็กซ์มีประโยชน์ต่อโรคต่าง ๆ มากกว่าเช่น โรคเก๊าส์ เบาหวาน โรคเนื้องอกหรือมะเร็ง ตามอวัยวะต่างๆอาการวัยทอง หอบ-หืด ภูมิแพ้ สะเก็ดเงิน ไขมันและความดันโลหิตสูงอัมพฤกษ์-อัมพาต รวมทั้ง โรคเสื่อม (Degenerative diseases) กว่า 70 ชนิดที่เกิดขึ้น

กับผู้สูงวัย

สมุนไพรคาวตองโกลด์แม็กซ์มีฤทธิ์ที่โดดเด่นมากในการช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวจำพวก NK เซลล์(Natural Killer Cells) ที่ทำหน้าที่หน้าที่ตรวจสอบหาและฆ่าเซลล์มะเร็งแบบเฉพาะแล้วยังช่วยต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

ในน้ำหมักคาวตองยังมีสารรายทางที่เกิดขึ้นในกระบวนการหมักชื่อสารเบต้ากลูแคนที่ช่วยกระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเซลล์ต้นกำเนิด(stem cell) มากขึ้นจึงช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอและเสียหายให้กลับมาเป็นปกติและทำงานได้เหมือนเดิม

สมุนไพรคาวตองแม็กซ์ และ “สมุนไพรคาวตองโกลด์ แม็กซ์”

เภสัชกรอุดม รินคำ ในนามผู้วิจัยและผลิต “สมุนไพรคาวตองแม็กซ์” เป็นสมุนไพร ที่ทุกๆ ท่านให้ความไว้วางใจให้เป็นผู้ดูแลสุขภาพของท่านและที่ทุกท่าน     ได้ดื่มแล้วเห็นผลจริงจนเป็นที่นิยมกันอย่างมากหลายโดยมีคุณอาคม คาวตองผู้จัดจำหน่ายในพื้นที่เขตภาคใต้ ขอแจ้งให้ท่านทราบว่าสมุนไพรคาวตองแม็กซ์ เกิดปัญหาในการปลอมแปลงอย่างมาก ประกอบกับผมได้มีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อที่ทุกท่านจะได้มีสุขภาพดีกันถ้วนหน้า ผมจึงถือเอาเวลานี้เป็นโอกาสที่ดีในขณะที่สมุนไพรคาวตองแม็กซ์  กำลังมีปัญหาในการถูกปลอมแปลงออกผลิตภัณฑ์ ตัวใหม่ที่ผมได้วิจัยต่อเนื่องมาจากคาวตองแม็กซ์มีชื่อว่า “สมุนไพรคาวตอง แม็กซ์” ภายใต้ อนุสิทธิบัตรเลขที่ 2267/5312 และอาหารเสริม “สมุนไพรคาวตองโกลด์ แม็กซ์” อย.เลขที่ 13-2-00656-2-0127 ที่ติดอยู่ข้างกล่องพร้เห็นได้ชัดเจน และผมขอรับรองว่า เป็นผู้ผลิต “สมุนไพรคาวตอง แม็กซ์” และ “สมุนไพรคาวตองโกลด์ แม็กซ์” ภายใต้ทีมงานของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสมุนไพรไวน์พลูคาวบ้านบวกเปา และเป็นสมุนไพรคาวตองที่มีคุณภาพดีที่สุดเท่าที่ผมเคยผลิตมา โดยมีทีมงานคุณอาคม คาวตองแม็กซ์ เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว สมุนไพรคาวตองแม็กซ์ และ “สมุนไพรคาวตองโกลด์ แม็กซ์” ไม่มีเดินเร่ขาย ไม่มีจำหน่ายตามร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้า มีจำหน่ายตามตัวแทนจำหน่ายที่ได้แต่งตั้งจากคุณอาคม คาวตอง เท่านั้นสังเกตให้ดี คาวตองแม็กซ์ และ “สมุนไพรคาวตองโกลด์ แม็กซ์” ของแท้ใต้ฝากล่องทุกกล่องต้องมีลายเซ็นต์ของคุณอาคม คาวตอง เท่านั้น ถึงจะเป็นของแท้แน่นอน หากไม่แน่ใจโทรฯสอบถามได้ที่ คุณอาคม คาวตอง 081 089 8381

"สมุนไพรคาวตองแม็กซ์และอาหารเสริมโกลด์แม็กซ์”

ภก.อุดม รินคำ ซึ่งเป็นผู้คิดค้นสูตรการผลิต “สมุนไพรคาวตองแม็กซ์และอาหารเสริมโกลด์แม็กซ์” เดิมได้นำสูตรมาพัฒนาให้ดีขึ้นจนเกิดขึ้นมาเป็นสมุนไพรคาวตองโกลด์แม็กซ์ ที่มีความเข้มข้นกว่าสูตรเดิมถึง 3 เท่า หรือก็คือ คาวตอง โกลด์แม็กซ์ 1 ขวดเท่ากับสูตรเก่า 3 ขวด  สมุนไพรคาวตองโกลด์แม็กซ์มีประโยชน์ต่อโรคต่าง ๆ มากกว่าเช่น โรคเก๊าส์ เบาหวาน โรคเนื้องอกหรือมะเร็ง ตามอวัยวะต่างๆอาการวัยทอง หอบ-หืด ภูมิแพ้ สะเก็ดเงิน ไขมันและความดันโลหิตสูงอัมพฤกษ์-อัมพาต รวมทั้ง โรคเสื่อม (Degenerative diseases) กว่า 70 ชนิดที่เกิดขึ้น

กับผู้สูงวัย

สมุนไพรคาวตองโกลด์แม็กซ์มีฤทธิ์ที่โดดเด่นมากในการช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวจำพวก NK เซลล์(Natural Killer Cells) ที่ทำหน้าที่หน้าที่ตรวจสอบหาและฆ่าเซลล์มะเร็งแบบเฉพาะแล้วยังช่วยต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

ในน้ำหมักคาวตองยังมีสารรายทางที่เกิดขึ้นในกระบวนการหมักชื่อสารเบต้ากลูแคนที่ช่วยกระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเซลล์ต้นกำเนิด(stem cell) มากขึ้นจึงช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอและเสียหายให้กลับมาเป็นปกติและทำงานได้เหมือนเดิม

สมุนไพรคาวตองโกลด์แม็กซ์

  -     หยุดการเจริญเติบโตและเนื้องอกพร้อมกับขับสารพิษที่ก่อให้เกิดมะเร็งออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังสามารถบรรเทาอาการของเบาหวาน อาการวิงเวียน โรคลม และบำรุงเลือด โรคไมเกรน ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง-ต่ำ เส้นเลือดตีบตัน โรคกระเพาะลำไส้ไม่ปกติ ระบบขับถ่ายมีปัญหา โรคเก๊าท์ ปวดตามข้อตามกระดูกต่าง ๆ ริดสีดวงทวาร ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาการวัยทองทั้งหญิงและชาย โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน

  • สมุนไพรคาวตองนอกจากจะได้รับคุณสมบัติจากตัวยามากกว่า 200 ชนิด เมื่อผ่านกระบวนการหมัก เมื่อผ่านกระบวนการหมักจะทำให้เกิดจุรินทรี แลคโตซิลัสผลิดกรดแลคติก อันเป็น จุรินทรีย์ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จะช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมเซ็ลล์ต่างๆที่สุกหลอในส่วนต่างๆของร่างกาย รวมทั้งเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดง ทำให้ร่างกายมีภูมคุ้มกันสามารถขจัดสิ่งแปลกปลอมและขับสารพิษออกจากร่างกาย จากการวิจัยคาวตองของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการใช้สารสกัดจากผักคาวตองสามารถต้านไวรัสต้านเชื้อรา ต้านแบคทีเรีย กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโรคผิวหนังทุกชนิด โดยต้องรับประทานอย่างต่อเนื่องเท่านั้น
  • เบาหวาน                          ภูมิแพ้                       หัวใจ                      เอดส์ HIV             ไขข้ออักเสบ
  • เก๊า                                   ไต                             หนังเน่า                  ตับ                            หอบหืด
  • โรคกระเพาะ                   แผลเรื้อรัง                 โลหิตจาง                 ความดันสูง               ความดันต่ำ
  • ไมเกรน                          ไซนัส                         ริดสีดวงทวาร         กระดูกเสื่อม             นิ่วในถุงน้ำดี
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่             มะเร็งเต้านม               มะเร็งในเส้นเลือด  มะเร็งปอด                มะเร็งรังไข่  
  • งูสวัด/เริม                        ตกขาว                       รูมะตอยด์                ต่อมไทรอยต์            ปวดหลัง
  • กระดูกทับเส้น/เอ็น         อัมพฤษ์                     อัมภาต                     กระเพาะลำไส้         กรดไหลย้อน
  • สายตาฝ้าฟาง                  ต้อหิน                        ต้อกระจก                ไมเกรน                    วัยทอง
  • ต่อมลูกหมาก                  ฉี่เบา                          ภูมิแพ้                      น้ำเหลืองเสีย            สิว/ฝ้า
  • ปวดประจำเดือน             เสื่อมสมรรภาพ         มีบุตรยาก                 ร่างกายอ่อนแรง      เบื่ออาหาร
  • สะเก็ดเงิน                       ไขมันในเส้นเลือด     นิ้วมือล๊อค                ชาตามมือตามเท้า    ห้ามเลือด/สมานแผล

““สมุนไพรคาวตองแม็กซ์และอาหารเสริมโกลด์แม็กซ์” ” ผลิตมาจากผักคาวตอง หรือ พลูคาว (Plu Kaow) ชื่อวิทยาศาสตร์ Houttuynia cordata Thunb. จัดอยู่ในวงศ์ผักคาวตอง (SAURURACEAE) พลูคาว เป็นไม้ล้มลุก พบได้ทั่วไปในแถบทวีปเอเชียในแถบเทือกเขาหิมาลัยไปจนถึงเวียดนาม ญี่ปุ่น รวมถึงไทยด้วยซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในทางภาคเหนือ

เนื่องจากลักษณะของต้นที่มีกลิ่นคาวจึงเรียกกันในท้องถิ่นว่า ผักคาวตอง (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง,พะเยา เชียงราย คาวทอง (อุตรดิตถ์,มุกดาหาร) ผักก้านตอง (แม่ฮ่องสอน) ผักคาวปลา , ผักเข้าตอง , ผักคาวตอง (ภาคเหนือ) ส่วนภาคกลางมักจะนิยมเรียกว่า พลูคาว

เภสัชกรอุดม รินคำในนามผู้วิจัยและผลิต ““สมุนไพรคาวตองแม็กซ์และอาหารเสริมโกลด์แม็กซ์” ชนิดน้ำ และ แคปซูล  เป็นสมุนไพร และอาหารเสริม ที่ทุกๆ ท่านให้ความไว้วางใจให้เป็นผู้ดูแลสุขภาพของท่านและที่ทุกท่าน     ได้ดื่มแล้วเห็นผลจริงจนเป็นที่นิยมกันอย่างมากหลายโดยมีคุณอาคม คาวตอง เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว

ประโยชน์ใช้สอย : ส่วนมากตามท้องถิ่นจะใช้ใบของผักคาวตองทานใบสดเป็นผักแกล้ม ลาบ ลู้ ส้มตำ

วิธีการเก็บดูแลรักษา  : ห้ามแช่ในตู้เย็นให้ตั้งไว้ในอุณภูมิปกติ

วิธีการจัดส่งสินค้า : จัดส่งทางไปรษณีย์ แบบ เก็บเงินปลายทาง (พกง) หรือโอนเงินผ่านบัญชี กสิกรไทย สาขา กระบี่ เลขที่ 255 255 7320

อาหารเสริม คาวตองโกลด์แม็กซ์

อาหารเสริม  “คาวตองโกลด์ แม็กซ์”

 “สมุนไพรคาวตองแม็กซ์” เป็นสมุนไพร ที่ทุกๆ ท่านให้ความไว้วางใจมาตลอดระเวลากว่า 8 ปีมาแล้วที่ยังยืนหยัดอยู่คู่พี่น้องมาโดยตลอดได้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสุขภาพของทุกๆท่าน ที่ได้ดื่มหรือทานแล้วเห็นผลจริงจนเป็นที่นิยมกันอย่างมากหลายโดยมีคุณอาคม คาวตองผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว เท่านั้น อาหารเสริม “คาวตองโกลด์ แม็กซ์” ชนิดน้ำ อย.เลขที่ 13-2-00656-2-0127 และ อาหารเสริม “คาวตองโกลด์ แม็กซ์” ชนิดเม็ด อย.เลขที่ 24-1-05997-1-0163  ติดอยู่ข้างกล่องเห็นได้ชัดเจน และขอรับรองว่า เป็นสูตรเดียวกันกับ “สมุนไพรคาวตอง แม็กซ์” และอาหารเสริม “คาวตองโกลด์ แม็กซ์” ชนิดน้ำ และชนิดเม็ด ผลิตภายใต้ทีมงานของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสมุนไพรไวน์พลูคาวบ้านบวกเปา ซึ่งเป็นสมุนไพรคาวตองที่มีคุณภาพดีที่สุดในปัจจุบันนี้ โดยมีทีมงานคุณอาคม คาวตองแม็กซ์ เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว สมุนไพรคาวตองแม็กซ์ และ อาหารเสริม “คาวตองโกลด์ แม็กซ์” ชนิดน้ำและแคปซูล ไม่มีเดินเร่ขาย ไม่มีจำหน่ายตามร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้า มีจำหน่ายตามตัวแทนจำหน่ายที่ได้แต่งตั้งจากคุณอาคม คาวตอง เท่านั้นสังเกตให้ดี คาวตองแม็กซ์ และ “สมุนไพรคาวตองโกลด์ แม็กซ์” ของแท้ใต้ฝากล่องทุกกล่องต้องมีลายเซ็นของคุณอาคม คาวตอง เท่านั้น ถึงจะเป็นของแท้แน่นอน หากไม่แน่ใจโทรฯสอบถามได้ที่ คุณอาคม คาวตอง 081 089 8381

อาหารเสริม  “คาวตองโกลด์ แม็กซ์”

ภก.อุดม รินคำ ซึ่งเป็นผู้คิดค้นสูตรการผลิต “สมุนไพรผักสูตรดั้ง เดิมได้นำสูตรมาพัฒนาให้ดีขึ้นจนเกิดขึ้นมาเป็นอาหารเสริมโกลด์แม็กซ์ที่มีความเข้มข้นกว่าสูตรเดิมถึง 3 เท่า ก็คือ อาหารเสริมคาวตองโกลด์แม็กซ์ 1 ขวดเท่ากับสูตรเก่า 3 ขวด  สมุนไพรคาวตองโกลด์แม็กซ์มีประโยชน์ต่อโรคต่าง ๆ มากกว่าเช่น เก๊าส์ เบาหวาน เนื้องอกหรือมะเร็ง ตามอวัยวะต่างๆอาการวัยทอง หอบ-หืด ภูมิแพ้ สะเก็ดเงิน ไขมันและความดันโลหิตสูงอัมพฤกษ์-อัมพาต รวมทั้ง อาโรคเสื่อมต่างๆ(Degenerative diseases) กว่า 70 ชนิดที่เกิดขึ้น กับผู้สูงวัย

คาวตองที่โดดเด่นมากในการช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวจำพวก NK เซลล์(Natural Killer Cells) ที่ทำหน้าที่หน้าที่ตรวจสอบหาและฆ่าเซลล์มะเร็งแบบเฉพาะแล้วยังช่วยต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

ในน้ำหมักคาวตองยังมีสารรายทางที่เกิดขึ้นในกระบวนการหมักชื่อสารเบต้ากลูแคนที่ช่วยกระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเซลล์ต้นกำเนิด(stem cell) มากขึ้นจึงช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอและเสียหายให้กลับมาเป็นปกติและทำงานได้เหมือนเดิม

อาหารเสริม คาวตองโกลด์แม็กซ์ ไม่ใช่ยา

  -     หยุดการเจริญเติบโตและเนื้องอกพร้อมกับขับสารพิษที่ก่อให้เกิดมะเร็งออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังสามารถบรรเทาอาการของเบาหวาน อาการวิงเวียน โรคลม และบำรุงเลือด โรคไมเกรน ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง-ต่ำ เส้นเลือดตีบตัน โรคกระเพาะลำไส้ไม่ปกติ ระบบขับถ่ายมีปัญหา โรคเก๊าท์ ปวดตามข้อตามกระดูกต่าง ๆ ริดสีดวงทวาร ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาการวัยทองทั้งหญิงและชาย โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน

  • สมุนไพรคาวตองนอกจากจะได้รับคุณสมบัติจากตัวยามากกว่า 200 ชนิด เมื่อผ่านกระบวนการหมัก เมื่อผ่านกระบวนการหมักจะทำให้เกิดจุรินทรี แลคโตซิลัสผลิดกรดแลคติก อันเป็น จุรินทรีย์ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จะช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมเซ็ลล์ต่างๆที่สุกหลอในส่วนต่างๆของร่างกาย รวมทั้งเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดง ทำให้ร่างกายมีภูมคุ้มกันสามารถขจัดสิ่งแปลกปลอมและขับสารพิษออกจากร่างกาย จากการวิจัยคาวตองของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการใช้สารสกัดจากผักคาวตองสามารถต้านไวรัสต้านเชื้อรา ต้านแบคทีเรีย กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโรคผิวหนังทุกชนิด โดยต้องรับประทานอย่างต่อเนื่องเท่านั้น
  • เบาหวาน                          ภูมิแพ้                       หัวใจ                      เอดส์ HIV             ไขข้ออักเสบ
  • เก๊า                                   ไต                             หนังเน่า                  ตับ                            หอบหืด
  • โรคกระเพาะ                   แผลเรื้อรัง                 โลหิตจาง                 ความดันสูง               ความดันต่ำ
  • ไมเกรน                          ไซนัส                         ริดสีดวงทวาร         กระดูกเสื่อม             นิ่วในถุงน้ำดี
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่             มะเร็งเต้านม               มะเร็งในเส้นเลือด  มะเร็งปอด                มะเร็งรังไข่  
  • งูสวัด/เริม                        ตกขาว                       รูมะตอยด์                ต่อมไทรอยต์            ปวดหลัง
  • กระดูกทับเส้น/เอ็น         อัมพฤษ์                     อัมภาต                     กระเพาะลำไส้         กรดไหลย้อน
  • สายตาฝ้าฟาง                  ต้อหิน                        ต้อกระจก                ไมเกรน                    วัยทอง
  • ต่อมลูกหมาก                  ฉี่เบา                          ภูมิแพ้                      น้ำเหลืองเสีย            สิว/ฝ้า
  • ปวดประจำเดือน             เสื่อมสมรรภาพ         มีบุตรยาก                 ร่างกายอ่อนแรง      เบื่ออาหาร
  • สะเก็ดเงิน                       ไขมันในเส้นเลือด     นิ้วมือล๊อค                ชาตามมือตามเท้า    ห้ามเลือด/สมานแผล

“อาหารเสริมโกลด์แม็กซ์” ผลิตมาจากผักคาวตอง หรือ พลูคาว (Plu Kaow) ชื่อวิทยาศาสตร์ Houttuynia cordata Thunb. จัดอยู่ในวงศ์ผักคาวตอง (SAURURACEAE) พลูคาว เป็นไม้ล้มลุก พบได้ทั่วไปในแถบทวีปเอเชียในแถบเทือกเขาหิมาลัยไปจนถึงเวียดนาม ญี่ปุ่น รวมถึงไทยด้วยซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในทางภาคเหนือ

เนื่องจากลักษณะของต้นที่มีกลิ่นคาวจึงเรียกกันในท้องถิ่นว่า ผักคาวตอง (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง,พะเยา เชียงราย คาวทอง (อุตรดิตถ์,มุกดาหาร) ผักก้านตอง (แม่ฮ่องสอน) ผักคาวปลา , ผักเข้าตอง , ผักคาวตอง (ภาคเหนือ) ส่วนภาคกลางมักจะนิยมเรียกว่า พลูคาว

เภสัชกรอุดม รินคำในนามผู้วิจัยและผลิต ““สมุนไพรคาวตองแม็กซ์และอาหารเสริมโกลด์แม็กซ์” ชนิดน้ำ และ แคปซูล  เป็นสมุนไพร และอาหารเสริม ที่ทุกๆ ท่านให้ความไว้วางใจให้เป็นผู้ดูแลสุขภาพของท่านและที่ทุกท่าน     ได้ดื่มแล้วเห็นผลจริงจนเป็นที่นิยมกันอย่างมากหลายโดยมีคุณอาคม คาวตอง เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว

ประโยชน์ใช้สอย : ส่วนมากตามท้องถิ่นจะใช้ใบของผักคาวตองทานใบสดเป็นผักแกล้ม ลาบ ลู้ ส้มตำ

วิธีการเก็บดูแลรักษา  : ห้ามแช่ในตู้เย็นให้ตั้งไว้ในอุณภูมิปกติ

วิธีการจัดส่งสินค้า : จัดส่งทางไปรษณีย์ แบบ เก็บเงินปลายทาง (พกง) หรือโอนเงินผ่านบัญชี กสิกรไทย สาขา กระบี่ เลขที่ 255 255 7320

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อคาวตองแม็กซ์/โกลด์แม็กซ์ วันนี้ได้ที่

                              คุณอาคม คาวตอง 081 089 8381                     

 

 

อาการท้องผูก กับ สมุนไพรคาวตองแม็กซ์/โกลด์แม็กซ์

  สวัสดีครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตนำเอาเรื่องใกล้ตัวเกี่ยวกับการใช้ยาของคนไทยหรือทั้งโลกมาเล่าให้ท่านได้ใช้เป็นข้อคิดว่า “ยาคือคำตอบสุดท้ายในการรักษาโรคจริงหรือ” มาเล่าให้ท่านฟังเป็นข้อมูลในการดูแลสุขภาพ ในเรื่องที่เชื่อมโยงกับยานี้ คิดว่าหลายท่านคงจำเรื่อง โครงการนำยามาแลกไข่กันได้อยู่ โดยเมื่อต้นปี 2555 กระทรวงสาธารณะสุขได้ทำการรณรงค์ผ่าน “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล” เพื่อให้ประชาชนนำยาเก่ามาแลกไข่ไก่ หลายท่านอาจจะจำได้ที่เราเก็บรวบรวมยาเก่าหมดอายุหรือยาที่กินไม่หมด หอบไปที่ รพ.สต. ที่อยู่ใกล้บ้านไปแลกไข่ไก่ได้มาคนละ 2 ฟองหรือบางท้องที่อาจได้มากกว่า ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ได้ลงทุนควักกระเป๋าตัวเอง ซื้อไข่ไก่แลกยาเก่าที่สามารถเก็บคืนมาจากประชาชนมาได้มากมาย ทำให้เราได้ทราบความจริงว่าคนไทย กินยามากมายถึงวันละ 128 ล้านเม็ดหรือปีละ 4.7 หมื่นล้านเม็ด

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งชีวิต ผมคิดว่าเป็นการยากที่จะเปลี่ยนทัศนะคติของผู้ป่วยทั่วโลกที่คิดว่ายาคือที่พึ่งที่ดีที่สุดหรืออย่างน้อยเมื่อเจ็บป่วยขึ้นมาคนทุกคนก็จะนึกว่าจะใช้ยาเป็นที่พึ่งก่อนเสมอ ในทัศนะคติแบบนี้ผมว่า มองได้สองแบบที่สอดคล้องกับการเจ็บป่วยของเราที่สามารถแบ่งออกได้เป็นสองอย่างก็คือ โรคที่เป็นเองหายเองได้ หรือโรคอีกอย่างที่เป็นแล้วต้องรักษาจึงจะหายถ้าไม่รักษาก็ไม่หายเป็นอันตรายถึงชีวิต หากเราเป็นโรคที่เป็นแล้วหายได้เอง เราไม่จำเป็นต้องกินยาใดๆโรคก็จะหายไปได้เองเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 7-14 วันเช่นไข้หวัดธรรมดา คางทูม โรคหัด ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส การเจ็บป่วยหรือไม่สบายจะเป็นอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น โดยมากจะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว เป็นไข้ เจ็บคอหรือมีผื่นคันตามตัวกรณีของโรคหัด อีสุกอีใส ประมาณ 7-14 วัน แล้วอาการของโรคก็จะสงบและหายไปเอง ซึ่งเรื่องนี้ผมก็อยากแสดงความเห็นเพิ่มเติมตามแนวคิดของพระบรมศาสดาที่ทรงสอนไว้ว่า “สิ่งทั้งหลายเกิดแต่เหตุ เมื่อเหตุดับทุกสิ่งก็ดับ” การหายของโรคติดเชื้อไวรัสจึงไม่ควรใช้คำว่า “หายไปได้เอง” ผมขอเรียนท่านผู้ฟังว่า โรคที่ทางการแพทย์แบบแผนได้ลงความเห็นว่า เป็นเองหายเอง เราก็ไม่ควรต้องดิ้นรนหรือแม้แต่สั่งหมอให้จ่ายยาให้เรากินเพราะคิดว่ามีเงินจ่ายค่ายา แพทย์ส่วนใหญ่ได้แนะนำผู้ป่วยด้วยโรคแบบแรกนี้ว่าควรทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานมากขึ้นระหว่างเป็นโรคนั้นๆจะดีกว่า แต่กระนั้นแพทย์ก็ยังไม่มีวิธีการที่เป็นรูปธรรมชัดเจนว่า ทำอย่างไรจึงจะเพิ่มภูมิคุ้มกันได้แบบเป็นรูปธรรมและใช้งานได้สะดวกกับทุกคนเลยจริงๆ

โรคอีกประเภทหนึ่งก็คือ โรคที่เป็นแล้วถ้าไม่รักษาจะไม่หายหรือเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ โรคประเภทนี้เช่นโรคมะเร็งชนิดต่างๆ โรคอหิวาตกโรค ฯโรคพวกนี้หากเราไม่สนใจรักษา โรคจะดำเนินการพัฒนาความรุนแรงของโรคไปข้างหน้าเรื่อยๆโดยเฉพาะอหิวาตกโรคที่เป็นโรคติดเชื้อร้ายแรง หากไม่รีบรักษาจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน สำหรับโรคมะเร็งปัจจุบันเป็นสาเหตุให้เกิดการเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งในโลก การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันก็จะใช้วิธีมาตรฐานคือ การผ่าตัด การฉายรังสีและเคมีบำบัด แต่จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกพบว่ายาเคมีบำบัดทำให้ผู้ป่วยทุกชนิดมีอัตราการอยู่รอดเกิน 5 ปี ไม่เกิน2.6% เท่านั้นเอง อีกโรคหนึ่งที่กำลังเป็นปัญหาต่อวงการแพทย์ทั่วโลกในปัจจุบันและอาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงที่สุดต่อประชาชนคนไทยก็คือโรคติดเชื้อ ข้อมูลจากบทความเรื่อง “ถ้าหยุดกินยาได้ ก็จะหยุดได้หลายโรค” โดยปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้แสดงข้อมูลว่า คนไทยกินยาโดยเฉลี่ยปีละ 4.7 หมื่นล้านเม็ดหรือวันละ 128 ล้านเม็ด และพบว่าในจำนวนยาทั้ง 128 ล้านเม็ดนี้เป็นยาปฏิชีวนะมากที่สุดถึง 20%สำหรับในปี พ.ศ.2551 คนไทยซื้อยากินถึง 2.7 แสนล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 46 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ

เกี่ยวกับโรคที่เกิดจากการติดเชื้อหลายชนิด หากไม่รักษาหรือใช้ยาปฏิชีวนะจะทำให้เสียชีวิตได้ ในเรื่องนี้วงการแพทย์ก็เริ่มมีความวิตกกังวลกันมาก เนื่องจากเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2557 องค์การอนามัยโลก ได้ประกาศว่าในปัจจุบันยาปฏิชีวนะได้สูญเสียคุณสมบัติเดิมของมันไปแล้วประมาณครึ่งหนึ่ง บางพื้นที่ในกลุ่มประเทศแอฟริกา เชื้อ MRSA ได้ดื้อต่อยาปฏิชีวนะไปแล้วถึง 80% นั่น  เชื้อ SA ที่ปกติอาศัยอยู่บนผิวหนังของคนจะไม่ทำให้เกิดโทษกับเจ้าบ้านที่ให้มันอาศัยอยู่ แต่เมื่อเกิดบาดแผล แม้รอยขีดข่วนเพียงเล็กน้อยที่ผิวหนัง เชื้อ SA จะเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนังเกิดเป็นตุ่ม ฝีหนอง หรือหากเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่าทางเดินอาหารทางปาก มันก็จะทำให้เราเกิดอาการท้องเสียรุนแรงได้ แต่เมื่อเกิดการติดเชื้อ SA ยาที่ดีที่สุดที่ใช้กันทั่วไปก็คือ Methicillin  แต่เชื้อ SA หัวดื้อที่เกิดขึ้นกระจายไปหลายภูมิภาคทั่วโลกเป็นชนิดที่เรียกว่า MRSAจะไม่ตอบสนองต่อยา Methicillin อีกต่อไป ทำให้แพทย์ผู้รักษาโรคติดเชื้อ SA ต้องยืนมองผู้ป่วยของเขาตายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้ เหตุการณ์ที่เป็นจุดเล็กๆนี้ในอนาคตก็จะลุกลามไปทั่วโลกสร้างความหายนะให้แก่วงการแพทย์เหมือน ครั้งหนึ่งในอดีตที่วัณโรคปอด อหิวาตกโรค กาฬโรค ได้ทำให้มนุษย์ล้มตายราวใบไม้ร่วงนับร้อยล้านคนมาแล้ว องค์การอนามัยโลกได้แสดงความวิตกกังวลว่าหากไม่มีการพัฒนายาปฏิชีวนะใหม่ๆขึ้นมาทดแทนยาที่ด้อยประสิทธิภาพในปัจจุบันแล้ว ก็จะอาจถึงยุคสุดท้ายของยาปฏิชีวนะภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ผมเองคิดว่ายาปฏิชีวนะนับเป็นตัวอย่างของแนวคิดการโจมตีโรคที่ดีมากอย่างหนึ่ง ยาปฏิชีวนะเป็นการทำงานของสารสังเคราะห์ที่มีกลไกการทำงานเฉพาะจุด เชื้อโรคสามารถพัฒนาตัวเองเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์พวกมันและเมื่อมีเชื้อโรคเพียงไม่กี่ตัวรอดชีวิตจากยาปฏิชีวนะได้ มันก็จะสามารถแพร่พันธุ์ต่อไปกลายเป็นเชื้อดื้อยาต่อไป เรื่องการดื้อยาปฏิชีวนะของเชื้อโรคเกิดขึ้นมาตลอดยุคสมัยของยาปฏิชีวนะที่เริ่มมาตั้งแต่เราเริ่มใช้ยาปฏิชีวนะตัวแรกคือเพนนิซิลลินในปี พ.ศ. 2471 มาจนถึงปัจจุบัน จะเห็นว่าการพึ่งพายาปฏิชีวนะหรือชาวบ้านจำนวนมากเรียกกันว่ายาแก้อักเสบ ไม่ใช่คำตอบสำหรับโรคติดเชื้อต่างๆอีกต่อไป ซึ่งหากเราใช้ระยะเวลาเป็นเครื่องมือในการตัดสินระหว่างการที่ชาวโลกพึ่งพายาปฏิชีวนะเปรียบเทียบกับระบบภูมิคุ้มกัน ก็จะพบว่าเราใช้เวลาอยู่กับยาปฏิชีวนะทั้งหลายนาน 86 ปีเปรียบเทียบกับเราอยู่กับระบบภูมิคุ้มกันเป็นเวลา 3.2 ล้านปีเริ่มตั้งแต่ “แนนซี่” ลิงที่ยืนสองขาได้เป็นครั้งแรกที่เป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ทุกคนในโลกนี้ และจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ระบบภูมิคุ้มกันก็ยังแสดงให้เราเห็นว่ามันมีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยกว่าสารสังเคราะห์ ระบบภูมิคุ้มกันของคนทำงานสลับซับซ้อนเป็นระบบที่เหมือนการระดมพลังชีวิตทุกส่วนร่วมกันในการกำจัดเชื้อก่อโรคและซ่อมแซมอวัยวะที่ทำงานไปปกติ ยกตัวอย่างเช่นยีสต์สายพันธุ์แซคคาโรมัยซีส เซราไวเซอิ ที่ผนังเซลล์เป็นสารเบต้ากลูแคน และจุลินทรีย์ชนิดแลคโตบาซิลลัส ที่เกิดขึ้นระหว่างการหมักสมุนไพรคาวตองชนิดแคปซูลและชนิดน้ำจะมีคุณสมบัติที่ดีมากในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในคนและสัตว์ทดลอง จากผลการทดสอบในหนูทดลองพบว่าแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัสสายพันธุ์พิเศษที่ใช้หมักสมุนไพรคาวตองสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในหนูให้สามารถยับยั้งเชื้อก่อโรคได้ดีมาก โดยเชื้อก่อโรคที่นำมาทดสอบประกอบด้วยเชื้อ Burkholderia pseudomallei  ซึ่งเป็นเชื้อที่ทำให้เกิดโรคเมลลิออยด์ โรคติดเชื้อร้ายแรงที่เข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังที่เกิดแผลหรือทางง่ามมือ ง่ามเท้า ผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อนี้ส่วนมากคือคนทำงานลุยน้ำลุยโคลนเช่นชาวนา ชาวไร่หรือคนงานขุดลอกท่อน้ำที่ดินหรือโคลนมีความชื้นมาก โรคเมลลิออยด์เป็นเชื้อโรคแบคทีเรียชนอดแกรมลบ ที่เป็นโรคที่พบในประเทศแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เช่นไทย ลาว ตอนใต้ของจีน สิงค์โปร์ มาเลเซีย พม่า เวียตนามและใต้หวันและทางเหนือของออสเตรเลีย เชื้อนี้ทำให้ติดเชื้อที่ผิวหนังและอวัยวะภายในร่างกายอย่างรุนแรง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีอุบัติการณ์ของโรคเมลิออยด์สูงที่สุดในโลก ร้อยละ 80 ของเด็กในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยมีผลแอนติบอดีต่อเชื้อนี้(หมายความว่าเคยถูกเชื้อนี้รุกรานเข้าสู่ร่างกาย) หากไม่ได้ทำการรักษาที่เหมาะสมอาจทำให้อัตราการเสียชีวิตสูง 90% แต่ผลจากการใช้ภูมิต้านทานของหนูทดลองที่ได้รับการกระตุ้นด้วยเชื้อจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส ปรากฎว่าสามารถยับยั้งเชื้อโรคนี้ได้ถึง95.37% และ 95.53% ในการทดสอบสองครั้งตามลำดับ ซึ่งเราจะเห็นว่าการที่เด็กอีสานร้อยละ 80 เคยติดเชื้อนี้แต่ไม่เกิดโรค แสดงว่าระบบภูมิคุ้มกันในคนสามารถป้องกันการติดเชื้อนี้ได้แม้ไม่ได้กินยาก็ตาม ตรงกันข้ามที่ผู้ติดเชื้อนี้และได้รับยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมก็อาจเสียชีวิตได้ร้อยละ 80 หากมีการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด

ผมมีบทความเกี่ยวกับคุณหมอท่านหนึ่งจากนิตยสาร ธรรมลีลา ฉบับที่ 148 เดือนเมษายน 2556 ในบทความตอนหนึ่งที่เขียนไว้ ก็ขออนุญาตนำมาเล่าให้ท่านผู้ฟังได้ทราบเพื่อใช้เป็นข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องยาดังนี้ “ กรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลราชธานี โรงพยาบาลชื่อดังของจังหวัดอยุธยา และประธานกรรมการบริหารเวลเนสซิตี้ กรุ๊ป ก็ต้องพบกับความอัศจรรย์ว่า เขาสามารถขจัดโรคร้ายทั้ง 6 โรคได้ภายในระยะเวลาแค่4 เดือน  จากหนุ่มใหญ่วัยใกล้เกษียณที่ถูกโรคร้ายรุมเร้าถึง 6 โรค ทั้งโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ตับอักเสบรุนแรง และปริมาณเม็ดเลือดแดงมากเกินไป ซึ่งจากประสบการณ์ทางแพทย์ที่สั่งสมมา ทำให้เขารู้ว่า โรคร้ายเหล่านี้ไม่มีทางรักษาให้หายขาด ทำได้เพียงกินยาเพื่อบรรเทาอาการเท่านั้น ตัวอย่างโรคที่คุณหมอมีปัญหาและรักษาโดยไม่ใช้ยาเช่น โรคอ้วนก็หายไปเลย จากน้ำหนักเดิม 113.5 กก. เหลือ 85 กก โรคเบาหวาน น้ำตาลในเลือดลดจาก 294 มก./ดล.เหลือ 90 มก./ดล.  ความดันเลือดสูง170/110 มม.ปรอท เหลือ 120/70 มม.ปรอท ซึ่งในนิตยสารเล่มนี้คุณหมอบุญชัยยังได้สรุปในตอนท้ายอีกว่า  ขอเพียงมีศรัทธาก็สามารถหายจากโรคร้ายและกลับมามีชีวิตใหม่ได้แน่นอน”

 ท่านผู้ฟังจะเห็นได้ว่าคุณหมอบุญชัยรักษาโรคโดยไม่พึ่งยา แต่ใช้อาหารและวิธีปฏิบัติตัว ออกกำลังกายแทน แต่ผมก็เห็นว่าเนื้อแท้ก็คือให้พลังชีวิตของร่างกายหรือระบบภูมิคุ้มกันช่วยรักษาโรคนั่นเอง หากเรามองว่าเราสามารถใช้ระบบภูมิคุ้มกันเป็นเกราะป้องกันโรค มีประสิทธิภาพ ความปลอดภัย การประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เราสามารถช่วยให้ร่างกายของเราสร้างสะเต็มเซลล์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยการใช้สมุนไพรคาวตอง  ซึ่งจะทำให้คนไทยลดการใช้ยาวันละ 128 ล้านเม็ดลงได้ไม่มากก็น้อย สุดท้ายผมอยากฝากไว้ก็คือ ยาไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่เป็นพลังชีวิตหรือภูมิคุ้มกันของตัวเราต่างหาก สอดคล้องกับสุภาษิตที่กล่าวว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อคาวตองแม็กซ์/โกลด์แม็กซ์ วันนี้ได้ที่

                              คุณอาคม คาวตอง 081 089 8381

Pin It